คุณคิดว่าการเล่นโป๊กเกอร์กับเพื่อนๆ รวม 8 คน กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคืออะไร?
คำตอบก็คือ “หมอบ” บ่อยๆ ครับ รับรองรุ่ง
ทำไมน่ะหรือครับ ก็เพราะว่าโป๊กเกอร์เป็นเกมที่คนที่มีไพ่ดีที่สุด “คนเดียว” เท่านั้นที่จะได้เงิน “ทั้งหมด” ไป ถ้าโต๊ะหนึ่งมีแปดคน และไพ่ถูกแจกอย่าง Random ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ โดย probability แล้ว โอกาสที่คุณจะได้ไพ่ดีที่สุดมีแค่ 1 ใน 8 เท่านั้น
ดังนั้นการหมอบบ่อยๆ จะทำให้คุณเสียเงินน้อยลง เพราะยิ่งเกทับก็ยิ่งเสียเงินมากขึ้น ที่จริงแล้ว กฏทองของเกมโป๊กเกอร์โดยทั่วไปก็คือ ถ้าคุณได้รับแจกไพ่แล้วคุณไม่ได้ไพ่ดีขนาดหนึ่งคู่เป็นอย่างน้อย คุณก็ควรหมอบทันที อย่าหวังวัดดวง
คนที่ชอบเกทับบ่อยๆ อาจจะดูเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย แต่ที่จริงแล้วคนพวกนี้นี่แหละที่เรียกว่า หมู คนที่น่ากลัวที่สุดคือคนที่เล่นเงียบๆ หมอบบ่อยๆ นานครั้งจะสู้สักที แต่เมื่อไรที่สู้จะเกทับหนักมาก คนพวกนี้รอสู้เฉพาะเมื่อตัวเองได้ไพ่ที่ดีมากเท่านั้น นี่แหละคือวิธีการเล่นโป๊กเกอร์ที่ถูกต้อง
ท่านแม่ทัพครับ ทำไมเลขข้อมันกระโดดละครับ นี่ข้อ 4 พึ่งโผล่มา
แล้วเขียนครบ 1001 แล้ว จะเปลี่ยนชื่อเว็ปหรือเปล่า?
555+
เลขเรียงตามวันที่เริ่มต้นเขียนเรื่องนั้นๆ ครับ แต่แต่ละเรื่องที่เขียนเขียนเสร็จไม่พร้อมกัน บางเรื่องเขียนแล้วไหลลื่นก็เสร็จเร็ว บางเรื่องเขียนแล้วยังรู้สึกว่าไม่ค่อยลงตัวก็เลยโดนดอง
ถึง 1001 ไม่กลัว กลัวไม่ถึง
ไม่ได้เล่นโป๊กเกอร์ เก้าเกของไทย นานมากแล้ว หลังสุดเล่น Strip Poker ในคอม
เวลาพูดถึงกลยุทธ์ในเกมส์ที่มีคู่แข่ง การทำตามความน่าจะเป็นอย่างเดียว มีโอกาสที่ทำให้คู่แข่งจับทางได้ เวลาได้ได้ไม่มาก แต่เสียค่าเกทุกตา ไม่น่าจะอยู่ได้นานนะ
ผมว่าเกมส์พนันไม่เหมือนหุ้น หุ้นอาจเล่นแบบไม่เสียเป็นหลัก ใช้เวลาสะสมเข้าช่วย ในเกมส์หุ้นเวลาเป็นมิตร แต่พนันถ้าเล่นให้เสียน้อยเป็นหลัก ตอนสุดท้ายก็เสียเงินอยู่ดี
กลยุทธ์นี้เหมือนกลยุทธการลงทุนในหุ้นเหมือนกัน แต่บางครั้งสิ่งที่ยากที่สุดคือการอยู่เฉยๆทั้งที่ไพ่ของเรายังไม่ดีพอ
ครับ โป๊กเกอร์เป็นเรื่องของ bluffing ด้วย ไม่ใช่ความน่าจะเป็นอย่างเดียว แต่วิธีที่ผมกล่าวมานั้นไม่ได้ทำให้สุดท้ายก็เสียเงินหรอกครับ เพราะเมื่อโอกาสทองมาถึง เราจะเกทับทีละมากๆ เสียครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยๆ นานๆ ได้ทีแต่ได้เยอะมากๆ
