0105: การศึกษา

ธันวาคม 31, 2007 at 10:40 pm | In Economics | 13 Comments

reproduction of Munch's  

ผมเคยเขียนเรื่อง Externality เอาไว้ บอกว่า ทุนนิยมไม่ชอบให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงตลาด ยกเว้น เรื่องที่มี Externality ที่เด่นชัดเท่านั้น ตัวอย่างแรกที่ผมเคยยกไปแล้วก็คือเรื่องมลภาวะ ตัวอย่างที่สองที่ผมจะยกในครั้งนี้ก็คือเรื่อง การศึกษา ครับ

การศึกษามี Externality เพราะการที่พลเมืองหนึ่งคนมีการศึกษาสูงขึ้น ไม่เพียงแต่จะเกิดประโยชน์กับตัวพลเมืองคนนั้นเท่านั้น (ความสามารถในการหารายได้สูงขึ้น) แต่ส่วนรวมก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย (บริษัทหาคนงานมีคุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น อาชญากรรมลดลง ฯลฯ) ดังนั้น ถ้าการบริโภคการศึกษาของประชากรยังไม่มากเท่าที่ควร รัฐบาลอาจเข้ามาแทรกแซงตลาดการศึกษาด้วยการเร่งให้คนบริโภคความรู้มากขึ้นกว่าในกรณีที่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนรวมก็มีโอกาสได้รับประโยชน์มากกว่าต้นทุนที่รัฐบาลใช้ไปในการอุดหนุนการศึกษา

สมัยที่ผมยังเรียนชั้นประถม รัฐบาลไทยแทรกแซงตลาดการศึกษาอย่างมากโดยเน้นเรื่องการสร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษาเป็นหลัก (ไม่เน้นการพัฒนา) รัฐบาลไทยมองว่า โรงเรียนของรัฐฯ เสียเปรียบโรงเรียนเอกชนเป็นอย่างมาก เพราะระบบราชการที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา ใส่เงินลงไปเท่าไรก็ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปหมด ดังนั้นทางเดียวที่จะช่วยลดช่องว่างได้คือการชะลอการพัฒนาของโรงเรียนเอกชนไว้ไม่ให้เร่งตัวเกินไป รัฐบาลใช้วิธีกำหนดเพดานค่าเทอมของโรงเรียนเอกชน เมื่อโรงเรียนเอกชนมีเงินไม่พอก็จะพัฒนาได้ช้า มาตรฐานของโรงเรียนรัฐฯ กับเอกชนก็จะไม่แตกต่างกันจนเกินไป เป็นการช่วยแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาระหว่างคนรวยกับคนจน

โรงเรียนเอกชนหลายแห่งพยายามดิ้นหนี้ด้วยการลักลอบเก็บเงินแป๊ะเจี๊ยแทน เด็กที่พ่อแม่มีฐานะหน่อยอยากให้ลูกได้เรียนดีๆ ก็แอบส่งลูกไปเรียนเพิ่มเติมที่โรงเรียนกวดวิชา ซึ่งสมัยหนึ่งรัฐบาลก็เคยมีดำริที่จะกวาดล้างโรงเรียนกวดวิชาเหล่านี้เพื่อสร้างความเท่าเทียมกัน นอกจากนี้รัฐบาลยังนำวิธีการจับฉลากมาใช้แทนการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนเพื่อลดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างคนจนกับคนรวยอีกด้วย (ให้ขึ้นกับดวงยังดีกว่าให้ขึ้นกับความสามารถ เพราะจะเกิดความเหลื่อมล้ำ) ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมานับว่านโยบายเหล่านี้ของรัฐใช้ได้ผลดีเกินคาด เพราะจากการจัดอันดับสมรรถนะการศึกษาของไทยในเวทีโลกโดยสถาบัน IMD ประเทศไทยได้อันดับที่ 48 จากทั้งหมด 61 อันดับ แสดงว่านโยบายของรัฐบาลช่วยถ่วงการพัฒนาของโรงเรียนเอกชนไว้ได้มากทีเดียว     

แหะๆ รู้สึกว่าข้างต้นผมจะเขียนออกแนวประชดประชัดไปหน่อย แต่จุดประสงค์ของการเขียนเรื่องนี้ของผมก็คือ ผมอยากเสนอแนวคิดของ Milton Friedman เรื่องวิธีการอุดหนุนการศึกษาของภาครัฐฯ แนวทุนนิยมเอาไว้ให้ลองพิจารณากันดูบ้าง

