0438: พอร์ตก้นบุหรี่ในแบบของผมเอง by นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ Posted on December 20, 2011 [พื้นที่เฉพาะสมาชิกเท่านั้น] โปรด สมัครสมาชิกรายปี หรือ ล็อกอิน เพื่ออ่านต่อ... This entry was posted in Privileged and tagged private, ตลาดหุ้น, ไทย. Bookmark the permalink.
ก็เป็นกฎที่ดีครับ ถ้าวิ่่งไปแล้ว 30-40% แล้วค่อยมาเห็นอะไรเงี้ย แม้ว่าอาจจะขึ้นต่อไปอีก แต่ถ้ามันลงก็คงอันตรายเหมือนกัน จะเพิ่มกฎเพื่อตัดกรณีเหล่านั้นออกไปก็ได้ครับ
ขอเสนอ criteria เพิ่มเติมครับ บางกรณี มีหุ้นที่ขึ้นอย่างร้อนแรง ยาวนานจนเกินพื้นฐานมาเป็นเวลาหลายเดือน กระทั่ง Broker ปรับคำแนะนำเป็นขายเกิน 2 โบรก ที่ราคาดอย ซึ่งก็จะเข้าเกณฑ์หุ้นก้นบุหรี่ แม้ราคาจะสูงเกินพื้นฐานมากๆๆๆก็ตาม (เช่นหุ้นบันเทิงบางตัวณ วันนี้)
หากเราเพิ่มเงื่อนไขอีกนิด คือ “หุ้นตัวนั้นต้องไม่อยู่ในขาขึ้นชัดเจนในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา” … แบบนี้จะช่วยกรองหุ้นที่ราคาสูงอย่างรวดเร็วออกไปได้ ซึ่งหากใช้กฎ 2 ข้อ(1. โบรกมากกว่า 2 โบรกเชียร์ขาย และ 2. มิได้อยู่ในขาขึ้นชัดเจน 3 เดือนที่ผ่านมา) นำมาใช้ในช่วงปลายปี 2011 เราจะได้ซื้อ PS, ROJNA , และกลุ่มอิเลคทรอนิคส์หลายๆตัว
ท่านแม่ทัพเห็นประการใดครับ?
น่าสนใจครับ จะได้ทดลองบ้าง
ครบเมื่อไรก็ได้ครับ และเมื่อครบแล้วก็ถือต่อไปอีกหนึ่งปีค่อยวัดผล เสร็จแล้วก็อาจล้างพอร์ตเพื่อทำใหม่ทั้งหมดไปเรื่อยๆ ก็ได้
ที่จริง sell ตั้งแต่ 2 โบรก ก็อาจจะผ่อนปรนไปหน่อย อาจตั้งเป็น 3 หรือมากกว่านั้นก็ได้ครับ
ลึกซึ้ง เป็นการ apply จิตวิทยาของ Broker แล้วทำตรงข้าม … น่าลองๆๆ
มาดูอีกที เอ้า … ครบ 10 ตัวแล้วเหรอเนี่ย…
สงสัยว่าการตั้งเงื่อนไขอ่อนไปหรือเปล่าครับ เลยเก็บไว้ครบไวขนาดนี้
คือ เราจะเก็บ 10ตัว โดยถือ 1ปี ใช่ไหมครับตอนนี้ผ่านมา 2เดือน ก็ครบ10ตัวแล้ว นั้นแปลว่า ในรอบๆปีหนึ่งอาจจะมีหุ้นแนะนำขายมากกว่านี้ก็ได้
จำนวนโบรกเกอร์ที่แนะนำ “ขาย” ลองเปลี่ยนเป็น 3 รายเป็นอย่างต่ำนี้จะ workไหมครับ
ใช้ทฤษฎีเกมวิเคราะห์ว่า คำแนะนำให้ซื้อ เป็นกลยุทธ์เด่น รู้สึกเหมือน จอห์น แนช มาวิเคราะห์หุ้นเอง คลาสสิคมาก