เมื่อ Henry VII ขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน พวกฝรั่งเศสก็มาบุก ตามด้วยกบฏกอบกู้ราชวงศ์ Lancaster อีก พระองค์ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับราชวงศ์ Tudors ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ จึงค่อยๆ แก้ไขกติกาทีละนิดเพื่อให้กษัตริย์รวยกว่าขุนนาง รวมทั้งพยายามขัดขืนสนธิสัญญา Magna Carta ตลอดรัชกาล พระองค์ดึงอำนาจคืนจากขุนนางได้ไม่น้อย แต่ไม่ทรงเป็นที่นิยมของชาวบ้านมากนัก เพราะเรื่องภาษี
เมื่อ Henry VII ตาย Henry VIII ลูกชายได้ขึ้นครองราชย์แทน พระองค์อภิเษกกับ แคเธอรีน เมียของพี่ชายตัวเองที่ตายไปแล้ว มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อ Mary และในช่วงแรกทรงสานต่อเป้าหมายของพระบิดาด้วยการอุปถัมภ์ศาสนจักรเพื่อเพิ่มความนิยมในตัวกษัตริย์ของคนอังกฤษอีกด้วย

ด้วยบุคลิกส่วนตัวที่เป็นนักรัก พระองค์ตกหลุมรัก Anne Boleyn หญิงที่ไม่สวย แต่มากด้วยมารยาหญิง เธอได้ต่อรองกับพระองค์ว่า ถ้าอยากนอนกับเธอ ต้องหย่ากับ แคเธอรีนก่อน
ในเวลานั้น กษัตริย์อังกฤษจะหย่าได้ต้องได้รับอนุญาตจาก Pope พระองค์พยายามใช้เส้นสายในศาสนจักรอยู่หลายปี แต่ Pope ก็ไม่ยอมอนุมัติ สุดท้าย พระองค์โกรธมากและตั้งตนเองเป็นประมุขทางศาสนาของอังกฤษเอง (supreme head of church) ทำให้ไม่ต้องฟัง Pope อีกต่อไป
ในยุคของพระองค์ Martin Luther พระเยอรมันได้ออกมาประณามความฉ้อฉลของพระที่ให้ชาวบ้านซื้อใบไถ่บาปพอดี Henry VIII จึงได้ถือโอกาสนี้ อ้างการปฏิรูปศาสนจักร ทำให้ยึดที่ดินคืนมาจากโบสถ์ได้เป็นอันมาก
ในยุคของ Henry VIII ถือว่า กษัตริย์อังกฤษได้กลับมามีอำนาจมากที่สุดนับตั้งแต่มีสนธิสัญญา Magna Carta เพราะไม่ต้องฟังสภาขุนนางหรือพระ สมดังที่พระบิดาได้วางรากฐานไว้ให้

หลังจากที่เล่นตัวอยู่นาน 7 ปี ในที่สุด Anne ก็ยอมนอนกับ Henry VIII เป็นครั้งแรก มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน ชื่อ Elizabeth ทำให้ Henry VIII ตัดสินใจหย่าขาดกับแคธาลีน
หลังจากนั้น Anne ก็พยายามมีลูกชายให้ Henry VIII ให้ได้ แต่เพราะอายุมากแล้ว และเวลานั้น Henry VIII ก็อ้วนขึ้นมากจนผิดปกติ ถึงขนาดต้องขึ้นบันไดโดยอาศัยอุปกรณ์พิเศษ Anne จึงแท้งแล้วแท้งอีกถึงสามหน แต่ก็ไม่สำเร็จ ช่วงหลัง Henry VIII เลิกหวังกับ Anne ไปแล้ว และหันไปคบกับ Jane Seymour แทนเพื่อจะมีลูกชายให้ได้ ตอนนี้พระองค์จะแต่งงานอีกกี่หนก็ได้ เพราะไม่ใช่กษัตริย์คาธอลิกอีกต่อไปแล้ว