Milton Friedman บอกว่า ถ้าหากรัฐต้องการแทรกแซงตลาดการศึกษา รัฐฯ ไม่ควรใช้วิธีอุดหนุน “โรงเรียน” แต่รัฐฯ ควรเปลี่ยนมาใช้วิธีอุดหนุน “การเรียนหนังสือ” แทน หมายความว่า แทนที่จะเอาเงินภาษีไปอุดหนุนโรงเรียนของรัฐฯ เพื่อลดความได้เปรียบของโรงเรียนเอกชน รัฐน่าจะยกเลิกโรงเรียนของรัฐไปเลย แล้วปล่อยให้มีแต่โรงเรียนเอกชนอย่างเดียว จากนั้นก็ใช้วิธีแจกคูปองอุดหนุนค่าเล่าเรียนให้กับเด็กทุกคน แล้วให้เด็กเป็นคนเลือกเองว่า อยากเรียนโรงเรียนไหน วิธีนี้จะช่วยกดดันให้ “ทุก” โรงเรียนต้องพัฒนามาตรฐานของตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อดึงดูดคูปองอุดหนุนจากเด็กๆ ได้ การพัฒนาก็จะเกิดขึ้นมากกว่าเปรียบเทียบกับแบบเดิมที่ยังไงโรงเรียนของรัฐก็ต้องได้รับเงินอุดหนุน โรงเรียนของรัฐจึงไม่มีแรงจูงใจที่จะถีบตัวเอง ในขณะเดียวกัน ถ้ารัฐต้องการลดช่องว่างทางการศึกษาระหว่างคนจนกับคนรวยก็ให้ใช้วิธีให้คูปองแก่เด็กยากจนมากกว่าลูกเศรษฐีก็ได้  

คนที่ไม่ชอบระบอบทุนนิยมมักรับไม่ได้ที่จะปล่อยให้การศึกษากลายเป็นธุรกิจไปหมด พวกเขาเห็นว่าทำอย่างนั้นแล้วประเทศชาติจะล่มจม แต่ในประเทศที่ยอมให้ตลาดการศึกษามีการแข่งขันได้อย่างค่อนข้างเสรีอย่างเช่นสหรัฐฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ทั้งหลายให้กับมวลมนุษยชาติก็ล้วนแล้วแต่เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของเอกชนแทบทั้งสิ้น  

13 ความเห็น »

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI

  1. เป็นกลยุทธ์ที่ไม่เลวนะครับ แต่คงลำบากน่าดูกับการฝ่าฟันกระแสต่อต้าน ทั้งจากรัฐบาลเองและจากประชาชนทั่วไป ยิ่งพูดถึงระบอบทุนนิยมแล้ว หลายคนก็มักจะโยงไปถึงใครบางคน และเกิดกระแสต่อต้านที่ผิดประเด็น

    พูดถึงการศึกษา นอกจากความเท่าเทียมกันแล้ว เรื่องหลักสูตรก็เป็นอีกประเด็นที่น่าคิดเหมือนกันนะครับ ทำอย่างไรจะพัฒนาเด็กให้โตทั้งสติปัญญา ทักษะการดำเนินชีวิต และอารมณ์ รัฐบาลจะช่วยเรื่องนี้ได้อย่างไร

  2. อันนี้ไม่เกี่ยวโรงเรียนประถมนะ
    แต่มหาวิทยาลัยชั้นนำใน US นั้นเป็นเอกชนหมดเลยครับ ไล่ตั้งแต่ Harvard, Yell, Cornell, Princeton และอื่นๆอีกมากมาย
    ก็น่าคิดนะว่าทำไมแตกต่างจากบ้านเราจัง
    อยากให้ลองเขียนเรื่อง ม.นอกระบบดูนะครับ จะรออ่าน ^ ^

  3. น่าสนใจครับ … ขอกลับไปหาข้อมูลสักพัก … แล้วเรามาแลกเปลี่ยนกัน

    : )

  4. จริงด้วยครับคุณ Panuta พอพูดถึงคำว่าทุนนิยม ทุกคนจะนึกถึงทักษิณทั้งที่ความจริงแล้ว ไม่มีนโยบายไหนของทักษิณเลยที่เป็นทุนนิยม นโยบายทั้งหลายของทักษิณพยายามทำให้วิถีชีวิตของประชาชนต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตรงข้ามกับระบอบทุนนิยมที่เชื่อมั่นในกลไกตลาดมากกว่า

    Ironically รัฐบาลคมช.กลับมีความเป็นทุนนิยมมากกว่าเพราะเลือกที่จะไม่อุ้มราคาน้ำมันเพื่อกระตุ้นการใช้พลังงานอย่างประหยัด

    เรื่อง ม.ออกนอกระบบนี่ผมก็พอเขียนได้ครับ เพราะบังเอิญมีเพื่อนคนหนึ่งเป็นอาจารย์จุฬา เลยได้ยินได้ฟังมามาก ถ้ามีโอกาสจะเขียนครับ ^^

  5. เรื่องนี้ดีมากๆเลยครับ ถ้าการศึกษาพัฒนา ประเทศเราจะพัฒนาตาม แต่ต้องอย่าลืมคุณธรรมด้วย เพราะเป็นรากเหง้าของการศึกษา

    แล้วประเทศไทยควรทำแบบยุโรปหลายๆประเทศมั้ยครับที่มหาวิทยาลัยของเค้าให้เรียนฟรี

  6. [...] ตั้งใจจะเขียน comment คุณนรินทร์ เรื่อง การศึกษา … แต่ไปๆ มาๆ มันยาวเหลือรับ [...]

