ทราบหรือไม่ว่าประเทศไทยเราเป็นต้นตำรับหลักบริหารจัดการหลักอันหนึ่งของโลก เราไม่ได้เลียนแบบใครที่ไหน บ้านเราคิดกันได้เอง หลักบริหารจัดการที่ว่านี้มีชื่อสุดเก๋ไก๋ว่า “ระบบราชการไทย” ซึ่งสามารถสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
1. Non-subjective Reward System ถ้าเป็นระบบสากลจะยึดหลัก Pay-by-performance คือขึ้นเงินเดือนตามผลงานซึ่งวิธีนี้มีข้อเสียอยู่ตรงที่ว่า ผู้บังคับบัญชาย่อมหนีไม่พ้นที่จะลำเอียง ตรงนี้ทั่วโลกยังหาวิธีแก้ไขไม่ได้ แต่ระบบราชการไทยเราแก้ไขได้นานแล้ว เพราะเราใช้วิธีขึ้นเงินเดือนตาม “อายุงาน” แทน อายุงานดิ้นไม่ได้จึงไม่มีทางลำเอียง อยู่ไปเรื่อยๆ (เปื่อยๆ) เงินเดือนก็ขึ้นไปได้เองทุกคน
2. Clear-cut Business Processes ระบบราชการไทยมีการนิยามหน้าที่ของแต่ละส่วนงานไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรในกฏกระทรวงทำให้เกิดความชัดเจนในหน้าที่ หน้าที่ที่กฏหมายไม่ได้เขียนไว้ ข้าราชการไทยจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างยึดตามตัวอักษรหมด การเลือกตั้งที่รู้ว่าถ้าจัดแล้วก็จะเป็นโฆฆะเสียเงินเปล่าสองพันล้านบาทก็ยังเคยจัดมาแล้วเพราะทำตามตัวอักษร ปัญหาเฉพาะหน้าใดๆ ที่กฏหมายไม่ได้เขียนไว้ก็จะมีระบบเตะถ่วงเข้ามาจัดการแทนโดยการผลักงานนั้นออกไปให้ส่วนงานอื่น ดันกันไปดันกันมาสักหกเดือน ปัญหาก็จะหมดไปด้วยตัวของมันเอง เพราะทุกปัญหามีทางออกของมัน
3. Transparent Authority การจัดซื้อจัดจ้างใดๆ มักเกิดปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสได้ง่าย ดังนั้นการจัดซื้อควรตัดสินใจโดยคณะกรรมการจัดซื้อที่ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ซึ่งคนที่เหมาะสมที่สุดคือคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นมากที่สุด (ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกหัวโขน) พอตั้งขึ้นมาแล้วก็ต้องตัดสินใจกันแบบไม่รู้เรื่อง จะตัดสินใจผิดพลาดไปบ้างก็ไม่เป็นไรยังดีกว่าให้คนที่รู้เรื่องมาทำเพราะจะไม่โปร่งใส
4. Precise Capital Budgeting ปัญหาของการจัดทำงบประมาณก็คืองบประมาณเป็นเรื่องของอนาคตทำให้ประมาณล่วงหน้าได้ยากมาก ระบบราชการไทยมีวิธีทำให้งบประมาณลงตัวทุกครั้งได้ง่ายๆ ด้วยการออกกฏว่าส่วนงานไหนของบประมาณไปแล้วใช้ไม่หมดในปีนั้น ในปีต่อไปจะถูกตัดงบประมาณเพื่อเป็นการลงโทษ ดังนั้นเมื่อถึงปลายปี หน่วยงานที่ใช้งบประมาณอย่างประหยัดจนทำให้เหลือเงินอยู่ จะต้องเร่งเทกระจาดเงินที่เหลืออยู่ออกไปให้หมดให้เร็วที่สุดเพื่อมิให้ถูกตัดงบในปีถัดไป แค่นี้ก็จะสามารถจัดทำงบประมาณลงตัวได้ทุกปีแล้ว