ต่อมา Anne ได้ถูกกล่าวหาว่าคบชู้กับชายอื่นถึงห้าคน ซึ่งไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นเรื่องจริง บางทีเธออาจถูกใส่ร้ายโดยพวกที่ไม่ต้องการให้เธอเป็นพระราชินี แต่ทว่า Henry VIII ทรงเชื่อเรื่องนี้ และสั่งให้ตัดหัว Anne และถอดบรรดาศักดิ์ของ Elizabeth และไม่พูดกับลูกคนนี้อีกเลย
Jane ให้ลูกชายคนแรกกับ Henry VIII ได้สำเร็จ ชื่อ Edward แล้วเธอก็ตายหลังคลอดเลย Henry VIII เลี้ยงดู Edward อย่างระมัดระวังความปลอดภัยมาก ต้องมีการตรวจเสื้อผ้า อาหาร และพระสหายอย่างละเอียด
Henry VIII กลัวว่าหากมีลูกชายแค่คนเดียวอาจเสี่ยงเกินไป จึงทรงแต่งงานอีกเป็นหนที่สี่กับ Anne of Cleves แต่ก็ไม่มีลูก เธอจึงไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นราชินี
Henry VIII พยายามต่อไปด้วยการแต่งงานครั้งที่ห้า กับ Catherine Howard แต่แต่งงานได้แค่สองปี ก็ถูกกล่าวหาว่าคบชู้ และถูกตัดหัวอีก
Henry VIII แต่งงานครั้งที่หกกับ Catherine Parr แต่ก็ไม่มีลูกด้วยกันจน Henry VIII ตาย

หลังจากหมกมุ่นกับการหาผู้สืบสกุลอยู่หลายปี สุดท้าย Henry VIII จึงตัดสินใจ (โดยการสนับสนุนของ Catherine Parr ซึ่งรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงของ Edward และ Elizabeth) ให้แต่งตั้งทั้ง Edward VI, Mary และ Elizabeth ลูกทั้งสามคนให้เป็นรัชทายาทอันดับหนึ่ง สอง และสาม ตามลำดับรวดเดียวไปเลยเพื่อให้แน่ใจว่าราชวงศ์ Tudors จะมีผู้สืบทอดต่อไป (คืนยศให้ Elizabeth ด้วยแบบไม่ค่อยเต็มใจ)

Edward VI รัชทายาทอันดับหนึ่ง ได้ครองราชย์ต่อจากพ่อตอนเก้าขวบ แต่อำนาจตกอยู่กับลุง ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทน ในสมัยของพระองค์เกิดกบฎคาธอลิกขึ้นหลายครั้ง สุดท้ายพระองค์ก็ป่วยตายเมื่ออายุแค่ 15 ปีเท่านั้น
Mary I รัชทายาทอันดับสองได้ครองราชย์ต่อมา เธอมีศรัทธาในพระศาสนาอย่างแรงกล้าจึงเปลี่ยนอังกฤษให้กลับมาเป็นรัฐคาธอลิกอีกครั้งเพื่อกู้พระเกียรติให้กับ Pope เธอจัดการกับแกนนำโปรแตสเตนท์ที่ต่อต้านอย่างเด็ดขาดด้วยการจับเผาทั้งเป็นไปมากกว่า 300 คน จนเธอได้รับสมยานามว่า “แมรี่ผู้กระหายเลือด” (Bloody Mary)

