7thLTG -

The Seven Thailand Long-term Growth Fund (7thLTG)

เนื่องด้วยผมมีความตั้งใจจะอุทิศทรัพยากรของผมส่วนหนึ่งให้กับการค้นหาวิธีลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นไทย ที่ได้ผลตอบแทนที่ดีพอสมควร และต้องง่ายพอที่ average person จะสามารถปฏิบัติได้เอง ผมจึงสร้างพอร์ตลงทุนอันหนึ่งขึ้นมาให้ชื่อว่า The Seven Thailand Long-term Growth Fund หรือ 7thLTG เพื่อการนี้ครับ

เป้าหมายของผมคือการค้นหาวิธีการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่

  1. ให้ตอบแทนเฉลี่ยสะสมเกิน 10% ต่อปี และเอาชนะดัชนี SET50 ได้ (อาจจะไม่สูงมากแต่คุ้มค่ากับความเสี่ยงและ effort ที่ลงไป)
  2. average person ต้องสามารถปฏิบัติได้โดยไม่ยาก 
  3. ไม่ต้องติดตามข่าวหรือตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด (เพื่อให้เงินทำงานให้เรา ไม่ใช่ให้เราทำงานให้เงิน)

วิธีนี้ไม่ได้เน้นการ maximize ผลตอบแทน แต่เน้นการทำให้ผลตอบแทนให้ดีพอสมควรโดยไม่ต้องใช้ effort มาก

นโยบายการลงทุน

คัดเลือกหุ้นไทยจำนวน 7 ตัว ที่เข้าเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อต่อไปนี้

  1. เป็นกิจการที่ยังเติบโตได้อีกมากในระยะยาว (ข้อนี้ขาดไม่ได้)
  2. ต้องเป็นบริษัทที่ established แล้วพอสมควร (ไม่เจ๊งไปง่ายๆ ใน 15 ปีเสียก่อน)
  3. ไม่อยู่ใน sector เดียวกันเกิน 3 ตัว

กองทุนจะลงทุนในหุ้น 7 ตัวนี้เท่านั้น โดยรายชื่อสามารถปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตเมื่อเห็นว่าหุ้นนั้นไม่เข้าเกณฑ์ทั้งสามข้ออีกต่อไป หรือไม่สามารถเทรดได้อีก (โดนควบรวม โดนถอน โดยแขวน ไร้สภาพคล่อง ฯลฯ)

ในการลงทุนจะซื้อหุ้นทั้ง 7 ตัว ทุกวันที่ 25 ของเดือน ตัวละ 3000 บาท (ปัดลงให้เศษหุ้นลงตัว) เป็นเงินรวม 21000 บาทต่อเดือน ซื้อไปเรื่อยๆ ทางเดียวจนกว่าจะครบ 15 ปี และจะสรุปผลเมื่อครบกำหนด 15 ปีแล้วเท่านั้น

เมื่อใดที่มีหุ้นตัวใดมีมูลค่าใหญ่เกิน 30% ของพอร์ต หุ้นตัวนั้นจะโดนหยุดซื้อชั่วคราวจนกว่าจะไม่เกิน (เอาเงินในเดือนนั้นเฉลี่ยไปซื้อตัวอื่นๆ ที่เหลือแทน) เพื่อลดการผูกพอร์ตไว้กับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากไป

หลักการและเหตุผล

ทำไมเลือกหุ้นด้วยการมองการเติบโตในอนาคตเป็นหลัก : เพราะผมได้ตรวจสอบมาแล้วว่าหุ้นเติบโตในตลาดหุ้นไทยเป็นหุ้นที่ถือยาวแล้วได้ผลตอบแทนที่สูงได้จริงๆ และสูงกว่าหุ้นแนวอื่น