ครับ เวลาเล่นหุ้นควรอยู่เฉยๆ ให้มากที่สุดและลงทุนเฉพาะโอกาสที่เราเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีมากจริงๆ เท่านั้นโดยลงทุนครั้งละมากๆ จะให้ผลดีกว่าพยายามลงทุนให้บ่อยๆ ไปกับโอกาสที่ธรรมดาๆ
ผมคิดว่าคุณลืมคิดเรื่องความจริงไปข้อนึง ถ้าทุกตาที่คุณเล่นคุณหมอบตลอด พอไพ่คุณดีปั๊บ คุณเกครั้งละมากๆ คู่แข่งรอบโต๊ะก็จะรู้ทันทีว่าคุณมีไพ่ดี ครั้งแรกเขาอาจยังสงสัย แต่ถ้าเป็นจริง เขาก็จะรู้กลยุทธ์นี้ของคุณทันที เพราะฉะนั้นครั้งต่อไปพอคุณเริ่มเก เขาก็หมอบบ้าง
คนเขียน Freakonomics เคยเขียนเล่าประสบการณ์การเล่น poker ของเขาเอาไว้ เป็นกลยุทธ์ที่นึกไม่ถึงมาก่อน (เขาเอามาใช้ด้วยความจำเป็นจากเรื่องเวลาการเล่นที่มีจำกัด) และได้กำไรด้วย ลองดูในเว็บของเขานะครับ
ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า โป๊กเกอร์ เป็นเรื่องของ Bluffing ด้วย การเล่นโป๊กเกอร์ให้ได้เงินต้องอาศัยจิตวิทยาทำให้คนอื่นเดาผิดว่าไพ่ในมือของคุณดีหรือไม่ดี โดย probability ล้วนๆ แล้วมันเป็นเกมที่ไม่น่าสนใจเอาเสียเลย การหมอบบ่อยๆ กลับจะดีกว่า
เพื่อให้เข้ากะสถาณการณ์
แนะนำหนังเรื่อง James Bond : Casino Royale ครับ
มีการดวล poker กันระหว่างตัวร้าย, MI6 และ CIA ด้วย
คนที่ชอบเล่น poker น่าจะชอบ
แต่ผมเล่นไม่เป็นครับ เลยดูตอนดวล poker กันไม่รู้เรื่อง
มีด้วยเหรอครับ แล้วเรื่องโดยรวมคุ้มมั้ยที่จะไปดูครับ ถ้าคุ้มจะลองไปดูครับ
เรื่องของโปกเกอร์ อันนี้ถ้าคนเล่นจริงๆๆๆ
เห็นหน้าจริงๆๆๆเหมือนในหนังจะรู้ว่า
มีการหลอกกันบ้าง คือลักไก่ นั้นเอง
แต่ดูไปแล้วเครียดดี
แต่เล่นไม่เป็น แถมจบด้วย เรียงห้าใบ ดอกใหญ่สุดอีกต่างหาก
ซึ่งโอกาสเกิดน้อยมาก
เพราะ เจ้ามือมีสามใบ และบนมือเรามีสองใบ
ซึ่งลำดับการแจกไพ่มีผลด้วย
ลองคิดดูล่ะกัน
ผมเล่นไพ่ไม่เป็นเลยครับเฮียสุมาอี้ ง่ะ งงไปเล้ย
ผมเล่นเป็นนะครับ ไม่จำเป็นต้องหมอบเลยครับ ไพ่ดีไม่ดี เปิด5ใบรู้แน่ (เล่นแบบโฮลด์เอ็มโปกเกอร์ เหมือนใน เจมบอนด์ 007 นะ)
การหมอบบ่อยๆแล้วรอไพ่ดี คนอื่นเห็นก้อรุหมดครับว่าเราเล่นเฉพาะตาไพ่ขึ้น
โปกเกอร์มันมีการลักไก่ การคิดเกี่ยวกับดรรชนีความน่าจะเป็น กล้าเล่น กล้าคิด หล้าได้กล้าเสีย ต้องล่อก่อนจะกิน มันหลายอย่างนะครับ ไม่ใช่ว่าจะหมอบแล้วเกทับตาไพ่ดีอย่างเดียว อย่างนี้คู่แข่งเค้ารู้หมด
ง่ายๆครับ อยู่ที่สมอง ไพ่ และการลักไก่
ขอบคุณสำหรับบทความครับ น่าสนใจมากเลยครับ
ผมไม่รู้ว่าpoker pals มันเล่นยังงัย
มันแจกคนละ2ใบ แล้วดูยังงัยว่าไพ่เราใหญ่แค่ไหน
สอนทีคับ
