0162: สงครามโลกครั้งที่ 1 -

โลกแบ่งเป็นสองขั้วตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว ขั้วแรกคือพวกมหาอำนาจกลาง มีเยอรมันเป็นลูกพี่ใหญ่ ขั้วที่สองคือพวกสัมพันธมิตร มีอังกฤษและฝรั่งเศษเป็นลูกพี่ใหญ่ ทั้งสองแก็งสะสมอาวุธ ข่มขู่และด่ากันไปกันมาเป็นระยะๆ และต้องการจะตีกันอยู่แล้วแต่ยังไม่ทำอะไรกันเพราะต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเริ่มก่อน ตัวเองจะได้เป็นฝ่ายถูก
ในที่สุดบอลก็มีคนเขี่ยบอลจริงๆ เมื่อมกุฏราชกุมารของออสเตรียเสด็จเยือนบอสเนีย (บอสเนียเป็นอาณานิคมของออสเตรียแต่อยากอยู่กับเซอร์เบียมากกว่า) ผู้ก่อการร้ายชาวเซอร์เบีย 7 คนได้ร่วมกันลอบปลงพระชนม์มกุฏราชกุมาร ทำให้ออสเตรียประกาศสงครามกับเซอร์เบียเพื่อล้างแค้น รัสเซียเข้าช่วยเซอร์เบียทันที ฝรั่งเศสเข้าช่วยรัสเซียบ้าง เยอรมันตัดสินใจยกทัพผ่านเบลเยี่ยมเพื่อบุกฝรั่งเศส อังกฤษจึงประกาศเข้าร่วมสงครามเพื่อช่วยเหลือฝรังเศส สงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็เริ่มต้นขึ้นโดยที่ทุกประเทศมีเหตุผลที่ฟังดูดีทั้งนั้น
ในช่วงแรกชาวอังกฤษโกรธแค้นรัฐบาลที่ส่งลูกหลานของตนไปรบเพื่อประเทศเล็กๆ อย่างเซอร์เบีย รัฐบาลอังกฤษจึงต้องแต่งเรื่องขึ้นเพื่อทำให้คนอังกฤษเกลียดชังเยอรมัน เป็นต้นว่า มีพ่อค้าชาวเยอรมันในอังกฤษขายอาหารปนยาพิษ ช่างตัดผมชาวเยอรมันแอบตัดคอลูกค้าแล้วเอาศพไปทิ้ง ฝ่ายเยอรมันก็ใช้วิธีการเดียวกันกับประชาชนของตน มีการปล่อยข่าวว่า ทหารอังกฤษจับทหารเยอรมันได้ก็จะควักลูกตาออก ข่าวลือต่างๆ เหล่านี้ได้ผลเพราะทำให้ชาวอังกฤษเกลียดคนเยอรมันมากถึงขนาดไม่ยอมเล่นเพลงคลาสสิกที่บรรเลงโดยคีตกวีชาวเยอรมันอีกต่อไป หลังจากสงครามเริ่มขึ้นได้หนึ่งปี ชาวอังกฤษเปลี่ยนจากการต่อต้านสงครามไปเป็นสนับสนุนสงครามเพราะเคียดแค้นคนเยอรมัน พรรคการเมืองหนึ่งของอังกฤษพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างราบคาบเนื่องจากที่มีนโยบายสันติภาพ
สงครามดำเนินไปสี่ปีเต็ม ผลาญเงินรัฐบาลอังกฤษไปวันละหกล้านปอนด์ คนฝรั่งเศสได้รับอนุญาตให้เปิดไฟบ้านละไม่เกิน 1 ดวงเพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ คนอังกฤษต้องอดเนื้อสัปดาห์ละสองวัน ทรัพยากรของทุกประเทศถูกผลาญไปเรื่อยๆ จนกระทั้งบัลแกเรียต้องขอถอนตัวออกจากสงครามในที่สุด ชาวรัสเซียต้องก่อหวอดละปลงพระชนม์กษัตริย์ของตัวเอง ในที่สุดเยอรมันก็ประกาศยอมแพ้สงคราม เป็นอันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มีผู้เสียชีวิตในสงครามนี้ไปทั้งสิ้น 8 ล้าน 5 แสนคน ชาวเยอรมันต้องอยู่อย่างยากลำบากหลังจากนั้นไปอีกหลายปี เพราะถูกกดขี่โดยประเทศผู้ชนะสงครามและทำให้ชาวเยอรมันสนับสนุนให้ฮิตเลอร์แก้แค้นฝ่ายสัมพันธมิตรจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ในอีกสามสิบปีต่อมา
(จากหนังสือ สงครามโลกครั้งที่หนึ่งน่าสะพรึงกลัว เขียนโดย Terry Deary)

December 3rd, 2008 at 10:09 am
ได้ความรู้ดีครับ
December 3rd, 2008 at 12:56 pm
พี่เก่งจังครับ มีความรู้เยอะมาก อยากให้พี่เปิดคอร์สการลงทุนครับ
ขอปรึกษาเรื่องเรียนต่อโทนะครับ (ตรีวิศวะ)
mba สาขาผู้ประกอบการจบแล้วทำงานอะไรได้บ้างครับ น่าเรียนไหม
ผมอยากเรียนและทำงานที่ให้โอกาศในการเรียนรู้ธุรกิจหลายๆด้าน หลายๆประเภทครับ
December 3rd, 2008 at 4:10 pm
theme ใหม่ สวยดีครับ ^-^ (นี่มันความเห็นเกี่ยวกับบทความเหรอเนี่ย -*-)
December 3rd, 2008 at 4:11 pm
3-4 บทความหลังนี่ ดูเหมือน “ฉาย” ออกมาเป็นซีรี่ย์ เลยนะครับ
ผมแวะเข้าไปดูรูปถ่ายด้านขวามาแล้ว … ไม่ธรรมดานะเนี่ย : )
December 3rd, 2008 at 10:30 pm
สวัสดีน้องnut
อยากรู้หลายด้านเรียน General MBA แล้วเลือกวิชาเลือกที่อยากรู้เอาก็ได้ครับ ส่วน MBA in Entreprenuership เหมาะสำหรับคนที่คิดจะออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง ไม่ได้เรียนกว้างไปกว่าเมเจอร์อื่นครับ
December 4th, 2008 at 7:16 am
ชอบครับ ถ้ามีโอกาส จะลองหาหนังสือที่ว่ามาอ่านดูให้ได้ : )
December 4th, 2008 at 4:53 pm
จะมีอะไีรเยียวยา สงคราม และความขัดแย้งได้บ้างไหมหนอ
ทำไมมันต้องเกิดทุกยุคสมัยทุกสังคม
ยิ่งเจริญมากขึ้นเท่าไร ความขัดแย้งก็ยิ่งซับซ้อน
ความเชื่อและอุดมการณ์ และเหตุผลที่ดีในการทะเลาะกัน
December 5th, 2008 at 8:31 am
ลืมเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไปหมดแล้ว 55+
ขอบคุณที่นำมาเล่าสูกันฟังนะคะ
————————————–
The more you learn, the more you forget!!