มูลค่าตลาดของหุ้นคุณค่าเมื่อถือไว้เฉยๆ 12 ปี  

Value Stock

ปี 1996 ปี 2008
SSC 9,672 2,047
SAUCE 3,312 4,392
EGCO 36,400 36,062
SCC 96,960 123,600

มูลค่าตลาดของหุ้นเติบโตเมื่อถือไว้เฉยๆ 12 ปี

Growth Stock

ปี 1996 ปี 2008
BIGC 7,375 30,656
CPN 8,900 31,157
SEED 570 1,894
PTTEP 114,700 353,858

ปี 1996 ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 1200 จุด ส่วนปี 2008 ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 400 จุด จะเห็นได้ว่าต่อให้ซื้อหุ้นในปีที่ตลาดหุ้นฟองสบู่ แต่ถ้าถือไว้เป็นระยะเวลาที่นานมากพอ แม้จะขายออกในปีที่มีวิกฤต หุ้นเติบโตก็ยังให้ผลตอบแทนที่งดงามและมากกว่าหุ้นคุณค่า เพราะฉะนั้น หุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวจึงได้แก่หุ้นเติบโต ไม่ใช่หุ้นคุณค่าหรือหุ้นปันผลอย่างที่เข้าใจกัน ถ้าหากเข้าใจตรงนี้ได้ หุ้นไทยก็สามารถถือยาวได้ครับ ต่อให้เจอวิกฤตก็ไม่น่ากลัว

ส่วนหนึ่ง ที่ผมสร้างพอร์ตนี้ขึ้นมาก็เพื่อต่อสู้กับความเชื่อที่ว่า “หุ้นไทยถือยาวไม่ได้” และ “หุ้นที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาวคือหุ้นปันผล” ซึ่งผมมองว่าเป็นความเชื่อที่ผิด ผมเชื่อว่า หุ้นไทยถือยาวได้แต่ต้องถือหุ้นเติบโตเท่านั้น ครับ

ทำไมไม่เลือกหุ้นด้วยพีอีเรโช : ผมไม่เชื่อว่าวิธีอะไรก็ตามที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำแทนได้หมด 100% จะเป็นวิธีที่สามารถเอาชนะตลาดหุ้นได้ ผมเชื่อว่าการลงทุนเป็นศิลปะ ดังนั้นยังไงก็ต้องมีบางส่วนที่เป็น Qualitative อยู่ด้วย และส่วนนี้แหละที่จะทำให้เราเอาชนะตลาดได้ แม้ว่าบางทีเราจะไม่ชอบก็ตาม

ที่จริงผมไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าการเลือกหุ้นโดยดูจากพีอีต่ำเป็นวิธีที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว เพราะถ้าราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าเมื่อไร แต่กำไรไม่เพิ่มต่อไปอีก ถือต่อไปก็จะไม่มีประโยชน์อะไร ต่างกับหุ้นของกิจการที่กำไรเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ถือไว้นานๆ ย่อมมีประโยชน์ 

ทำไมต้องเป็น established company ด้วย : เพราะวิกฤตต้มยำกุ้งได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อเกิดวิกฤตขึ้น หุ้นทุกตัวลงแรงเหมือนกันหมด แต่หลังจากนั้น บริษัทที่ไม่มีฐานธุรกิจที่มั่นคงมากพอจะหายไปเลย ในขณะที่พวก established company ส่วนใหญ่มักจะกลับมาได้ในที่สุด ดังนั้น ในการลงทุนระยะยาว ต้องเลือก established company เพราะ ถึงแม้จะลงหนักเมื่อมีวิกฤตเหมือนกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ จะกลับมาเป็นปกติเอง   

ทำไมต้อง 7 ตัว : มีการวิจัยพบว่าการกระจายหุ้นเกิน 15 ตัวขึ้นไป ผลของการลดความเสี่ยงโดยหุ้นตัวที่ 16 เป็นต้นไปแทบจะไม่มีนัยสำคัญเลย ดังนั้นจึงไม่ควรกระจายหุ้นเกิน 15 ตัว ในทางตรงกันข้าม การซื้อหุ้นแค่ 2-3 ตัว จะทำให้มีโอกาสเอาชนะตลาดแบบมากๆ ได้ แต่การทำเช่นนั้นจะทำให้วิธีการลงทุนนี้จะต้องพึ่งพาฝีมือของผู้ลงทุนอย่างมากทันที ซึ่งไม่ใช่เป้าหมาย ดังนั้น จำนวนหุ้นกลางๆ น่าจะเหมาะ แต่ไม่มีกฏตายตัวว่าต้องเท่าไรแน่ บังเอิญ 7 อยู่ตรงกลางพอดี และผมชอบเลข 7 เหอๆ การบังคับให้ต้องลงทุนถึง 7 ตัว จะทำให้ average person กับ expert ทำผลงานได้ไม่ต่างกันมากนักโดยอัตโนมัติ ทำให้วิธีนี้ไม่ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ลงทุนมากจนเกินไป