ยังไม่เห็นด้วยกับการหมอบบ่อยครับ คู่แข่งรู้หมด ผมว่าเล่นตามสถานการณ์ดีกว่าครับ
ผมว่าโป๊กเกอร์เป็นเกมที่ต้องใช้ไหวพริบ มากกว่าการวัดจากแต้มในมือครับ คนที่มีไหวพริบดีและล่อหลอกได้ดีที่สุด จะเป็นผู้ที่ได้รับเงินสูงสุดเมื่อจบเกม โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นผู้ที่ถือไพ่ดีที่สุดในเกมเสมอไป (ซึ่งความสนุก ระทึกใจมันก็อยู่ที่ตรงนี้ด้วย ถ้าคุณชอบเกมแบบวัดดวง ตรงไปตรงมา ไพ่ป๊อกน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า) ถ้ายิ่งเล่นกับผู้เล่นจริงๆด้วยแล้ว การสังเกตอากัปกริยา และ style การเล่นจะยิ่งมีส่วนสำคัญมาก ถ้าคุณปล่อยให้โดนจับทางการเล่นได้ ก็เป็นอันจบเกม
อย่างการหมอบบ่อยๆ และสู้เฉพาะเมื่อคุณได้ไพ่ที่ดี ผมว่าไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีนัก และออกจะเถรตรงเกินไปหน่อยสำหรับเกมไพ่ชนิดนี้ครับ ด้วยเหตุผลอย่างที่คุณ mymoney บอกไป จะทำให้คุณกลายเป็นผู้ชนะ แต่เป็นผู้ชนะที่ได้เงินกองกลางมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่อให้คุณได้ไพ่ดีระดับชุด Four Cards ขึ้นไปก็ตาม เพราะผู้เล่นคนอื่นรู้ทันคุณหมดแล้ว เหมือนไปรบชิงทะเลทรายโกบีมาได้ยังไงยังงั้นครับ
โป๊กเกอร์เป็นเกมของความน่าจะเป็นครับ แต่อย่าลืมวลีเด็ดที่ว่า “ไม่ว่ามือไหนก็ชนะได้” (Any hand can win) อย่าลืมว่าแม้แต่คู่เอซ ยังเป็นต่อ 2 7 คนละดอก แค่ 83-17% เท่านั้น
จริง ๆ ผมก็เห็นด้วยกับการที่ให้หมอบเยอะ ซึ่งเป็นคำแนะนำที่ไม่เลว เพราะอย่าลืมว่าถ้าไพ่ในมือคุณสองใบไม่จับคู่กัน โอกาสที่คุณจะหาคู่เจอในฟลอป (สามใบแรก) มีแค่หนึ่งในสามเท่านั้น
แต่จะหมอบรอคู่ตลอดก็ไม่ได้หรอกครับ เพราะโดยเฉลี่ยเราจะได้ไพ่คู่แค่สิบหกตาครั้งเท่านั้นเอง อีกอย่างถ้าคู่ที่ได้เป็นคู่เล็ก ๆ เช่นคู่สองถึงคู่หกเนี่ย ถ้าเปิดฟลอปแล้วเราไม่ได้ตอง จะเล่นยากมาก ๆ เพราะในฟลอปต้องมีไพ่ที่สูงกว่าคู่ในมือเราแน่ ๆ
สิ่งที่สำคัญที่สุดของโป๊กเกอร์ไม่ใช่ไพ่ดี หรือการเกทับหรอกครับ แต่คือตำแหน่ง มือบางมือคุณอาจจะต้องโยนทิ้งถ้าคุณอยู่ติดกับบอดใหญ่ (big blind) หรือตำแหน่งที่เรียกว่า under the gun (utg) แต่คุณอาจจะเล่นมันได้ถ้าคุณอยู่ใกล้ ๆ ปุ่ม หรือเป็นปุ่ม (button)
ยกตัวอย่างนะครับ มือที่ไม่เป็นคู่ที่น่าเล่นคือพวกไพ่ที่เรียงกันและดอกเหมือนกัน (suited connector)