Mary I แต่งงานกับเจ้าชายสเปน และเร่งที่จะมีลูกเร็วๆ เพื่อกัน Elizabeth ซึ่งเป็นโปรเตสแตนท์ออกจากบัลลังก์ (Elizabeth หลอก Mary ว่าเธอยอมเปลี่ยนเป็นคาธอลิก แต่ Mary ไม่เชื่อ และ Mary ยังสงสัยด้วยซ้ำว่า Elizabeth อาจเป็นลูกของหนึ่งในชายชู้ของ Anne ที่เป็นนักดนตรี เพราะหน้าตาเหมือนกันมาก) เธอปล่อยข่าวหลายหนว่าเธอตั้งท้องแล้ว แต่ก็ไม่จริงสักที ที่จริงแล้วเธอเป็นหมัน ในที่สุดก็ป่วยตายในวัย 42
เมื่อ Elizabeth I ได้ครองราชย์ต่อมาก็เปิดเผยตัวออกมาว่าเป็นโปรเตสแตนท์ทันที และประกาศจะนำอังกฤษกลับไปสู่ยุคของพ่อ อีกครั้ง
Elizabeth I ได้ชื่อว่าเป็นนักล็อบบี้สภาโดยไม่จำกัดวิธีการ โดยมี Cecil พระสหายชายคนสนิทคอยเป็นกำลังสำคัญ ซึ่งแม้ว่าจะขาดจริยธรรมไปบ้าง แต่ก็ช่วยให้เธอได้รับการสนับสนุนจากสภาในการผลักดันนโยบายต่างๆ ให้กับประเทศอังกฤษได้ เมื่อความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์กับสภาน้อยลงต่่างจากในอดีต การเมืองอังกฤษก็เกิดดุลยภาพของอำนาจ
ส่วนภายนอกนั้น สเปนซึ่งเป็นมหาอำนาจของยุโรปในเวลานั้นได้ประกาศสงครามศาสนากับอังกฤษ ที่ไม่เชื่อฟัง Pope ตลอดรัชสมัยของเธอที่กินเวลานานถึง 45 ปี แต่เธอก็สามารถป้องกันอังกฤษให้พ้นภัยจากสเปนได้ และได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของอังกฤษด้วย เพราะเป็นช่วงที่บ้านเมืองสงบราบคาบยาวนาน วิลเลียม เช็คสเปียร์ ก็มีชีวิตอยู่ในช่วงนี้ สุดท้ายแล้ว ลูกคนที่ Henry VIII เกลียดที่สุดแต่จำใจให้เป็นรัชทายาทลำดับสามแบบจำใจอย่าง Elizabeth กลับกลายเป็นกษัตริย์ที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศอังกฤษเคยมีมา
น่าแปลกที่เธอไม่ยอมแต่งงานเลยตลอดชีวิตด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอจึงได้รับสมยานามว่า The Virgin Queen บ้างก็ว่า เธอหวาดกลัวชีวิตครอบครัว เพราะพ่อของเธอตัดหัวแม่ของเธอเอง แถมเธอยังเคยถูกลุงลวนลามตอนเด็ก เพราะลุงหวังจะได้เป็นกษัตริย์ บ้างก็ว่า จริงๆ แล้ว เธอเป็นผู้ชาย (Conspiracy Theory) ก็มี นอกจากนี้ เธอยังไม่ยอมแต่งตั้ง Mary Stuart ราชินีแห่งสก็อตแลนด์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ใกล้ที่สุดของเธอให้เป็นรัชทายาทด้วย เพราะว่า Mary Stuart เป็นคาธอลิกนั่นเอง Mary Stuart อ้างว่า เธอต่างหากที่ควรเป็นกษัตริย์อังกฤษแทน Elizabeth และยังวางแผนสังหาร Elizabeth แต่ถูกจับได้ จึงถูก Elizabeth สั่งประหารชีวิตในที่สุด
Elizabeth I ตายพร้อมกับการจบสิ้นราชวงศ์ Tudors เพราะเธอไม่แต่งตั้งรัชทายาท



จากบทความ in search of good government คำพูดของ มาเคียเวลลี่ ที่ว่า” ผู้ปกครองจะสร้างเสถียรภาพให้เกิดกับรัฐ จำเป็นต้องทำชั่วบางอย่าง เช่น การกวาดล้างศัตรูทางการเมือง “นั้น บัดนี้กระจ่างแล้ว