13 Jan0254: Mutual Fund Watchdog #2

ซื้อได้แล้วนะครับ กองทุนรวมหุ้นแบบไม่ปันผลของบลจ.ต่างๆ ทุกบลจ.มีหน้าที่สู้กับ TMB50 ซึ่งเป็นกองทุนดัชนีให้ได้ในระยะยาวนะครับ

ของ BBLAM ต้องซื้อต่างหากเพราะฟิลิปไม่ได้เป็นตัวแทนนะครับ

ยังมีบลจ.อื่นอีก แต่ไม่ได้ซื้อ เพราะไม่มีกองทุนหุ้นแบบที่ไม่ปันผลนะครับ ส่วนกองทุนหุ้นบางกองที่มีปันผลที่แนะนำผมกันมา ผมซื้อไว้ดูเองครับ เหอๆ

พอร์ตนี้จะถือแช่ไว้เลย แบบนานแสนนาน Once in a blue moon จะเอาพอร์ตนี้กลับมาดูสักที เราจะได้รู้ว่า บลจ.ไหนสร้าง wealth ให้ผู้ถือหุ้นได้จริงๆ บ้าง

(Please Refer to http://dekisugi.net/2009/12/25/0227-mutual-funds-watchdog/ )

VN:F [1.8.4_1055]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)

13 Responses to “0254: Mutual Fund Watchdog #2”

  1. Dekisugi says:

    วันแรกก็เป็นการประจานแล้วว่า ING ค่า Front-end Fee แพง

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  2. chod says:

    SCBSET รู้สึกว่าก็เป็นกองทุนดัชนีเหมือน TMB50 นะครับ แต่น่าจะกระจายกว่า?

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  3. Tiger Mortar Club says:

    หนังสือเล่มใหม่ เมื่อไร คลอดคะ รออ่านคะ

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  4. หมีหัวโต says:

    ทำไมบางกองซื้อห้าพัน บางกองซื้อหมื่นนึงครับ หรือว่าขึ้นต่ำของเค้า

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  5. Dekisugi says:

    กองไหนขั้นต่ำไม่ถึงห้าพัน ซื้อห้าพัน กองไหนเกินห้าพัน ซื้อเท่ากับขั้นต่ำครับ

    เวลาดูผลงานก็ดู % Gain/Loss เอา

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  6. [...] This post was mentioned on Twitter by ake117, Narin O.. Narin O. said: 0254: Mutual Fund Watchdog #2: http://wp.me/p1Oll-15V [...]

  7. taweesak opasvorarat says:

    เรียน คุณนรินทร์ ที่นับถือ

    ผมขออนุญาตขอความรู้เรื่องการจัดพิมพ์หนังสือจำหน่ายด้วยตนเองหน่อยครับ ผมขออภัยที่ต้องมาเขียนเป็น comment ใน topic นี้ ผมพยายามจะหา personal email ของคุณนรินทร์ที่ dekisugi.net แต่ไม่พบ …ถ้าคุณนรินทร์เห็นว่าไม่เหมาะสมประการใด ก็ลบออกได้ครับ (และผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องเสียเวลา)

    คือ..ผมเป็นแฟนประจำ ได้ซื้อหนังสือของคุณนรินทร์หลายเล่ม และ ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณนรินทร์ใน Section จุดประกาย เมื่อไม่นานมานี้ เลยเกิดแรงบันดาลใจ ผมเลยได้ลงมือเขียนหนังสือจนเสร็จได้มา 1 เล่ม (ไม่เกี่ยวกับ economics, stocks, finance ครับ :-) ) แต่เป็นหนังสือให้ความรู้เพื่อที่จะใช้ในชีวิตการงานประจำวันได้ทั่วไป เขียนให้อ่านสนุก ผมมั่นใจพอควรว่าน่าจะไปได้ (ให้เพื่อนฝูงพีน้องกัน review ดูแล้ว)

    ผมต้องการลงทุนพิมพ์เอง แต่ไม่ทราบว่าจะจัดจำหน่ายได้อย่างไร

    1. ผมลองโทรคุยกับ SE-ED, และศุนย์หนังสือจุฬาแล้ว แต่ได้ standard answer มา..คือ เขาจะชัก 40% จากราคาปก แต่ผมไม่มีหลักเกณฑ์จะตัดสินใจได้เลยว่าอะไรดีกว่าอะไร เพราะถ้าส่งSE-ED แล้ว SE-ED ก็ส่งศุนย์หนังสือจุฬาด้วย หรือถ้าส่งศุนย์หนังสือจุฬา ศุนย์หนังสือจุฬาก็ส่ง SE-ED ต่อด้วย ไม่รูว่าต่างกันอย่างไร