เช่น 67 ข้าวหลามตัดเป็นต้น มือพวกนี้ไม่เหมาะครับที่จะเอาไปเล่นถ้าคุณต้องลงเงินเป็นคนแรกก่อนเห็นฟลอปเพราะยังมีคนที่ยังต้องตัดสินใจอีกถึงแปดคนข้างหลัง เกิดหนึ่งในนั้นเค้าเกทับคุณมาเยอะมากคุณอาจต้องโยน 67 ทิ้งโดยที่เสียเงินไปเปล่า ๆ แถมไม่ได้ดูฟลอปด้วย แต่สมมติคุณถือ 67 อยู่ที่ปุ่ม แล้วหกคนก่อนหน้าคุณนั้นอาจจะ call บอดใหญ่มาสักสามสี่คน อันนี้ 67 จะเป็นมือที่ดีมาก ๆ เพราะตอนนี้คุณสามารถดูฟลอปได้ในราคาเท่าบอดใหญ่ (ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าทั้งบอดเล็กและบอดใหญ่ไม่เกทับ) ถ้าคุณวืดฟลอปคุณก็สามารถหมอบได้แบบไม่ได้ลงทุนอะไรมากมายนัก แต่ถ้าคุณโดนฟลอปอย่างแรง เช่นได้สองคู่ หรือเรียง คุณก็มีสิทธิ์จะได้เงินกองกลางเยอะ ๆ เพราะไม่มีใครอ่านออกว่าคุณถือ 67 อยู่ โดยธรรมชาติแล้ว สเตรธ จะอ่านยากกว่า ฟลัช เพราะถ้าตรงกลางมีสามดอกซ้ำกัน ผู้คนก็จะเริ่มสงสัยแล้วว่า ต้องมีใครสักคนในวงได้ฟลัชไปแล้ว
การเกทับก็เหมือนกันครับ ถ้าคุณต้องตัดสินใจภายหลังคู่ต่อสู้ในแต่ละรอบของการลงเงิน คุณจะได้เปรียบมาก ๆ สมมติว่าคุณคือ AK แล้วคู่ค่อสู้คุณถือ 66 ฟลอปออกมา 89J (คือคุณวืดฟลอป) ถ้าคุณต้องเล่นก่อนคุณอาจจะลองบลั๊ฟไป แต่คู่ต่อสู้คุณอาจจะเป็นพวกหมอบยาก และอาจตัดสินใจคอล ทำให้คุณต้องเสียเงินไปเปล่า ๆ และต้องลุ้นวัดดวงในใบที่สี่และห้า
แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณได้ลงเงินทีหลัง โอกาสที่คู่ต่อสู้คุณ ที่ถือ 66 จะพนันใส่คุณนั้น น้อยมาก เพราะตอนนี้มีไพ่ถึงสามใบที่สูงกว่าหก เขาก็คงเช็คให้คุณ ถ้าคุณไม่อยากจะเสียเงินเยอะ คุณก็สามารถเช็คตามเพื่อจะลุ้นใบที่สี่และห้าได้ เกิดใบที่สี่และห้าออกมาสูงกว่า 6 อีก แต่ไม่ใช่ เอซ หรือ คิง เขาก็๋น่าจะเช็คให้คุณอีก ตอนนี้คุณก็สามารถบลั๊ฟได้แบบสบายใจขึ้น หรือจะเช็คยาวแล้วยอมเสียเงินแค่ที่ลงไปก่อนฟล็อปเท่านั้นก็ได้
หลักของการบลั๊ฟอีกอย่างที่สำคัญคือ ไม่ควรบลั๋ฟเวลามีผู้เล่นเหลืออยู่เยอะ ๆ ในมือนั้น ๆ เพราะโอกาสที่จะมีคนได้อะไรจากในฟล็อปจะเยอะกว่า ปกติผมจะไม่บลั๋ฟถ้ายังมีคนเล่นเกินสามคนในมือนั้น ๆ และอย่าลืมนะครับว่าอย่าบลั๊ฟใส่คนที่ไม่คิด และอย่าบลั๊ฟใส่สถานีคอล (calling station) เพราะคนพวกนี้จะคอลคุณตลอดถึงแม้เขาจะถือแค่เอซสูงก็ตาม (ไม่มีคู่)
จริง ๆ ผมยังมีเทคนิคอีกพอสมควรสำหรับการเล่นโป๊กเกอร์ ถ้ามีท่านใดสนใจเพิ่มเติม ผมก็พร้อมจะแนะนำได้ครับ
กระทู้นานแล้วนะเนี่ย เห็นมีคน update ขอ Jam ด้วย