ดังนั้นในการเลือกหุ้นตามวิธีนี้จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเลือกหุ้นไม่เก่งด้วย เพราะสุดท้ายแล้วผลตอบแทนจะไม่ต่างจากของ expert มากนักอยู่ดี เนื่องจากถูกบังคับให้ลงทุนถึง 7 ตัว แต่ข้อสำคัญคือต้องเลือกโดยพิจารณาจากเกณฑ์ 3 ข้อที่กล่าวไปแล้ว ห้ามเลือกเพราะเหตุผลอย่างอื่น เช่น ปันผลสูง พีอีต่ำ โดยเด็ดขาด

ทำไมต้องทยอยซื้อ ทำไมไม่ลงตูมเดียวไปเลย : Feedback ที่ผมได้รับจากนักลงทุนสมัครเล่นส่วนใหญ่ก็คือเขาบอกว่าการหาว่ามูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นเป็นเท่าไรนั้นเป็นส่วนที่ยากที่สุดของการลงทุน และยากเกินไปสำหรับ average person ดังนั้นผมจึงออกแบบวิธีนี้ให้ลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนในระยะยาว จะได้ไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการวัดมูลค่าหุ้น การลงตูมเดียวไปเลยอาจได้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่ต้องพึ่งพาความสามารถในการวัดมูลค่าหุ้นเป็นอย่างมาก จึงไม่เหมาะกับ average person ครับ

ทำไมต้อง 15 ปี : ถ้าเป็นยุคบัฟเฟตยังหนุ่ม ผมว่าแค่ 7 ปีก็พอ แต่ผมมองว่าตลาดหุ้นยุคนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะเต็มไปด้วยฟองสบู่ ที่เกิดจากความพยายามบิดเบือนปัจจัยมหภาคของธนาคารกลางต่างๆ  เช่น การตึงค่าเงิน การลดดอกเบี้ยมากเกินไป เป็นต้น ซึ่งธนาคารกลางมีความสามารถในการบิดเบือนพื้นฐานได้นาน 7-8 ปี เลยทีเดียว ดังนั้นการลงทุนที่มีระยะเวลาลงทุนไม่นานพอจะเสี่ยงต่อวิกฤต การลงทุนติดต่อกันนานถึง 15 ปี จะช่วยทำให้มีการเฉลี่ยต้นทุนครบวัฏจักรอย่างน้อยหนึ่งรอบ จึงเป็นวิธีการลงทุนที่ผลตอบแทนรวมไม่ขึ้นกับวิกฤต (crisis-proof) ข้อดีที่สำคัญอีกอย่างของวิธีการนี้จึงได้แก่ การที่สามารถเริ่มต้นเมื่อไรก็ได้ โดยไม่ต้องพะวงว่าจะเกิดวิกฤตเมื่อไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำนายได้ยากมากอีกเรื่องหนึ่ง  

ทำไมต้อง 21000 บาทต่อเดือน : เพื่อประหยัดค่าคอมฯขั้นต่ำเท่านั้นเอง แต่จริงๆ แล้วไม่จำเป็น วิธีนี้จะใช้เงินน้อยกว่านี้ก็ได้ เช่น เดือนละ 7000 บาท (ตัวละพัน) ก็พอแล้ว เป็นต้น การเสียค่าคอมขั้นต่ำทุกเดือนเดือนละ 53.5 บาท ในเวลา 15 ปี คุณเสียค่าคอมไปทั้งสิ้นแค่ 9630 บาทเท่านั้น ดังนั้น ถ้าลงทุนไม่ถึง 24000 บาทต่อเดือน จริงๆ แล้วคุณก็ไม่ได้เสียค่าคอมแพงเกินไปเท่าไรนักหรอก

