0084: the Thaibert Principle -
ทราบหรือไม่ว่าประเทศไทยเราเป็นต้นตำรับหลักบริหารจัดการหลักอันหนึ่งของโลก เราไม่ได้เลียนแบบใครที่ไหน บ้านเราคิดกันได้เอง หลักบริหารจัดการที่ว่านี้มีชื่อสุดเก๋ไก๋ว่า “ระบบราชการไทย” ซึ่งสามารถสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
1. Non-subjective Reward System ถ้าเป็นระบบสากลจะยึดหลัก Pay-by-performance คือขึ้นเงินเดือนตามผลงานซึ่งวิธีนี้มีข้อเสียอยู่ตรงที่ว่า ผู้บังคับบัญชาย่อมหนีไม่พ้นที่จะลำเอียง ตรงนี้ทั่วโลกยังหาวิธีแก้ไขไม่ได้ แต่ระบบราชการไทยเราแก้ไขได้นานแล้ว เพราะเราใช้วิธีขึ้นเงินเดือนตาม “อายุงาน” แทน อายุงานดิ้นไม่ได้จึงไม่มีทางลำเอียง อยู่ไปเรื่อยๆ (เปื่อยๆ) เงินเดือนก็ขึ้นไปได้เองทุกคน
2. Clear-cut Business Processes ระบบราชการไทยมีการนิยามหน้าที่ของแต่ละส่วนงานไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรในกฏกระทรวงทำให้เกิดความชัดเจนในหน้าที่ หน้าที่ที่กฏหมายไม่ได้เขียนไว้ ข้าราชการไทยจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างยึดตามตัวอักษรหมด การเลือกตั้งที่รู้ว่าถ้าจัดแล้วก็จะเป็นโฆฆะเสียเงินเปล่าสองพันล้านบาทก็ยังเคยจัดมาแล้วเพราะทำตามตัวอักษร ปัญหาเฉพาะหน้าใดๆ ที่กฏหมายไม่ได้เขียนไว้ก็จะมีระบบเตะถ่วงเข้ามาจัดการแทนโดยการผลักงานนั้นออกไปให้ส่วนงานอื่น ดันกันไปดันกันมาสักหกเดือน ปัญหาก็จะหมดไปด้วยตัวของมันเอง เพราะทุกปัญหามีทางออกของมัน
3. Transparent Authority การจัดซื้อจัดจ้างใดๆ มักเกิดปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสได้ง่าย ดังนั้นการจัดซื้อควรตัดสินใจโดยคณะกรรมการจัดซื้อที่ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ซึ่งคนที่เหมาะสมที่สุดคือคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นมากที่สุด (ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกหัวโขน) พอตั้งขึ้นมาแล้วก็ต้องตัดสินใจกันแบบไม่รู้เรื่อง จะตัดสินใจผิดพลาดไปบ้างก็ไม่เป็นไรยังดีกว่าให้คนที่รู้เรื่องมาทำเพราะจะไม่โปร่งใส
4. Precise Capital Budgeting ปัญหาของการจัดทำงบประมาณก็คืองบประมาณเป็นเรื่องของอนาคตทำให้ประมาณล่วงหน้าได้ยากมาก ระบบราชการไทยมีวิธีทำให้งบประมาณลงตัวทุกครั้งได้ง่ายๆ ด้วยการออกกฏว่าส่วนงานไหนของบประมาณไปแล้วใช้ไม่หมดในปีนั้น ในปีต่อไปจะถูกตัดงบประมาณเพื่อเป็นการลงโทษ ดังนั้นเมื่อถึงปลายปี หน่วยงานที่ใช้งบประมาณอย่างประหยัดจนทำให้เหลือเงินอยู่ จะต้องเร่งเทกระจาดเงินที่เหลืออยู่ออกไปให้หมดให้เร็วที่สุดเพื่อมิให้ถูกตัดงบในปีถัดไป แค่นี้ก็จะสามารถจัดทำงบประมาณลงตัวได้ทุกปีแล้ว
