ดูแล้วเป็นยังไงครับ ตก Mean กันบ้างหรือเปล่า?
เท่าที่ดูเหมือนว่า สายวิศวะจะไม่ใช่อาชีพที่ได้เงินเดือนสูงอีกต่อไปแล้ว ดูออกจะแย่กว่าอาชีพอื่นด้วยซ้ำ รุ่นผมน่าจะเป็นรุ่นสุดท้ายที่จบออกมาตอนฟองสบู่ของอาชีพนี้แตกพอดี ตอนผมอยู่ม.ปลาย วิศวะขาดแคลนมาก จุฬาฯ รับแค่ 400 คน กลายเป็นคณะยอดฮิต พอผมเอ็นทรานซ์เขาก็เลยเพิ่มเป็น 700 คน พอรุ่นนี้จบออกมา ฟองสบู่ก็แตกพอดี ดีมานด์ลดฮวบ แต่ซัพพลายดันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เวรกำจริงๆ
ช่วงสิบปีที่ผ่านมาผมว่าสายไอทีมาแรง (ตอนนั้นผมเองยังต้องหันเข้าสู่สายนี้เลย) แม้เงินเดือนจะไม่ถึงกับโดดเด่นมาก แต่เป็นอาชีพที่หางานค่อนข้างง่าย มีความต้องการตลอดเวลา เพราะไอทีบูม แต่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ใกล้หมดยุคหรือยัง เพราะเป็นมานานระยะหนึ่งแล้ว
สังเกตว่า คณะยอดฮิตในแต่ละยุคจะแปรผันไปตามรายได้ของอาชีพนั้นในชั่วเวลานั้นจริงๆ เงินเดือนมีผลต่อการเลือกเรียนของเด็กมากๆ เดี๋ยวนี้ได้ยินมาว่า คณะที่มาแรงสุดๆ คะแนนสูงขึ้นทุกปีกลายเป็น คณะนิติศาสตร์ สงสัยยุคนี้คนไทยทะเลาะกันมากขึ้นมังครับ
จะยังไงก็แล้วแต่ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อยากเรียนอะไรก็เรียนไปเลย ไม่ต้องไปสนใจหรอกว่าอาชีพไหนได้เงินเดือนมากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว เมื่อถึงตอนที่เราจบออกมา แนวโน้มมันจะเปลี่ยนไปทางอื่นพอดี เซ้งเป็ด เหมือนเล่นหุ้นเลย ซื้อหุ้นของธุรกิจที่เลิศที่สุดทีไร มักจะติดดอยทุกที

คุณนรินทร์
อย่าหาว่าแนะนำเลยนะ ผมตามอ่านทั้งหนังสือและ blog ของคุณมาก็พอสมควร
ชื่นชมและนำ ‘something’ มาเป็นแบบอย่างอีกด้วย
ผมมองเห็นว่า คุณนรินทร์ เป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ ที่กำลังก้าวข้ามเรื่องธุรกิจ
- การเงิน และการลงทุน เข้าสู่เรื่องทางสังคมได้อย่างน่าสนใจ
แม้จะแอบแตะเรืีองการเมืองบ้าง ก็รู้สึกได้ถึง professional touch
ที่ไม่อ่อนหรือแรงเกินไป สร้างสมดุลได้ดี ระหว่าง functional & emotional
ทั้งหมดนี้ ก็อยากให้คุณนรินทร์ ไม่ทิ้งประเด็นทางสังคมอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
สังคม(ในห้วงเวลาเช่นนี้) ต้องการคนอย่างคุณนรินทร์เยอะๆ
- รู้ส์กได้ว่ากำลังมีความหวัง ยังไงพิกล
: )
อา ท่านแม่ทัพลืมอีกข้อ
Idea Oriented
พวกทำงานเกี่ยวกับความคิด การออกแบบ ศิลปิน(จริงๆ)ทั้งหลาย
พวกนี้ไม่ชอบพบปะผู่คน
ไม่ค่อยชอบเครื่องยนต์กลไก
ข้อมูลข่าวสาร รู้บ้าง แต่รับมากไม่ค่อยไหว
เห็นด้วยกับพี่ขุนอรรถว่าต้องดู market ประกอบด้วย ไม่ใช่ไม่สนใจตลาดเลย มิอย่างนั้น ทุกคนคงอยากเป็นดารากันหมด ไม่มีใครอยากล้างชามนะครับ อิอิ
ที่ยากกว่านั้นก็คือว่า เราถูกบังคับให้ต้องเลือกคณะตั้งแต่ตอน ม.ปลาย ซึ่งเวลานั้น ส่วนใหญ่แล้ว เราจะยังไม่รู้ตัวเอง
ชีวิตก็แบบนี้แหละมังครับ วิ่งไปแบบเบี้ยวๆ ไม่ค่อยมีใครที่จะได้วิ่งเป็นเส้นตรงไปตลอดทาง
ส่วนตัว เห็นว่า เรียนเกาะกระแสนิดๆ
หมายถึง fit what you are ก็ดี
แต่ควร fit what you are market-needed ด้วย
นี่พูดเฉพาะ การศึกษาในระบบ เท่านั้น
เราศึกษากันได้ตลอดชีวิต เชยไปหรือเปล่า?
เพราะไม่ว่าจะเรียนสูงขนาดไหน ปริญญากี่ใบ
high flyer สักแค่ไหน … หาก ‘คิดไม่ได้’
หรือ ‘แพ้ใจตัวเองทุกที’ – what’s for?
: )
topic นี้สุดยอดครับ !!!
ถ้าน้ำมันเป็นขาลง วิศวกรรมปิโตรก็จะร่วงลงตาม
เป็นอนิจจัง
ผมอยู่ในมีน แต่เหนื่อยมากครับ
ทำงานประจำ ตำแหน่งหน้าใหญ่โตขึ้น ปริมาณงานมากขึ้นกว่าตำแหน่งเยอะเลย
ทำอาชีพเดียว อาจจะไม่พอซะแล้ว ไม่มีทางเลือกเลย
ผมไม่ตก mean แต่เห็น max ตัวเองแล้วก็ ห่อเหี่ยวนิดหน่อย
สงสัยต้องรีบลับอาวุธ ให้เฉียบคม จนอยู่ในระดับ เซียวลี้ปวยตอ
ลูกค้าเขาจะได้มั่นใจฝีมือเราจนไม่หนีไปไหน
แล้วลองหัดวิชาสำนักอื่นดูบ้าง
หวังว่าธาตุไฟคงไม่เข้าแทรกร่างกายรับไม่ไหวตายไปก่อนซะ T_T
เพิ่งออกมาจากภาคคอมร้อนๆเลยครับ (รุ่น 89) ตอนนี้ที่ภาคที่บูมที่สุดที่คณะคงเป็นวิศวกรรมปิโตรเลียมน่ะครับ ไม่รู้ว่ามีอะไรมาควบคุมให้ผลิตมาไม่เกินความต้องการของตลาดหรือเปล่า แต่ทั้งภาครับน้อยมากคือ 15 คน
ผมอยากมาอัพเดทให้ฟังเฉยๆน่ะครับ
หมอทั่วไปเรียน 6 ปี เรียนต่อเชี่ยวชาญเฉพาะทางอีก 3 ปี หมอบางคนเรียนต่อเชี่ยวชาญเฉพาะทางต่อยอดพิเศษ(เรียกไม่ถูก)อีก 2 ปี กว่าจะจบมาทำงานได้ supply หายไปหลายปี