จะสังเกตได้ว่า ผมออกแบบวิธีการนี้ให้พึ่งพาทักษะเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ ทักษะในการเลือกหุ้น ไม่ต้องใช้ทักษะในการกระจายหุ้น วัดมูลค่าหุ้น หรือ market timing เลย จึงเป็นวิธีที่ง่ายมาก นักลงทุนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าการจะได้ผลตอบแทนมากกว่าตลาดต้องอาศัย market timing เป็นสำคัญ (ซื้อก่อนลง ขายก่อนขึ้น) แต่ถ้าสังเกตดูกองทุนรวมในบ้านเราทุกวันนี้ มี managed fund ที่ไม่จ่ายปันผลอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีกองทุนไหนมี NAV สูงเท่ากับ TMBSET50 ได้เลย แสดงว่าที่จริงแล้ว market timing อาจช่วยทำให้ชนะตลาดในระยะสั้นได้บ้าง แต่ในระยะยาวแล้ว มันคือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนแพ้กองทุนที่เลียนแบบดัชนี การที่ผู้จัดการกองทุนพยายามซื้อๆ ขายๆ จะทำให้พลาดโอกาสสำคัญๆ ในระยะยาวและพ่ายแพ้กองทุนเลียนแบบดัชนีในที่สุด

โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า การเอาชนะตลาดในระยะยาวต้องอาศัยการ Focus มากกว่า ซึ่งหมายถึง การลงทุนในหุ้นจำนวนน้อยตัวกว่าตลาด โดยคัดเลือกตัวที่คิดว่าน่าจะเติบโตดีกว่าตลาดโดยรวม ซึ่งเป็นวิธีที่ชนะตลาดในระยะยาวได้ง่ายกว่าการพึ่ง Market Timing ครับ

อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า วิธีนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะ maximize return แต่เป็นการค้นหาวิธีการลงทุนที่ง่ายที่สุด เฝ้าตลาดน้อยที่สุด แล้วยังได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นทุนด้วย ตามคอนเซ๊ปต์ให้เงินทำงานให้เรา มิใช่ให้เราทำงานให้เงิน ผลตอบแทนอาจไม่สูงสุด แต่มีเวลาสำหรับด้านอื่นๆ ของชีวิต  

สำหรับหุ้น 7 ตัวแรกที่จะเริ่มลงทุนในวันที่ 25 กันยายน 2552 เป็นต้นไปมีดังนี้ 

หุ้น เหตุผลที่เลือก ณ ขณะนั้น
ADVANC Mobile Lifestyle กำลังจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไทยอย่างรวดเร็ว ตัวนี้มีความพร้อมที่สุดในกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์
BANPU มีแผนการเติบโตที่เห็นได้ชัดเจน ผู้บริหารมีเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่จะเป็นบริษัทที่เติบโตไปเรื่อยๆ
BGH รองรับ aging economy ผู้บริหารมีเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทที่เติบโตไปเรื่อยๆ เช่นกัน
CPALL มีแผนขยายสาขาที่ชัดเจน เครือข่ายแข็งแกร่งมาก กำลังเป็นเรือธงลำใหม่ของเจ้าของ
CPN มีแผนขยายสาขาที่ชัดเจน เป็นห้างสามัญประจำบ้านที่จะอยู่คู่คนไทยไปอีกนาน
MINT มีแผนขยายธุรกิจไปเรื่อยๆ แคร์ความคาดหวังของผู้ถือหุ้น เครือข่ายใหญ่พอที่จะไม่ตายไปง่ายๆ
PS มีจุดแข็งที่ชัดเจนทำให้สามารถเติบโตด้วยการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดไปเรื่อยๆ แม้ในเวลาที่ตลาดไม่โตก็ตาม

