29 Jan0040 : Managing Capacity

เมื่อสองสัปดาห์ก่อนผมไปทำฟันที่รพ.บำรุงราษฏร์ เดี๋ยวนี้เวลาที่คุณไปถึงตรงเวลานัดแต่ยังต้องนั่งรออีกนานเพราะหมอยังไม่ว่าง คุณจะได้รับแจกคูปองให้ไปแลกกาแฟฟรีที่ร้านสตาร์บัคส์ชั้นล่างเป็นการปลอบใจ เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงวิธีการ manage capacity ที่พวกสายการบินนิยมใช้ขึ้นมา

การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงของสายการบินภายในประเทศในสหรัฐฯ ทำให้ทุกสายการบินต้องพยายามบริหารจัดการให้ทุกเที่ยวบินมีผู้โดยสารเต็มลำให้มากที่สุดเท่าที่จะมาได้เพื่อลดผลขาดทุน เทคนิคที่นิยมใช้กันมากก็คือการ overbook

การ overbook คือการรับจองตั๋วมากกว่าจำนวนที่นั่งทั้งหมดที่มีอยู่ ปกติแล้วทุกเที่ยวบินจะมีผู้โดยสารจำนวนหนึ่งที่เปลี่ยนใจไม่มาขึ้นเครื่องซะงั้น การ overbook จึงช่วยให้ผู้โดยสารมีโอกาสเต็มเครื่องมากขึ้น แต่แล้วสายการบินจะรู้ได้อย่างไรว่าควรจะ overbook มากหรือน้อยแค่ไหนจึงจะพอดี?

ปัญหาในลักษณะนี้เป็นปัญหาการกระจายแบบไบนอร์เมียล สายการบินจะต้องเอาสถิติเก่ามาดูว่าโดยเฉลี่ยแล้วมีผู้โดยสารมาขึ้นเครื่องร้อยละเท่าไรของจำนวนทั้งหมดที่จองตั๋ว สมมติว่าข้อมูลเก่าบอกว่า 95% ก็คือ p=0.95 ถ้าเครื่องบินมี 300 ที่นั่ง การรับจองตั๋ว 308 ใบ เราสามารถใช้ Excel หาโอกาสที่จะมีผู้โดยสารมาขึ้นเครื่องเกิน 300 คนได้เท่ากับ 1-BINOMDIST(300,308,0.95,TRUE) หรือ 1.26% (โปรดสังเกตว่าไม่ได้เท่ากับ 5%) แสดงว่า ทุกๆ 100 เที่ยวบินจะมีประมาณ 1 เที่ยวเท่านั้นที่ คนล้นเครื่อง ซึ่งยอมรับได้ โดยที่สายการบินจะแก้ปัญหาโดยการแจกไมล์สะสมหรือตั๋วฟรีให้แก่ผู้โดยสารบางคนที่ยินดีสละที่นั่งโดยยอมไปขึ้นในเที่ยวบินต่อไปเป็นการตอบแทน

รพ.บำรุงราษฎร์กำลังใช้ capacity เต็ม 100% ในระหว่างที่กำลังรอให้ตึกใหม่สร้างเสร็จอยู่ การที่ลูกค้าคนหนึ่งนัดแล้วไม่มาตามนัด รพ.จะสูญเสียโอกาสเป็นอย่างมาก โอกาสที่ว่านี้มีค่ามากกว่าราคาของกาแฟสตารบัคส์หนึ่งแก้ว รพ.จึงต้องอาศัยวิธีเดียวกันในการบริหารจัดการ capacity ได้ถูกใช้อย่างเต็มที่ตลอดเวลา

VN:F [1.8.5_1061]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

6 Responses to “0040 : Managing Capacity”

  1. แต่ทำบ่อย ๆ ก็หงุดหงิดได้เหมือนกันนะครับ อย่างผมดูหนังเรื่อง Snake on a plane ทางสายการบินเองก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน โดยการไล่ผู้โดยสารชั้น VIP ไปนั่งชั้นที่รองลงมา ด้วยเหตุผลเพราะทาง FBI ขอใช้สิทธิ์ฉุกเฉิน ยึดพื้นที่ชั้น VIP ทั้งลำเอาไว้

    ลูกค้าได้รับสิ่งตอบแทนเป็นตั๋วบินฟรีในครั้งหน้า คิดว่าใช่นะ พร้อมทั้งเหน็บผู้โดยสารอีกนิดหน่อยว่า นั่ง VIP หรือนั่งชั้นรองลงมา ก็ไปถึงเป้าหมายเหมือนกันแหล่ะ อ่ะนะ โดนเข้าไปหนึ่งดอก

