๑.
เณรสี่รูปแข่งกันนั่งสมาธิเพื่อให้จิตว่างเป็นเวลาสามวันสามคืน โดยสัญญากันว่าจะไม่มีการปริปากพูดเลย
วันแรกผ่านไปด้วยดี จนกระทั้งเย็นวันที่สอง เทียนไขในห้องนั่งสมาธิกำลังจะดับลง เด็กวัดคนหนึ่งจึงเดินเข้ามาเพื่อเปลี่ยนเทียนไขเล่มใหม่ให้
เณรรูปหนึ่งทนไม่ไหวที่ไม่ได้พูดมาสองวันเต็มก็เลยพูดขึ้นว่า “เอ๊ะ นั่นเจ้าจะจุดเทียนใหม่ทำไมล่ะ?”
เณรรูปที่สองได้ยิน ดังนั้นจึงสวนขึ้นว่า “อ้าวไหนตกลงกันว่าจะไม่พูดไม่ใช่เหรอ”
เณรรูปที่สามจึงเตือนเณรรูปที่สองว่า “เจ้าต่างหากที่โง่จริงๆ พูดออกมาเองทำไมกัน”
แล้วเณรรูปสุดท้ายก็กล่าวขึ้นบ้างว่า “ฮ่าๆๆ เจ้าทั้งสามคนผิดทั้งหมดนั่นแหละ เพราะเหลือแต่ข้าคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้พูดเลย”
[ผมชอบนิทานเซนมาก เพราะเป็นอะไรที่อ่านแล้ว "Click" ดี แล้วคุณล่ะ ชอบนิทานเซนเรื่องไหนมากที่สุด ลองเล่าสู่กันฟังบ้าง:-) ]



คมมากคับ ^^
ลืมไปเกือบหมดแล้วครับ ^^”
พระแก่กับพระหนุ่มชาวญี่ปุ่น ๒ รูปเดินทางไปด้วยกัน ระหว่างทางพบหญิงสาวแต่งชุดกิโมโนกำลังจะเดินข้ามน้ำโคลน พระแก่เห็นหญิงสาวคนนั้นถอยหน้าถอยหลังอยู่จึงอุ้มเธอพาข้ามน้ำโคลนไปแล้วก็วางเธอลงในที่ที่สะอาด จากนั้นท่านก็เดินทางต่อไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พระหนุ่มเดินตามหลังไปพลางคิดในใจว่าหลวงพ่อนี่ไม่เคร่งเลย พระอุ้มผู้หญิงได้อย่างไร พอไปถึงวัดพระหนุ่มทนไม่ได้ก็ถามพระแก่ว่าทำไมท่านจึงอุ้มสีกา พระแก่ตอบว่า ผมวางสีกาลงตั้งนานแล้ว คุณยังไม่วางอีกหรือ ???
ชอบ “3 x 8 = 23″ ครับ
นิทานเซนนี่อธิบายมากเกินไปไม่สนุกนะครับ
เอาเป็นว่า เรื่องนี้สอนประมาณว่า คนเรามองเห็นความผิดของคนอื่นได้ง่าย แต่ความผิดของตัวเองนั้นมองเห็นได้ยาก
ตามความเข้าใจของผมครับ
ผมไม่เข้าใจอะคับ
ใครช่วยอธิบายหน่อย
sanook d kab^^
บางที เหมือนเป็นมุข ขำๆ