ชายลึกลับมีอาชีพขาย “สิทธิที่จะซื้อหุ้นที่ราคาที่กำหนดไว้แล้วล่วงหน้าภายในระยะเวลาที่กำหนด” ให้กับนักลงทุน” หรือที่เรียกว่าอาชีพ “Short Call Options” นั่นเอง มันเป็นอาชีพที่มีลักษณะคล้ายกับการขายประกันรูปแบบหนึ่ง
นักลงทุนที่สนใจจะซื้อสิทธิที่ว่านี้จะจ่ายเงินก้อนหนึ่งให้เขา ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นค่าเบี้ย หลังจากนั้นภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าหุ้นตัวนั้นไม่เคยมีราคาสูงกว่าราคาที่กำหนด ลูกค้าจะไม่ใช้สิทธิ ซึ่งเท่ากับว่า ชายลึกลับจะได้เงินค่าเบี้ยนั้นไปฟรีๆ แต่ถ้าในระหว่างนั้นหุ้นเกิดมีราคาสูงกว่าราคาที่กำหนด ลูกค้าก็จะขอใช้สิทธิเพื่อซื้อหุ้นนั้นจากชายลึกลับในราคาที่กำหนด แล้วนำหุ้นไปขายในตลาดเอากำไร ซึ่งก็เหมือนกับการที่ลูกค้ามาเคลมประกันนั่นเอง ชายลึกลับจะต้องเสียประโยชน์เนื่องจากจะต้องขายหุ้นนั้นให้กับลูกค้าในราคาที่กำหนดซึ่งต่ำกว่าราคาตลาด
ก่อนหน้านี้ชายลึกลับเคยเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นมาก่อนแต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ร่ำรวยมหาศาลจากตลาดหุ้นจนทำให้เขามีเงินมากพอที่จะอยู่ได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องทำงาน เขาจึงบอกกับตัวเองว่า “ผมพอแล้ว” เขานำเงินทั้งหมดที่ได้ไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้นดัชนีเพื่อรอกินเงินปันผลอย่างเดียว ซึ่งเงินปันผลที่เขาได้รับในแต่ละปีสูงกว่าค่าใช้จ่ายของเขา แถมยังเหลือเงินไปเที่ยวรอบโลกได้อีกด้วย เขาจึงอยู่เฉยๆ ได้โดยไม่ต้องทำงานอีกต่อไปและยังไม่ต้องเฝ้าตลาดหุ้นอีกด้วย
ด้วยความที่ชายลึกลับถือกองทุนหุ้นจำนวนมากเอาไว้เฉยๆ เพื่อการลงทุน ทำให้ชายลึกลับอยู่ในสถานะที่สามารถยึดอาชีพ Short Call Options ได้โดยที่ไม่ต้องรับความเสี่ยง เพราะเมื่อใดก็ตามที่หุ้นของลูกค้ามีราคาปรับตัวขึ้นไปมากกว่าราคาที่กำหนด หุ้นในกองทุนของเขาก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเท่ากันด้วยเสมอ เขาจึงสามารถขายหุ้นในกองทุนที่ราคาตลาด (ได้กำไรส่วนหนึ่ง) แล้วส่งมอบหุ้นนั้นให้กับลูกค้า เขาจึงเพียงแต่สูญเสียโอกาสที่จะได้กำไรมากๆ หากหุ้นมีราคาปรับตัวพุ่งขึ้นแรงๆ เท่านั้น แต่ไม่ต้องขาดทุน ในทางตรงกันข้าม ในยามปกติ เขาจะได้เงินเบี้ยประกันจากลูกค้ามาฟรีๆ
แม้จะขายประกันอยู่ในตลาดอนุพันธ์แต่ชายลึกลับก็ไม่เคยคิดซื้อขายตราสารอนุพันธ์อย่างอื่นๆ เลยไม่ว่าสถานการณ์จะยั่วยวนสักแค่ไหน เขาบอกตัวเองอยู่เสมอว่าเขาเข้ามาในตลาดอนุพันธ์เพื่อมาประกอบอาชีพขายประกันเท่านั้น ไม่เคยคิดอย่างอื่น ความที่เราเข้ามาเพื่อประกอบอาชีพแบกรับความเสี่ยงให้กับนักลงทุน เราย่อมได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงในระยะยาว (มิฉะนั้นบริษัทประกันภัยคงเจ๊งหมดแล้ว) ต่างกับการเข้ามาเก็งกำไรฟิวเจอร์ซึ่งเป็น zero-sum game หรือการ long options ซึ่งเป็นการซื้อประกัน ในระยะยาวแล้วย่อมไม่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง


ให้ตายเถอะ ผมไม่ได้อยู่ในแวดวงที่จะรู้เรื่องเหล่านี้เลย แต่อ่านแล้วต้องยอมรับว่าสร้างความสนใจได้มากทีเดียวครับ ชื่นชมในวิธีการนำเสนอครับ
ผมชอบประโยคนี้ของท่านสุมาอี้จังเลยครับ
“…เขาจึงเพียงแต่สูญเสียโอกาสที่จะได้กำไรมากๆ หากหุ้นมีราคาปรับตัวพุ่งขึ้นแรงๆ เท่านั้น แต่ไม่ต้องขาดทุน ในทางตรงกันข้าม ในยามปกติ เขาจะได้เงินเบี้ยประกันจากลูกค้ามาฟรีๆ…”
หากทำได้จริงในเรื่องอื่น ๆ ด้วยจะดีมาก ๆ เลยครับ
เมืองไทยกำลังจะทำได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมศกนี้เป็นต้นไปครับ
แหม ถ้าจะให้ overview เรื่อง options ในบล๊อคคงจะยาวเกินน่ะครับ
postใหม่ไม่ขึ้น อยากให้พี่ยกตัวอย่างมากกว่านี้ได้ไหมคับ อยากจะเข้าใจแบบทะลุคับ ยากแฮะ
และเมืองไทยทำได้นี้ได้ด้วยหรือป่าวคับ…
เอาเลยครับ ตามสบายครับ
ขอเอาไปลงใน blog นะคับ…
ชื่นชอบ คุณสุมาอี มากคับ
จะติดตามอ่านผลงานนะคับ
แหะๆ ถ้าง่ายเกินไป พระเอกก็ดูไม่เท่สิครับ เกริกๆๆๆ
คุณสุมาอี้ พูดเรื่อง option ครั้งแรก ก็เริ่มที่ short call เลยเหรอ หวังว่าคนคงไม่เล่น naked call แบบไม่เข้าใจนะ มันเป็นการลงทุนที่จำกัดผลบวกแต่ไม่จำกัดผลลบเลย
ไม่ต้องครับ เนื่องจากชายผู้นี้ถือ index fund ไว้เป็นจำนวนมากเพื่อการลงทุนระยะยาว
สิ้นเดือนหน้าก็จะได้เทรดแล้ว Index Options
ชายลึกลับนี่ถ้ามาเล่น Index Options ก็จะหนี้ไม่พ้นต้องมาเล่น Index Futures ด้วยสิ
เพราะถ้า Short Call Options ไว้แล้ว ณ วันครบกำหนด SET50 Index สูงกว่าราคา k ก็จะขาดทุนบักโกรก การป้องกันความเสี่ยงจึงหนี้ไม่พ้น Open Long Index Futures ไว้ด้วย