จะเห็นได้ว่าเป็นการมอง Big Picture เป็นหลัก ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน ไม่ต้องรู้บัญชีมาก ไม่ต้องกังวลว่าจะมองอนาคตพลาด เพราะต้องมีพลาดบางตัวอย่างแน่นอน แต่เรามีตั้ง 7 ตัว จะไปกลัวอะไร เราต้องการภาพรวมดี ถ้าการลงทุนคือการทำธุรกิจ มีนักธุรกิจคนไหนบ้างที่ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะต้องประสบความสำเร็จตอนเริ่มต้นทำธุรกิจครับ อีกอย่างหนึ่ง จริงๆ แล้ว ตั้งแต่เกิดมา ผมยังไม่เคยเจอใครเลือกหุ้นได้ถูกต้องทุกครั้งเลยครับ (นอกจากคนที่ชอบ claim ว่าตัวเองเลือกถูกแต่ตัวที่ผ่านไปแล้ว แต่พวกนี้พอให้เลือกไปข้างหน้า ไม่เห็นจะเลือกถูกเลย) ที่จริงแล้ว ผมว่าคนที่เก่งมักเป็นคนที่เวลาเลือกผิดแล้ว เขามักขาดทุนไม่มาก เพราะว่าไม่ดันทุรัง ส่วนเวลาเลือกถูกก็กล้า let profit run มากกว่า  

คำเตือน : 7thLTG เป็นเพียงแค่การทดลองที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าได้ผล (กว่าจะรู้ผลก็อีก 15ปี) ผมจึงไม่แนะนำให้ทำตามนะครับ ถ้าใครทำตามแล้วเจ็งก็เป็นความผิดพลาดของผู้นั้นเองที่รู้ว่าวิธีการที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์แต่นำไปใช้

ประวัติการปรับพอร์ต/ปันผล


Print

426 Responses to “7thLTG”

Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] Show All

  1. 401
    au Says:

    ขอบคุณค่ะ เพิ่งอ่านเจอ ไปเจอที่พี่พอใจแปะไว้เกี่ยวกับยุคขาดแคลนน้ำมันค่ะ

    ขอบคุณคุณโจ๊กและพี่พอใจ

  2. 402
    Dekisugi Says:

    คิดไว้ว่า 24 กันยา นี้ผมจะแจ้งมาร์ไว้ให้ขาย ADVANC และ MINT-W4 ทิ้งให้หมด แล้วนำเงินที่ได้ทั้งหมดไปซื้อ MINT แทน ยกเว้นว่าเหลือเศษวอร์แรนต์ที่ขายไม่ได้จริงๆ ก็ช่างมันไปครับ

    แล้ววันที่ 24 จะถือโอกาสสรุปผลงานของพอร์ตในโอกาสครบรอบหนึ่งปีด้วย Grin

  3. 403
    หมีหัวโต Says:

    ปีนึงผ่านไปไวเหลือเกิิน

  4. 404
    w_tin Says:

    ขอถามการซื้อหุ้นเพิ่มตามหลัก 7thLTG
    กรณี
    มีหุ้น A และ B มูลค่าต้นทุนเท่ากัน คือ 10,000 บาท
    แต่ มูลค่า ตลาด A และ B ไม่เท่ากัน คือ A = 12,000 บาท B = 20,000 บาท

    ตอนนี้ จะซื้อเพิ่ม 5,000 บาท จะต้องซื้อ เพิ่มตัวไหนหรือครับ ระหว่าง A กับ B
    (เลือกได้ตัวเดียว)

    ขอบคุณมากครับ

  5. 405
    Dekisugi Says:

    หารซื้อเท่ากันไปเรื่อยจนกว่าใครจะโตขึ้นมาเองจนเกิน 30% ของพอร์ตจะชะลอตัวนั้นครับ

  6. 406
    au Says:

    ทำไมขายadvancค่ะ

    มูลค่าตลาดเกินหรือค่ะ

  7. 407
    Dekisugi Says:

    ผมเอาแอ็ดออกจากรายชื่อไปนานแล้วครับ แต่เพิ่งจะรอเคลียร์ของเก่าที่เคยซื้อไว้ตอนสิ้นปี Big Smile

  8. 408
    au Says:

    รับทราบค่ะ

  9. 409
    Ginola Says:

    โตขึ้นมาเองจนเกิน 30% ของพอร์ต คือ จำนวนหุ้น หรือว่า (ราคาตลาด*จำนวนหุ้น) ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก

  10. 410
    Dream Theater Says:

    พี่นรินทร์มองว่า SET ตอนนี้อยู่ในช่วงไหนของ Cocktail Theory ครับ Clover

  11. 411
    Dekisugi Says:

    สมมติว่าซื้อหุ้นเจ็ดตัวด้วยเงินเท่ากัน ก็เท่ากับตัวละ 14%

    เวลาผ่านไปหุ้นบางตัวขึ้นบางตัวลงทำให้สัดส่วนนี้เปลี่ยนไป

    เมื่อไรที่ตัวไหนมีสัดส่วนเกิน 30% เพราะราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงกว่าตัวอื่นมากๆ 7thLTG ก็จะชะลอซื้อตัวนั้นไว้ก่อนชั่วคราว

  12. 412
    Dekisugi Says:

    ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยก็คงอยู่ในช่วงซื้อตามๆ กันอย่างบ้าระห่ำแล้ว

    แต่ถ้ายังไม่มีข่าวร้ายๆ อะไรเข้ามา ก็คงขึ้นไปได้เรื่อยๆ (ข่าวร้ายแบบธรรมดาไม่มีผล เพราะช่วงนี้ตลาดไม่สนใจข่าวร้าย) ตราบใดที่เงินใหม่ๆ ที่ยังไม่เข้ามาในตลาด ยังมีเหลืออยู่ในระบบอีกมาก

    ก็ต่อเมื่อมีข่าวร้ายๆ จริงๆ เข้ามากระทบตลาดเท่านั้น ที่ market correction จะบังเกิดขึ้น

  13. 413
    Khun T Says:

    imho ไม่น่าปรับสัดส่วนการลงทุนเพราะราคา น่าจะปล่อยให้ตลาด self corrected ไม่งั้นก็จะกลายเป็นการเริ่ม timing market หรือ เริ่มเดาราคา

    ในระยะเวลานานๆๆๆ การทบต้นมีผลตามที่พวกเรารู้ และก็มีผลต่อคุณค่าและราคาของบริษัทด้วย การตั้ง cap ไว้ ทำให้ลดความสามารถในการโตของอนาคต

    จริงๆแล้วถ้าเล่นแบบ aggressive มากๆ ต้องปรับพวกไม่ดีออก แล้วเอาเงินไปซื้อตัวที่ดีด้วยซ้ำ แต่นั่นคงไม่เหมาะ เพราะเสี่ยงเกินไป

    ลองดูประวัติศาสตร์หุ้นไทย จาก 8 บริษัทที่เริ่มแรก เหลือเท่าไหร่ และ 50 บริษัทแรก มีราคาที่โตกว่าบริษัทที่เหลือยังไงในเวลาเท่าๆกัน

    ที่เขียนมาภายใต้สมมติฐานว่า ถึงแม้เราเลือกหุ้นได้ดีมากๆแล้ว แต่เราอาจจะผิดก็ได้ อาจมีบางบริษัทแย่ลงในระยะยาว บางบรฺษัทแคระแกรน และแค่บางบริษัทที่เติบโตได้ดี และอาจดีกว่าที่เราประเมินในช่วงต้นก็ได้

    just my humble opinion

  14. 414
    ole Says:

    คุณสุมาอี้ครับ ถ้าเราเชื่อว่าราคาหุ้นบางตัวได้ขึ้นเกินพื้นฐานมามากทั้งด้าน การเติบโตของยอดขาย หรือกำไร ถึงแม้ว่าเราคิดว่าหุ้นตัวนี้เป็นหุ้นที่ดีมากก็ตาม เราก็ควรจะขายใช่มั้ยครับ หรือว่าเราควรอดทนถือต่อไป เพราะเคยอ่านที่คุณเขียนไว้ว่าถ้าหุ้นตัวใดก็ตามไม่มีการเติบโตแล้วก็ควรขายไปซะ ถ้าเข้าใจไม่ถูกต้องก็ขอคำแนะนำด้วยครับ