กลยุทธ์การเล่น Poker นั่นผมว่าขึ้นกับชนิดของ Poker ด้วย ถ้าเป็นประเภทที่ไม่เห็นไพ่คนอื่นเลย (เช่น การเล่นแบบจั่วห้าใบ แล้วขอเปลี่ยนเฉพาะใบที่ต้องการ) และการเล่นนั้นลงเงินที่ต้องลงขั้นต่ำแต่ละตา (Ante) น้อยมากจนเกือบจะไม่มี แบบนี้แล้วกลยุทธ์ที่ดีมากจะใกล้เคียงการหมอบยาวแล้วเล่นเฉพาะตาที่มีไพ่ดีครับ (ผมเข้าใจว่าพี่โจ๊กพยายามอธิบายโปกเกอร์ประเภทนี้อยู่)
เพียงแต่ว่าโปกเกอร์แบบที่กล่าวมานั้น ปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมแล้ว
สำหรับมุมมองของ Cazique นั้น ผมเห็นด้วยมาก ๆ และคิดว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่ได้สัมผัสกับไพ่จำพวก Texas Hold’em, Omaha หรือ 7Stud ที่เกิดขึ้นมาไม่นานนี้ ซึ่งเกมเหล่านี้เป็นเกมแบบ Incomplete information (เห็นข้อมูลบางส่วนของคู่ต่อสู้) ดังนั้นกลยุทธ์จะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เพราะเช่น Texas Hold’em เนี่ย แต่ละคนถึงไพ่แค่คนละสองใบ แต่ไพ่ที่ใช้ร่วมกันตรงกลาง(community card) มีถึง 5 ใบ เรียกได้ว่าแต่ละคนรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายกันเกือบครบ ขาดแค่สองใบ และด้วยลักษณะการเล่นที่มีการลงเงินถึง 4 รอบ ทำให้เกิดการที่สามารถที่จะอ่านรูปแบบเกมและเดาไพ่ของแต่ละคนจากการตัดสินใจของแค่ละคนได้
สาเหตุที่อ่านได้เพราะอะไร? เพราะในจุด Optimal ของเกมนี้ที่จะทำให้เล่นแล้วชนะหรือได้กำไรนั้น การโกหกที่บ่อยเกินไป จะทำให้ตัวเองหมดตัว ทำให้แต่ละคนมีแนวโน้มที่จะพูดความจริงกันมากกว่า (ด้วยสัดส่วนประมาณ 80:20 หรืออาจจะ 70:30 สำหรับคนที่ Aggressive) ทำให้รูปแบบเกมคือการอ่านเกมให้ออกและการที่ทำให้คู่ต่อสู้อ่านเกมไม่ออก
ในเกมแบบหลังนี้ กลยุทธ์การหมอบรอไพ่ดีอย่างเดียว จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อห้ามมีคนอื่นรู้เลยว่าเราใช้กลยุทธ์นี้อยู่ นั่นก็คือใช้ได้แค่ไม่กี่ตาแรกเท่านั้น เพราะหลังจากเล่นผ่านไปสิบยี่สิบตา คนอื่นก็รู้แล้วว่ามาไม้นี้ หลังจากนั้น เวลาที่ลงหนัก ๆ เพราะมีไพ่ คนอื่นก็จะหลบกันเกือบหมด โดยยอมเสียตานั้นไป เพราะกว่าจะเจอแบบนี้กับคนนี้อีกครั้ง ก็อีกนานเลย ข้ามตานี้ตาเดียวก็ไม่เสียเวลามาก และถ้าคนนี้ซวยดันเจอคนที่ได้ไพ่เริ่มดีที่สุดตั้งแต่แรก เค้าก็อาจสู้ด้วย และทำให้มีสิทธิ์หมดตัวในตานั้นเลยก็เป็นได้ จึงไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับไพ่ประเภทนี้ในความเห็นผมครับ
สำหรับไพ่แบบหลังนี้ หลายคนอาจจะเห็นว่า ทุกคนก็มีความสามารถในการรู้ไพ่ของคนอื่นเท่า ๆ กัน อย่างงี้มันก็เหมือนเล่นเกมที่มีโอกาสชนะเท่า ๆ กันสิ ไม่น่าทำให้ใครเล่นแล้วได้ในระยะยาวได้