5. Compromised Lean Management ปกติแล้วองค์กรใดๆ ก็ตามที่อยู่มานาน การเมืองภายในสำนักงานจะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วจะเล่นเกมการเมืองขัดแข่งขัดขากันเสียกันองค์กรไม่สามารถสร้างผลิตผลใดๆ ออกมาได้เลย ปัญหานี้ระบบราชการมีวิธีการแก้ปัญหาแบบไม่ทำให้กระทบพนักงาน กล่าวคือ ถ้ากรมไหนเป็นอัมพาตไปแล้วเพราะการเมืองภายในกรม ก็ให้จัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาใหม่ ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกัน แต่รับคนใหม่มาทำทั้งหมด โดยที่ไม่ไล่คนเก่าออก จ้างให้อยู่เฉยๆอย่างนั้นเพื่อไม่ให้กระทบอัตราการว่างงานของประเทศ สักพักหนึ่งถ้าองค์กรอิสระเองเกิดปัญหาการเมืองมากขึ้นเสียจนทำงานไม่ได้อีก ก็ให้ตั้งองค์กรมหาชนขึ้นมาทำหน้าที่แทนใหม่แต่เลี้ยงองค์กรอิสระเดิมไว้เฉยๆ แบบเดิมอีก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ งานก็จะสามารถเดินอยู่เรื่อยๆ ต่อไปได้โดยที่ไม่มีใครตกงานเลย
อยากให้ Scott Adams มา “ดูงาน” ที่เมืองไทยจัง แกคงเขียนการ์ตูนขำๆ ออกมาให้พวกเราได้อ่านกันอีกเพียบ

November 28th, 2007 at 1:21 am
ขำก๊ากเลยครับ โดนจริงๆ
November 28th, 2007 at 7:08 am
โดนเต็มๆเลย อาจารย์
โดยเฉพาะข้อ 4 ตั้ง งบมาใช้ไม่หมดโดนด่า ต้องหาทางเผาให้หมด สิ้นปีที ต้องสัมนา อบรมกันเพียบ
ข้อ 5. ก๊โดน พนักงานที่มีปัญหา ทำงานไม่ดี ก็ย้ายไปดองไว้ ไม่ต้องทำงาน เงินเดือนอาจจะไม่ขึ้น
เเต่ก็ไม่โดนไล่ออก คนที่โดนย้ายก็ Happy งานไม่มีทำ เเต่เงินเดือนเท่าเดิม ไม่ต้องกลัวโดนไล่ออก
ข้อ 3 ขอเสริม ไอ้การโปร่งใสมากๆ บางทีเจอพวก สตง มาตรวจ ทุกอย่างต้องตามกฎหมาย เป๊ะ
ทำอะไรช้าไปหมด
อยากให้เพิ่ม ข้อ การตัดสินใจในองกร์ ราชการ รัฐวิสาหกิจ จะมีปัญหา ผู้บริหารไม่กล้าตัดสินใจ ถามหน่วยงานอื่นที ต้องมีreference ถึงจะกล้าทำ ไม่กล้าเเหกคอก เอาตัวรอดเป็นหลัก
การติดต่อในหน่วยงานก็ เป็นระบบ paperful ใช้เอกสาร ส่งกันไปกันมา วันๆ เอาเวลาไปนั่งนึกว่าจะเขียน เอกสารอย่างไร ภาษายังไง
ปัญหาทั้งหมดเกิดจาก ผู้บริหาร พนักงานไม่ใช่เจ้าของ องค์กร ไม่รักองค์กรเท่าไหร่
ยิ่งพวก บอร์ดนี่เเล้วใหญ่ มาจากกระทรวงอื่นๆ ไม่รู้เรื่องงานเเถมยังมาหาผลประโยชน์อีก
อยากให้เเปรรูปรัฐวิสาหกิจมากๆ จะได้ทำงานกันง่ายมากขึ้น
เขียน ยาว ประสบการณ์ตรง….
November 28th, 2007 at 12:46 pm
55555555555 สะใจครับ ให้ 100 คะแนนเลย
November 28th, 2007 at 1:08 pm
ทำให้ลูกหลานข้าราชการที่เห็นมาแต่เด็กออกมาทำงานบริษัทเอกชน เด็กจบใหม่อยากทำงานบ.เอกชนกันเป๋นแถว เลยมีพรรคการเมืองแนวเอกชน ธุรกิจSME สมองไหลไปตปท ออกมาเป็นเจ้านายตัวเองเหมือนบทความ LIFE STYLE เป็นกระแสใหม่ของคนไทยจริงๆ แต่ของต่างประเทศไม่รู้ เหอๆ
November 28th, 2007 at 2:06 pm
so hilarious….