5. Compromised Lean Management ปกติแล้วองค์กรใดๆ ก็ตามที่อยู่มานาน การเมืองภายในสำนักงานจะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วจะเล่นเกมการเมืองขัดแข่งขัดขากันเสียกันองค์กรไม่สามารถสร้างผลิตผลใดๆ ออกมาได้เลย ปัญหานี้ระบบราชการมีวิธีการแก้ปัญหาแบบไม่ทำให้กระทบพนักงาน กล่าวคือ ถ้ากรมไหนเป็นอัมพาตไปแล้วเพราะการเมืองภายในกรม ก็ให้จัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาใหม่ ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกัน แต่รับคนใหม่มาทำทั้งหมด โดยที่ไม่ไล่คนเก่าออก จ้างให้อยู่เฉยๆอย่างนั้นเพื่อไม่ให้กระทบอัตราการว่างงานของประเทศ สักพักหนึ่งถ้าองค์กรอิสระเองเกิดปัญหาการเมืองมากขึ้นเสียจนทำงานไม่ได้อีก ก็ให้ตั้งองค์กรมหาชนขึ้นมาทำหน้าที่แทนใหม่แต่เลี้ยงองค์กรอิสระเดิมไว้เฉยๆ แบบเดิมอีก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ งานก็จะสามารถเดินอยู่เรื่อยๆ ต่อไปได้โดยที่ไม่มีใครตกงานเลย
อยากให้ Scott Adams มา “ดูงาน” ที่เมืองไทยจัง แกคงเขียนการ์ตูนขำๆ ออกมาให้พวกเราได้อ่านกันอีกเพียบ
ผมมีเรื่องขอชี้แจงกับคนที่เป็นสาวกของกลุ่มอำนาจเก่า ดังนี้
ข้อความเรื่องการเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น ผมไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อแอบเสียดสีกลุ่มอำนาจเก่าแต่อย่างใด ระบบราชการมันเป็นอย่างนี้มานานตั้งแต่แล้วก่อนที่จะมีกลุ่มอำนาจเก่าเสียอีก แล้วมันจะเกี่ยวกับกลุ่มอำนาจเก่าได้อย่างไร
แต่ถ้าท่านจะคิดไปเอง ผมคงไปห้ามความคิดของท่านไม่ได้
ในบล็อกนี้ผมขอสงวนสิทธิ์ในการจัดระเบียบอย่างไรก็ได้โดยไม่ต้องให้เหตุผลนะครับ ถ้าท่านใดไม่ยินดีที่จะยอมรับข้อตกลงข้อนี้ก็ให้ opt out ออกไปจากบล็อกแห่งนี้ด้วยการคลิ๊กลิงค์ข้างล่างนี้ทันทีนะครับ
http://www.wordpress.com
ขอบคุณครับ
ผมก็เป็นข้าราชการ ยอมรับเลยว่าระบบกำลังทำให้ผมหมดไฟในการทำงาน
คนทำงานมาก ได้เงินน้อยกว่าคนนั่งเฉยๆ แต่อายุงานมากกว่า
คนทำงานเฉพาะทางเช่นแพทย์ หรือวิศวกร ใช้อัตราจ้างเดียวกันกับเสมียน
เป็นนวัตกรรมของโลกจริงๆครับ ระบบราชการไทย
เป็นเรื่องจริง
แล้วเราจะช่วยกันแก้ปัญหาอย่างไรกันดีครับ
อยากเห็นประเทศชาติเจริญในทางที่ถูกต้องครับ
good joke krub. :) Thanks for your visit
เคยคิดจะลงทุนไปสมัครงานเป็นข้าราชการสัก 3 เดือนเพื่อเก็บข้อมูลเรื่องพฤติกรรมภายในองค์กรอยู่เหมือนกัน สงสัยไว้ต้องให้คุณ terati เล่าให้ฟังบ่อยๆ หน่อยแล้วจะได้มีวัตถุดิบมาเพิ่มข้ออีก 555