    UN:F [1.8.5_1061]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  2. apichai214 says:

    ถ้าวันนั้นไม่ติดธุระอะไรก็ชอบครับได้กินกาแฟสตาร์บัคส์ฟรีบ่อยๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้าผมมีนัดต่อจากทำฟันก็รู้สึกแย่เหมือนกันครับ

    UN:F [1.8.5_1061]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  3. 1001ii says:

    จริงด้วยครับคุณ apichai แสดงว่าสายการบินเหมาะกับ overbook มากกว่ารพ. เพราะเที่ยวบินนึงมีคนหลายร้อยคน น่าจะมีสักคนที่ไม่มี cost of time แต่สำหรับรพ.แล้ว หมอรักษาคนไข้ทีละหนึ่งคนเท่านั้น ถ้าคนไข้คนไหนรีบ แม้ได้กินกาแฟก็ไม่คุ้ม

    UN:F [1.8.5_1061]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  4. cher3155 says:

    สวัสดีค่ะ เลียบๆเคียงๆ มาอ่าน Blog อยู่เรื่อยๆ ขอคอมเม้นท์ สักที..
    สำหรับเรื่องสายการบิน คงต้องบอกว่าจริง เพราะเพิ่งมีประสบการณ์เมื่อช่วงปลายปี
    เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้ Heathrow Airport ปิดทำการก่อนช่วง
    Christmas ถึง 3 วัน และเนื่องจากเป็นเทศกาลสำคัญของฝรั่ง จึงมีผู้คนล้นหลาม
    ล้นออกมาจากอาคาร จนต้องกางเต้นท์ แจกชา กาแฟ ประทังความหนาว ส่วนตัวเอง
    ทางสายการบินยกเลิกกลางอากาศ (โดยไม่แจ้งล่วงหน้า) เลยต้องรบกันอยู่พักใหญ่
    (คิดว่า..เค้ายกเลิกเราเพื่อส่งให้คนที่รอมาประมาณสามวันได้ไปก่อน) ได้ผลค่ะ ได้บิน
    สมใจ แต่ไปต่อเครื่องที่เยอรมัน โดยอยู่ใน waitting list อย่างโชคร้าย เครื่องเต็ม
    ต้องรบกันอีกยก ได้บินอีกแล้วค่ะ แต่ต้องไปต่อเครื่องที่ปารีส สิริรวมการบิน 3 ประเทศ
    ในวันเดียวแทนที่การบินปรกติ 3 ชม. แต่จะเสนออะไร ฟรี แค่ไหน คงไม่ประทับใจใครแน่นอน
    เห็นใจคนที่ทำงานบริการเช่นกันค่ะ ทั้งเหนื่อยทั้งเครียด
    เป็นอันว่าหากหลีกเลี่ยงการบินในช่วงเทศกาลได้… เป็นดีค่ะ
    เชอรี่

    UN:F [1.8.5_1061]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  5. 1001ii says:

    ยินดีต้อนรับครับคุณเชอรี่ บล็อกของคุณเชอรี่ดูน่าสนใจ ไว้ผมต้องเข้าไปนั่งอ่านบ้าง

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้บริโภคอย่างเราสมัยนี้ต้องสู้ยิบตาครับ :)

    UN:F [1.8.5_1061]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  6. 333 says:

    อิอิ วิธีแก้ที่ได้ผล แต่ ยังไม่มีใครกล้าใช้ในเมืองไทยคือ

    มัดจำการนัด ไว้= ราคาที่ควรจะได้ในชั่วโมงนั้น ถ้าคนไข้ไม่มา

    เช่น 1000 บาท ถ้ามาตรงเวลา คนไข้ได้คืน
    ถ้าไม่ตรง โดนหมอยึด และในทางกลับกัน
    หมอต้องลดราคาให้คนไข้ 1000 ถ้า ทำไม่ตรงนัด
    แบบนี้ ใครก็ไม่กล้า late คุณหรอกครับ

    ไม่ทราบว่าอย่างนี้คุณนรินทร์ เห็นว่ายุติธรรมไหมครับ

    UN:F [1.8.5_1061]
    Rating: 0 (from 0 votes)

Place your comment

Please fill your data and comment below.
Name
Email
Website
Your comment