  15. 415
    1001ii Says:

    รับไอเดีย Khun T ไว้พิจารณาครับ เอาไว้ให้มีกรณีเกิดขึ้นแล้วจะตัดสินใจอีกที

    @ole
    ถ้าหุ้นเติบโตได้เกินเป้าหมายทั้งรายได้และกำไรก็ยิ่งแสดงว่ากิจการยิ่งเติบโตได้ดีกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก ก็ต้องยิ่งอยากถือต่อสิครับ

  16. 416
    Ken Says:

    คุณสุมาอี้ครับ มอง BEC ว่าอย่างไรครับพอที่จะอยู่ ใน 7thltg ได้ไหมครับ?

    Threat จาก satellite TV กับ online media เนี่ยน่ากังวลไหมครับ?

    ขอบคุณครับ Grin

  17. 417
    Dekisugi Says:

    ส่วนตัว มองว่า BEC ถึงจุดสูงสุดของธุรกิจแล้ว น่าจะดีกว่านี้มากๆ ได้ยากครับ ในขณะเดียวกัน ก็มีสื่ออื่นๆ ที่เข้ามาแย่งลูกค้าจากฟรีทีวีไปเพิ่มขึ้นทุกวัน

  18. 418
    Pattra Says:

    สมัครขึ้นเรือด้วยคนนะคะ

  19. 419
    ole Says:

    คุณสุมาอี้ครับ คือว่าผมหมายถึงราคาหุ้นที่ตลาดได้ให้ไว้สูงมากเกินการเติบโตของกำไรและรายได้ของบริษัทนั้นๆนะครับ

  20. 420
    Dekisugi Says:

    ถ้าหุ้นตัวนั้นเราคำนวนมูลค่ามาจาก growth ที่มองเห็นอยู่ เช่น โครงการขยายกำลังการผลิต หรือแผนขยายสาขาห้าปี ถ้าหากราคาวิ่งไปเกิน แล้วเราไม่เห็นว่าบริษัทจะโตต่อไปด้วยวิธีการอื่นๆ ก็อาจพิจารณาขายไปหากเห็นหุ้นตัวอื่นที่น่าสนใจมากกว่า

    สำหรับ 7LTG ส่วนใหญ่ ผมไม่ได้คำนวณมูลค่าจาก growth project แต่เลือกมาจากลักษณะของการดำเนินธุรกิจที่สามารถเติบโตไปได้เรื่อยๆ จึงไม่จำเป็นต้องขายก็ได้ บางปีอาจจะนิ่งไปพักใหญ่ แต่ถ้าหนทางขยายตัวจึงไม่ตัน อีกไม่กี่ปีก็สามารถกลับมาโตใหม่ได้ จึงยังไม่ต้องขายครับ

  21. 421
    Guy Says:

    ส่วนนึงที่พี่สุมาอี้ไม่เลือก PTT แต่เลือก PTTEP เข้ามาในพอรต์แทน เป็นเพราะว่า PTT บริษัทแม่ต้องรับผลกำไร/ขาดทุน ของธุรกิจที่เป็นวัฏจักร อย่างโรงกลั่น ปิโตรเคมี รึป่าวครับ ?