  7. [...] | ตั้งใจเขียน comment คุณนรินทร์ เรื่อง การศึกษา มากไปหน่อย … เอาเป็นว่า comment ข้าม blog [...]

  8. [...] โลก, ไทย | ตั้งใจจะ เม้นท์! เรื่อง การศึกษา ของ คุณนรินทร์ [...]

  9. แวะมาเยี่ยมเยียนครับ หลังจากที่ผมได้เคยพูดคุยกับคุณนรินทร์เพื่อออกในรายการ Bookaholic ทาง Money Channel ไม่แน่ใจว่าจะจำได้ไหมครับ

    ขอประชาสัมพันธ์เล็กน้อย หากใครติด TrueVisions สามารถติดตามคุณนรินทร์แนะนำหนังสือน่าสนใจของคุณนรินทร์เองได้วันเสาร์ที่ 5 นี้ เวลา 8.00 น. และรีรันอีกที วันอาทิตย์ตอน 19.00 น. ทางช่อง Money Channel TrueVisions ช่อง 80 และเคเบิลท้องถิ่นช่อง 30 นะครับ

    อ้อ สำหรับประเด็นเรื่องมาตรฐานการศึกษา ผมว่าเป็นหนึ่งในเหตุผลใหญ่ที่สุดที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศของเราเลย ซึ่งจากความเห็นของคุณนรินทร์ ก็สะท้อนใจ ที่รัฐบาลตีความหมายของความเท่าเทียมกันคือให้ ทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนไม่เอาไหนเหมือนกัน มากกว่าจะดีเลิศเหมือน ๆ กัน

    หากลองมองประเทศเพื่อนบ้านเรา จะเห็นว่าระบบการศึกษาดีมาก มหาลัยสิงคโปร์ เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย เด็กไต้หวันเป็นเด็กที่เก่งคณิตศาสตร์ที่สุดในโลกโดยเฉลี่ย (สำหรับคนไทย เก่งคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์มาก แต่เก่งเฉพาะบางคน (เช่นที่ได้เหรียญโอลิมปิค) แต่ทำให้คนไทยเฮฮากัน และเข้าใจเอาเว่าเราเก่ง ในขณะที่ค่าเฉลี่ยโดยรวม เราไม่ได้คิดถึงเลย)

  10. คุณเฉลิมพร ตีความได้ตรงกับที่ผมต้องการสื่อ ยังมีอีกหลายเรื่องของบ้านเราที่รัฐมีวิธีคิดแบบนี้ ไว้วันหลังจะเอามาเขียนอีก

  11. ไม่ทราบใครรู้จัก โรงเรียนมหิดลนุสรณ์ บ้าง เป็นของม. มหิดล

    เด็กเก่งๆปัจุบันเเห่เข้า ไปเรียนโรงเรียนนี้กันมาก
    มีทุนให้นักเรียนด้วย เป็น model ที่น่าสนใจที่สามารถดูดคนไปเรียนได้

  12. ผู้นำประเทศคงประชุมกันก่อนมีนโยบายประกาศใช้ คิดว่าเราก็รู้เกือบๆเท่ากับรัฐบาลคิด แต่ว่าCase ประเทศไทยในตอนนี้ ควรใช้แบบใหนจะเหมาะกว่ากันไม่ใช่วิธีที่ดีกว่ากัน ทุกวีธีมีข้อดีข้อเสียหมด แบบอเมริกาก็เห็นผลดี ประเทศเพื่อนบ้านเรานำมาใช้ก็ทำได้ดี แต่การเมืองเรามันไม่เหมือนเขา ดีที่สุดเอกชนต้องลองทำให้ดูสักตัวอย่างหนึ่งก่อน สรุป ต้องมีผู้นำเรื่องนี้อย่างจริงใจและ ทำให้เขาดูก่อน นี้ความเห็นของผมนะ

  13. น่าสนใจดีคะ เป็นแบบนี้นี่เอง เคยสงสัยเรื่องนี้มานานเหมือนกันคะ ว่ารัฐเค้ากำลังทำอะไรกันอยู่ประโยชน์ของมันคืออะไรทำแล้วได้ผลยังไง แล้วตอนนี้ก็เริ่มสงสัยและอยากรู้เรื่องของแนวคิด มหาลัยนอกระบบ เหมือนกันคะว่าเค้ามีแนวคิดยังไง ทำเพื่ออะไร ประโยชน์ของมันคืออะไร แล้วใครคือคนที่ได้ประโชยน์นั้น ไว้เขียนเมื่อไหร่จะตามมาอ่านอีกทีนะคะ สนใจอ่านเรืองราวแบบนี้เช่นกันคะ ตอนนี้กำลังมุ่งพัฒนาคนให้เป็นคนจริงๆไม่ใช่แค่ให้ความรู้อย่างเดียว :P


ใส่ความเห็น

XHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.