03 Dec0162: สงครามโลกครั้งที่ 1

โลกแบ่งเป็นสองขั้วตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว ขั้วแรกคือพวกมหาอำนาจกลาง มีเยอรมันเป็นลูกพี่ใหญ่ ขั้วที่สองคือพวกสัมพันธมิตร มีอังกฤษและฝรั่งเศษเป็นลูกพี่ใหญ่ ทั้งสองแก็งสะสมอาวุธ ข่มขู่และด่ากันไปกันมาเป็นระยะๆ และต้องการจะตีกันอยู่แล้วแต่ยังไม่ทำอะไรกันเพราะต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเริ่มก่อน ตัวเองจะได้เป็นฝ่ายถูก

ในที่สุดบอลก็มีคนเขี่ยบอลจริงๆ เมื่อมกุฏราชกุมารของออสเตรียเสด็จเยือนบอสเนีย (บอสเนียเป็นอาณานิคมของออสเตรียแต่อยากอยู่กับเซอร์เบียมากกว่า) ผู้ก่อการร้ายชาวเซอร์เบีย 7 คนได้ร่วมกันลอบปลงพระชนม์มกุฏราชกุมาร ทำให้ออสเตรียประกาศสงครามกับเซอร์เบียเพื่อล้างแค้น รัสเซียเข้าช่วยเซอร์เบียทันที ฝรั่งเศสเข้าช่วยรัสเซียบ้าง เยอรมันตัดสินใจยกทัพผ่านเบลเยี่ยมเพื่อบุกฝรั่งเศส อังกฤษจึงประกาศเข้าร่วมสงครามเพื่อช่วยเหลือฝรังเศส สงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็เริ่มต้นขึ้นโดยที่ทุกประเทศมีเหตุผลที่ฟังดูดีทั้งนั้น

ในช่วงแรกชาวอังกฤษโกรธแค้นรัฐบาลที่ส่งลูกหลานของตนไปรบเพื่อประเทศเล็กๆ อย่างเซอร์เบีย รัฐบาลอังกฤษจึงต้องแต่งเรื่องขึ้นเพื่อทำให้คนอังกฤษเกลียดชังเยอรมัน เป็นต้นว่า มีพ่อค้าชาวเยอรมันในอังกฤษขายอาหารปนยาพิษ ช่างตัดผมชาวเยอรมันแอบตัดคอลูกค้าแล้วเอาศพไปทิ้ง ฝ่ายเยอรมันก็ใช้วิธีการเดียวกันกับประชาชนของตน มีการปล่อยข่าวว่า ทหารอังกฤษจับทหารเยอรมันได้ก็จะควักลูกตาออก ข่าวลือต่างๆ เหล่านี้ได้ผลเพราะทำให้ชาวอังกฤษเกลียดคนเยอรมันมากถึงขนาดไม่ยอมเล่นเพลงคลาสสิกที่บรรเลงโดยคีตกวีชาวเยอรมันอีกต่อไป หลังจากสงครามเริ่มขึ้นได้หนึ่งปี ชาวอังกฤษเปลี่ยนจากการต่อต้านสงครามไปเป็นสนับสนุนสงครามเพราะเคียดแค้นคนเยอรมัน พรรคการเมืองหนึ่งของอังกฤษพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างราบคาบเนื่องจากที่มีนโยบายสันติภาพ

สงครามดำเนินไปสี่ปีเต็ม ผลาญเงินรัฐบาลอังกฤษไปวันละหกล้านปอนด์ คนฝรั่งเศสได้รับอนุญาตให้เปิดไฟบ้านละไม่เกิน 1 ดวงเพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ คนอังกฤษต้องอดเนื้อสัปดาห์ละสองวัน ทรัพยากรของทุกประเทศถูกผลาญไปเรื่อยๆ จนกระทั้งบัลแกเรียต้องขอถอนตัวออกจากสงครามในที่สุด ชาวรัสเซียต้องก่อหวอดละปลงพระชนม์กษัตริย์ของตัวเอง ในที่สุดเยอรมันก็ประกาศยอมแพ้สงคราม เป็นอันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มีผู้เสียชีวิตในสงครามนี้ไปทั้งสิ้น 8 ล้าน 5 แสนคน ชาวเยอรมันต้องอยู่อย่างยากลำบากหลังจากนั้นไปอีกหลายปี เพราะถูกกดขี่โดยประเทศผู้ชนะสงครามและทำให้ชาวเยอรมันสนับสนุนให้ฮิตเลอร์แก้แค้นฝ่ายสัมพันธมิตรจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ในอีกสามสิบปีต่อมา

(จากหนังสือ สงครามโลกครั้งที่หนึ่งน่าสะพรึงกลัว เขียนโดย Terry Deary)

VN:F [1.8.4_1055]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

8 Responses to “0162: สงครามโลกครั้งที่ 1”

  1. vi says:

    ได้ความรู้ดีครับ

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  2. nut says:

    พี่เก่งจังครับ มีความรู้เยอะมาก อยากให้พี่เปิดคอร์สการลงทุนครับ
    ขอปรึกษาเรื่องเรียนต่อโทนะครับ (ตรีวิศวะ)
    mba สาขาผู้ประกอบการจบแล้วทำงานอะไรได้บ้างครับ น่าเรียนไหม
    ผมอยากเรียนและทำงานที่ให้โอกาศในการเรียนรู้ธุรกิจหลายๆด้าน หลายๆประเภทครับ

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  3. theme ใหม่ สวยดีครับ ^-^ (นี่มันความเห็นเกี่ยวกับบทความเหรอเนี่ย -*-)

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  4. 3-4 บทความหลังนี่ ดูเหมือน “ฉาย” ออกมาเป็นซีรี่ย์ เลยนะครับ
    ผมแวะเข้าไปดูรูปถ่ายด้านขวามาแล้ว … ไม่ธรรมดานะเนี่ย : )

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  5. 1001ii says:

    สวัสดีน้องnut

    อยากรู้หลายด้านเรียน General MBA แล้วเลือกวิชาเลือกที่อยากรู้เอาก็ได้ครับ ส่วน MBA in Entreprenuership เหมาะสำหรับคนที่คิดจะออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง ไม่ได้เรียนกว้างไปกว่าเมเจอร์อื่นครับ

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  6. au8ust says:

    ชอบครับ ถ้ามีโอกาส จะลองหาหนังสือที่ว่ามาอ่านดูให้ได้ : )

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  7. อี้ says:

    จะมีอะไีรเยียวยา สงคราม และความขัดแย้งได้บ้างไหมหนอ
    ทำไมมันต้องเกิดทุกยุคสมัยทุกสังคม
    ยิ่งเจริญมากขึ้นเท่าไร ความขัดแย้งก็ยิ่งซับซ้อน

    ความเชื่อและอุดมการณ์ และเหตุผลที่ดีในการทะเลาะกัน

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  8. angelz says:

    ลืมเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไปหมดแล้ว 55+
    ขอบคุณที่นำมาเล่าสูกันฟังนะคะ

    ————————————–
    The more you learn, the more you forget!!

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)

Place your comment

Please fill your data and comment below.
Name
Email
Website
Your comment