    ผมเอง คิดว่าถ้าเชื่อทฤษฎี Peak-oil ก็น่าเก็บ ปตท สผ. ที่เป็นแนวขุดเจาะ น้ำมัน ไว้เหมือนกัน ถือไว้ยาวๆ เลย ยิ่งตอนนี้ราคาหุ้นลงสวนทางกับตลาด เพราะข่าวร้ายเรื่องค่าปรับจากโครงการที่อินโด แล้วด้วย เป็นโอกาสที่ดีในการเก็บ Grin

  22. 422
    ต้น Says:

    แวะมาทักทายครับ

  23. 423
    ต้น Says:

    บังเอิญในพอร์ตผมมีซ้ำกับ 7thLTG อยู่ 4 ตัวคือ bgh cpn ps mint แล้วก็เกือบๆ อีก 1 ตัวคือ cpall แต่ของผมเป็น cpf พอได้มาอ่านในก็เลยพยามปรับให้ใกล้เคียงกัน เพราะว่าชอบแนวความคิดอันนี้ครับ…จะมาอ่านในนี้บ่อยๆ รวมทั้ง facebook ด้วยครับ

  24. 424
    ole Says:

    คุณสุมาอี้ครับ ขอถามนอกประเด็นซักนิดนะครับ เคยขายหมู และเจอการติดดอยมั้ยครับ มีวิธีแก้ไขหรือบรรเทาเรื่องอย่างนี้ได้อย่างไรบ้างครับ
    ส่วนผมตอนนี้ก็คิดว่าได้ขายหมูไปบ้างแล้ว ส่วนติดดอยก็ช่วง สรรพาร์ม ขอบคุณครับ

  25. 425
    onemoretry Says:

    ความจริง 7thLTG นี่เป็นวิธีป้องกัน การขาย Pig 2 และติดดอยได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ ส่วนวิธีแก้ไขรอฟังคุณนรินทร์ดีกว่า ROTFL

  26. 426
    Dekisugi Says:

    ตะก่อนเป็นบ่อยครับ เด๋วนี้ก็ยังเป็นบ้างเหมือนกัน แต่ว่าน้อยกว่าเดิมมาก

    ถ้าอยากลดผลกระทบของการติดดอยต้องเลิกซื้อเฉลี่ยขาลง

    ถ้าอยากลดผลกระทบของการขายหมูต้องเชื่อว่าเราไม่ได้ฉลาดกว่าตลาดมาก

    หรือถ้าเลิก timing ไปเลยด้วยการลงทุนแบบ 7thLTG ก็เป็นอีกหนทางหนึ่ง

Pages: « 1 2 3 4 5 6 7 8 [9] Show All

Leave a Reply

SmileBig SmileGrinLaughFrownBig FrownCryNeutralWinkKissRazzChicCoolAngryReally AngryConfusedQuestionThinkingPainShockYesNoLOLSillyBeautyLashesCuteShyBlushKissedIn LoveDroolGiggleSnickerHeh!SmirkWiltWeepIDKStruggleSide FrownDazedHypnotizedSweatEek!Roll EyesSarcasmDisdainSmugMoney MouthFoot in MouthShut MouthQuietShameBeat UpMeanEvil GrinGrit TeethShoutPissed OffReally PissedMad RazzDrunken RazzSickYawnSleepyDanceClapJumpHandshakeHigh FiveHug LeftHug RightKiss BlowKissingByeGo AwayCall MeOn the PhoneSecretMeetingWavingStopTime OutTalk to the HandLoserLyingDOH!Fingers CrossedWaitingSuspenseTremblePrayWorshipStarvingEatVictoryCurseAlienAngelClownCowboyCyclopsDevilDoctorFemale FighterMale FighterMohawkMusicNerdPartyPirateSkywalkerSnowmanSoldierVampireZombie KillerGhostSkeletonBunnyCatCat 2ChickChickenChicken 2CowCow 2DogDog 2DuckGoatHippoKoalaLionMonkeyMonkey 2MousePandaPigPig 2SheepSheep 2ReindeerSnailTigerTurtleBeerDrinkLiquorCoffeeCakePizzaWatermelonBowlPlateCanFemaleMaleHeartBroken HeartRoseDead RosePeaceYin YangUS FlagMoonStarSunCloudyRainThunderUmbrellaRainbowMusic NoteAirplaneCarIslandAnnouncebrbMailCellPhoneCameraFilmTVClockLampSearchCoinsComputerConsolePresentSoccerCloverPumpkinBombHammerKnifeHandcuffsPillPoopCigarette

Switch to our mobile site