0162: สงครามโลกครั้งที่ 1

ธันวาคม 3, 2008 at 7:42 am | In สัพเพเหระ | 8 Comments

โลกแบ่งเป็นสองขั้วตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว ขั้วแรกคือพวกมหาอำนาจกลาง มีเยอรมันเป็นลูกพี่ใหญ่ ขั้วที่สองคือพวกสัมพันธมิตร มีอังกฤษและฝรั่งเศษเป็นลูกพี่ใหญ่ ทั้งสองแก็งสะสมอาวุธ ข่มขู่และด่ากันไปกันมาเป็นระยะๆ และต้องการจะตีกันอยู่แล้วแต่ยังไม่ทำอะไรกันเพราะต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเริ่มก่อน ตัวเองจะได้เป็นฝ่ายถูก

ในที่สุดบอลก็มีคนเขี่ยบอลจริงๆ เมื่อมกุฏราชกุมารของออสเตรียเสด็จเยือนบอสเนีย (บอสเนียเป็นอาณานิคมของออสเตรียแต่อยากอยู่กับเซอร์เบียมากกว่า) ผู้ก่อการร้ายชาวเซอร์เบีย 7 คนได้ร่วมกันลอบปลงพระชนม์มกุฏราชกุมาร ทำให้ออสเตรียประกาศสงครามกับเซอร์เบียเพื่อล้างแค้น รัสเซียเข้าช่วยเซอร์เบียทันที ฝรั่งเศสเข้าช่วยรัสเซียบ้าง เยอรมันตัดสินใจยกทัพผ่านเบลเยี่ยมเพื่อบุกฝรั่งเศส อังกฤษจึงประกาศเข้าร่วมสงครามเพื่อช่วยเหลือฝรังเศส สงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็เริ่มต้นขึ้นโดยที่ทุกประเทศมีเหตุผลที่ฟังดูดีทั้งนั้น

ในช่วงแรกชาวอังกฤษโกรธแค้นรัฐบาลที่ส่งลูกหลานของตนไปรบเพื่อประเทศเล็กๆ อย่างเซอร์เบีย รัฐบาลอังกฤษจึงต้องแต่งเรื่องขึ้นเพื่อทำให้คนอังกฤษเกลียดชังเยอรมัน เป็นต้นว่า มีพ่อค้าชาวเยอรมันในอังกฤษขายอาหารปนยาพิษ ช่างตัดผมชาวเยอรมันแอบตัดคอลูกค้าแล้วเอาศพไปทิ้ง ฝ่ายเยอรมันก็ใช้วิธีการเดียวกันกับประชาชนของตน มีการปล่อยข่าวว่า ทหารอังกฤษจับทหารเยอรมันได้ก็จะควักลูกตาออก ข่าวลือต่างๆ เหล่านี้ได้ผลเพราะทำให้ชาวอังกฤษเกลียดคนเยอรมันมากถึงขนาดไม่ยอมเล่นเพลงคลาสสิกที่บรรเลงโดยคีตกวีชาวเยอรมันอีกต่อไป หลังจากสงครามเริ่มขึ้นได้หนึ่งปี ชาวอังกฤษเปลี่ยนจากการต่อต้านสงครามไปเป็นสนับสนุนสงครามเพราะเคียดแค้นคนเยอรมัน พรรคการเมืองหนึ่งของอังกฤษพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างราบคาบเนื่องจากที่มีนโยบายสันติภาพ

สงครามดำเนินไปสี่ปีเต็ม ผลาญเงินรัฐบาลอังกฤษไปวันละหกล้านปอนด์ คนฝรั่งเศสได้รับอนุญาตให้เปิดไฟบ้านละไม่เกิน 1 ดวงเพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ คนอังกฤษต้องอดเนื้อสัปดาห์ละสองวัน ทรัพยากรของทุกประเทศถูกผลาญไปเรื่อยๆ จนกระทั้งบัลแกเรียต้องขอถอนตัวออกจากสงครามในที่สุด ชาวรัสเซียต้องก่อหวอดละปลงพระชนม์กษัตริย์ของตัวเอง ในที่สุดเยอรมันก็ประกาศยอมแพ้สงคราม เป็นอันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มีผู้เสียชีวิตในสงครามนี้ไปทั้งสิ้น 8 ล้าน 5 แสนคน ชาวเยอรมันต้องอยู่อย่างยากลำบากหลังจากนั้นไปอีกหลายปี เพราะถูกกดขี่โดยประเทศผู้ชนะสงครามและทำให้ชาวเยอรมันสนับสนุนให้ฮิตเลอร์แก้แค้นฝ่ายสัมพันธมิตรจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ในอีกสามสิบปีต่อมา

(จากหนังสือ สงครามโลกครั้งที่หนึ่งน่าสะพรึงกลัว เขียนโดย Terry Deary)

8 ความเห็น »

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI

  1. ได้ความรู้ดีครับ

  2. พี่เก่งจังครับ มีความรู้เยอะมาก อยากให้พี่เปิดคอร์สการลงทุนครับ
    ขอปรึกษาเรื่องเรียนต่อโทนะครับ (ตรีวิศวะ)
    mba สาขาผู้ประกอบการจบแล้วทำงานอะไรได้บ้างครับ น่าเรียนไหม
    ผมอยากเรียนและทำงานที่ให้โอกาศในการเรียนรู้ธุรกิจหลายๆด้าน หลายๆประเภทครับ

  3. theme ใหม่ สวยดีครับ ^-^ (นี่มันความเห็นเกี่ยวกับบทความเหรอเนี่ย -*-)

  4. 3-4 บทความหลังนี่ ดูเหมือน “ฉาย” ออกมาเป็นซีรี่ย์ เลยนะครับ
    ผมแวะเข้าไปดูรูปถ่ายด้านขวามาแล้ว … ไม่ธรรมดานะเนี่ย : )

  5. สวัสดีน้องnut

    อยากรู้หลายด้านเรียน General MBA แล้วเลือกวิชาเลือกที่อยากรู้เอาก็ได้ครับ ส่วน MBA in Entreprenuership เหมาะสำหรับคนที่คิดจะออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง ไม่ได้เรียนกว้างไปกว่าเมเจอร์อื่นครับ

  6. ชอบครับ ถ้ามีโอกาส จะลองหาหนังสือที่ว่ามาอ่านดูให้ได้ : )

  7. จะมีอะไีรเยียวยา สงคราม และความขัดแย้งได้บ้างไหมหนอ
    ทำไมมันต้องเกิดทุกยุคสมัยทุกสังคม
    ยิ่งเจริญมากขึ้นเท่าไร ความขัดแย้งก็ยิ่งซับซ้อน

    ความเชื่อและอุดมการณ์ และเหตุผลที่ดีในการทะเลาะกัน

  8. ลืมเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไปหมดแล้ว 55+
    ขอบคุณที่นำมาเล่าสูกันฟังนะคะ

    ————————————–
    The more you learn, the more you forget!!


ใส่ความเห็น

XHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.