November 28th, 2007 at 5:12 pm
เห็นด้วย 100% เลยครับว่าเป็นปัญหา
ผมเพิ่งเขียนเรื่อง ปัญหาๆๆ เสร็จ เกิดคำถามว่า
ตกลง ประเทศเรานี่ อะไรคือปัญหา กันแน่?
หรือทุกอย่างเป็นปัญหา?
: )
November 28th, 2007 at 10:41 pm
ถูกต้องนะคร้าบ…. red tape ..ข้าราชการไทย
the realllll bureaucracy
จริงๆผมว่าองค์กรใหญ่ๆ ในไทย ก็เป็นแบบนี้นะครับ เช่น พวก bank ทั้งหลาย
นี้ตัดราชการและรัฐวิสาหกิจ หรือพวกที่แปลงร่างมาจากรัฐไปแล้วนะครับ
November 28th, 2007 at 10:42 pm
ลืมแซว มี tags ซะด้วย ฮิฮิ
November 29th, 2007 at 4:15 am
เก่งจังเยยครับ เอาอีกนะครับ แบบเนี้ย
November 30th, 2007 at 12:34 pm
โอ้้้ ความจริงที่ตลกโปกฮา ขำทั้งน้ำตา
December 1st, 2007 at 1:08 pm
เคยคิดจะลงทุนไปสมัครงานเป็นข้าราชการสัก 3 เดือนเพื่อเก็บข้อมูลเรื่องพฤติกรรมภายในองค์กรอยู่เหมือนกัน สงสัยไว้ต้องให้คุณ terati เล่าให้ฟังบ่อยๆ หน่อยแล้วจะได้มีวัตถุดิบมาเพิ่มข้ออีก 555
December 1st, 2007 at 7:13 pm
good joke krub.
Thanks for your visit
December 7th, 2007 at 5:39 pm
เป็นเรื่องจริง
แล้วเราจะช่วยกันแก้ปัญหาอย่างไรกันดีครับ
อยากเห็นประเทศชาติเจริญในทางที่ถูกต้องครับ
December 7th, 2007 at 7:46 pm
ผมก็เป็นข้าราชการ ยอมรับเลยว่าระบบกำลังทำให้ผมหมดไฟในการทำงาน
คนทำงานมาก ได้เงินน้อยกว่าคนนั่งเฉยๆ แต่อายุงานมากกว่า
คนทำงานเฉพาะทางเช่นแพทย์ หรือวิศวกร ใช้อัตราจ้างเดียวกันกับเสมียน
เป็นนวัตกรรมของโลกจริงๆครับ ระบบราชการไทย
December 13th, 2007 at 4:29 pm
ผมมีเรื่องขอชี้แจงกับคนที่เป็นสาวกของกลุ่มอำนาจเก่า ดังนี้
ข้อความเรื่องการเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น ผมไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อแอบเสียดสีกลุ่มอำนาจเก่าแต่อย่างใด ระบบราชการมันเป็นอย่างนี้มานานตั้งแต่แล้วก่อนที่จะมีกลุ่มอำนาจเก่าเสียอีก แล้วมันจะเกี่ยวกับกลุ่มอำนาจเก่าได้อย่างไร
แต่ถ้าท่านจะคิดไปเอง ผมคงไปห้ามความคิดของท่านไม่ได้
ในบล็อกนี้ผมขอสงวนสิทธิ์ในการจัดระเบียบอย่างไรก็ได้โดยไม่ต้องให้เหตุผลนะครับ ถ้าท่านใดไม่ยินดีที่จะยอมรับข้อตกลงข้อนี้ก็ให้ opt out ออกไปจากบล็อกแห่งนี้ด้วยการคลิ๊กลิงค์ข้างล่างนี้ทันทีนะครับ
http://www.wordpress.com
ขอบคุณครับ