ในมุมมองของผมนั้น จุดสำคัญของเกมนี้ที่ผมเห็นมีสองจุดคือ 1. การลงต้องรู้ว่าควรจะลงพนันในแต่ละจังหวะเท่าไหร่ (คือคำนวน Odd ได้ค่อนข้างแม่น และไม่เล่นแบบเสี่ยงโชค และรวมถึงถ้าจะ Bluff ต้อง bluff เท่าไหร่ ถึงจะทำให้ Expected return ในระยะยาวเป็นบวก) และ 2. ความจำที่เป็นเลิศ ในการจำทุกอากัปกิริยาของทุกคน (หรืออย่างน้อยสองคนซ้ายและสองคนขวาซี่งมีผลกับการเล่นอย่างมาก) ในทุก ๆ ตาที่ผ่านมา อย่างหลังนี้มีความสำคัญมาก ใครที่จำได้มากกว่า พอเล่นไปนาน ๆ ได้เห็นว่าลงแบบนี้ถือไพ่อะไร มักจะสังเกตถึงพฤติกรรมของแต่ละคนได้ ว่าคนคนนี้เจอแบบนี้จะหมอบไม่สู้ คนคนนี้กล้าเกินไป ต้องหลอกให้ลงเยอะ ๆ แต่การจะสังเกตแบบนี้ได้ต้องคำนวนแบบข้อหนึ่งให้แม่นก่อน จึงจะรู้ว่าคนนี้ลงมากไปหรือน้อยไป อย่างไร
ซึ่งสองข้อนี้จะเป็นตัวที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเซียนกับมือสมัครเล่นขึ้นครับ
อยากขอเปลี่ยนประโยคสุดท้ายเป็น
“สองข้อนี้จะเป็นตัวที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนที่ได้กับคนที่เสียในระยะยาวครับ”
เดี๋ยวจะมีคนเข้าใจผิดและหมั่นไส้เอา เพราะผมเองไม่ได้เล่นเก่งมาก แค่สนุกกับมันที่ได้เล่นในยามว่าง
อีกนิดว่าทำไมผมถึงสนใจแค่สองข้อนี้ ไม่ได้สนใจที่ตัวไพ่ เพราะผมคิดว่าในเกมแบบหลังนี้ ไพ่ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเล่นมากเท่าไหร่ และทุกคนถ้าเล่นไปซักพักก็พอจะเข้าใจรูปแบบในตัวไพ่เองได้ จริง ๆ ถ้าจะเพิ่มข้อ 3 ผมว่าเป็นเรื่องตำแหน่ง และจำนวนเงินที่แต่ละคนเหลืออยู่ในกอง (เพราะคนแรกในการลงไพ่จะวนเปลี่ยนไปในแต่ละตา) อย่างที่คุณ Cazique ที่บอกไว้ ตำแหน่งที่ดีสำคัญกว่าไพ่ที่ดีอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเกมที่เล่นกันจริงจัง แต่ถ้าเล่นกันเล่น ๆ อาจจะไม่สำคัญ เพราะแต่ละคนถ้ามีไพ่ดีก็คงไม่กลัวอะไร โยนกันหมดตัวอยู่ดี
ซึ่งในข้อนี้ผมว่าเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายที่สุด แต่คนเริ่มเล่นมักจะมองข้ามไปมากที่สุด คือมองแต่ตัวไพ่อย่างเดียว
กระทู้นี้แทบจะเป็นกระทู้เดียวที่ยังคงมีการคอมเม้นท์อยู่เรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้เลยทีเดียว
ผมว่า เรามา่ตั้งวงเล่นไพ่แล้ววิเคราะห์ เกมส์ ด้วยทฤษฎีเกมส์ ออกมาเป็นกรณีศึกษาดีกว่าเถอะ กระทู้อมตะ
เอามาลงปฎิบัติจริงเลย นัด วันเวลาที่แน่นอน แล้่ว แทง 555
chaiya_c@yahoo.com ส่งมาเลยครับ ผมชอบ
_c นะครับ มะใช่_o
ถ้าพี่ ๆ จะเล่นหรือวิเคราะห์กัน ก็ขออนุญาตร่วมวงด้วยคนนะครับ คันมือ อิอิ