    2. มีวิธีที่เราจะเก็บดอกผล จากการลงมือลงแรงของเราให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นมั้ยครับ หรือว่า 40% มันเป็นกฎทอง (industry standard rule)

    3. ผมสังเกตเห็นว่า หนังสือของคุณนรินทร์ขายผ่านทาง B2S มาก แต่ B2S ไม่ได้เป็นผู้จัดจำหน่ายนี่ครับ แล้วมันจะมีผลทำให้หนังสือกระจายออกไปได้ช้าหรือไม่ทั่วถึงหรือเปล่าครับ

    4. ทาง SE-ED มีร้านจำหน่ายเยอะก็จริง แต่เขามีหนังสือที่ต้องจัดจำหน่ายเป็นจำนวนมาก หนังสือของเราก็ไม่มี preference เหนือกว่าเล่มใดใช่ไหมครับ เหมือนเค้ามีลูกหลายคนต้องดูแล ก็ไม่มีเวลาสนใจใครเป็นพิเศษ

    5. มี industry secret อะไรอย่างอื่นหรือปล่าวครับ ที่พวกมือใหม่ไม่รู้

    ขอบคุณที่สละเวลาอ่านนะครับ

    -taweesak opasvorarat

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  8. Dekisugi says:

    เรื่อง retailer margin มหาโหดนั้นเป็นเรื่องที่สำนักพิมพ์ทุกเจ้าโดนเหมือนกันหมดครับ ฉะนั้นจึงอยู่ที่ว่าใครจะทำยอดขายได้มากกว่าต้นทุนค่าพิมพ์หักค่าใช้จ่าย

    ช่องทางที่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นมีครับ แต่จะแลกมาด้วยยอดขายที่น้อยลงมาก ส่วนใหญ่แล้วไม่คุ้มครับ ยังไงร้านหนังสือแบบมีสาขาก็เป็นช่องทางที่สร้างยอดขายได้มากที่สุด

    สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่เลือกที่จะส่งร้านหนังสือทุกเครือเพื่อทำยอดขายให้มากที่สุดนะครับ ของผมเป็นกรณีที่แปลกหน่อย เพราะผมใช้วิธีเลือกช่องทางที่ใหญ่พอสมควรแต่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพื่อประหยัดสต็อคและค่าขนส่ง และเหตุผลอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครเขาทำแบบนี้กันนะครับ

    B2S ไม่รับจัดจำหน่าย เป็นแค่ร้านหนังสืออย่างเดียว ผมจัดจำหน่ายไปที่ B2S เอง

    หนังสือใหม่ที่เข้าร้านหนังสือแต่ละวันมีจำนวนมหาศาล ร้านหนังสือจึงจำเป็นต้องเลือกครับ หนังสือที่มีการโฆษณาทีวี หรือนักเขียนเป็นคนดัง จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากร้านหนังสือมากกว่าหนังสือของคนเขียนที่โนเนมทั่วไปๆ ครับ

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  9. taweesak opasvorarat says:

    ขอบคุณหลายๆครับ

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  10. ake says:

    good idea to watch back to each fund performance kab.

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  11. อิอิ says:

    ขออนุญาตให้ข้อมูลด้วย เผื่อจะช่วยนะครับ
    เห็นหนังสือของคุณสมคิด ลวางกูร เล่มนึง
    เล่าเกี่ยวกับการทำหนังสือ โดยเฉพาะการขายหนังสือในงานหนังสือ (ทำยังไงให้ขายดี)
    ลองไปหาอ่านดูนะครับ
    (แต่ผมจำชื่อหนังสือไม่ได้)

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  12. nun08 says:

    พี่นรินทร์ครับ ทำไม เอา tmb50 มาเป็นตัวหลักในการเทียบกับกองทุนอื่นๆๆ ครับ สงสัย………

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  13. Dekisugi says:

    tmb50 เป็น index fund คือ ใช้หุ่นยนต์ซื้อ ไม่ใช้สมอง

    ถ้ากองทุนไหนแพ้ tmb50 แปลว่า?

    UN:F [1.8.4_1055]
    Rating: 0 (from 0 votes)

Place your comment

Please fill your data and comment below.
Name
Email
Website
Your comment