ที่แคชเชียร์….
คนซื้อ : เท่าไรครับ
แคชเชียร์ : 90 บาทค่ะ Up เป็น size ใหญ่มั้ยค่ะ เพิ่มอีกแค่ 5 บาท
(แคชเชียร์หยิบให้ดูใหญ่กว่าเดิมอย่างมาก)
คนซื้อ : งั้นก็ได้
แคชเชียร์ : ทั้งหมด 95 บาท พี่ซื้ออะไรก็ได้อีก 5 บาทมั้ย เพราะครบ 100 บาท ได้จะคูปองส่วนลด 10 บาท
คนซื้อ : เหรอ อึม เอาอะไรดีหว่า ถ่านไฟฉายละกัน (ไม่อยากได้เท่าไร แต่อยากได้คูปอง)
แคชเชียร์ : ทั้งหมด 190 บาท พี่ซื้อถึง 180 บาท ได้สิทธิ์สมัครบัตรสมาชิกในราคาแค่ 50 บาท ลดได้ 10% ใช้สิทธิ์ได้เลย เอามั้ย พี่จ่ายเพิ่มแค่ 50 เองได้ลดครั้งแรกก็ 19 บาทแล้วพี่ คุ้มจะตาย
คนซื้อ : งั้นก็ได้ (ฮึมๆ)
แคชเชียร์ : ค่าของ 190 บวกค่าทำบัตร 50 หักส่วนลด 19 บาท รวมทั้งหมด 221 บาทค่ะ
แคชเชียร์ : อ่อลืมไปพี่ บัตรสมาชิกมันมีสะสมแต้มได้ด้วย ซื้อทุก 100 บาท ได้หนึ่งแต้ม พี่ซื้อ 190 บาท ขาดอีกแค่ 10 บาท ก็ได้เพิ่มอีกแต้มแล้วน้า พี่ซื้ออะไรอีก 10 มั้ย
คนซื้อหยิบหมากฝรั่งแบบส่งเดชมาหนึ่งกล่อง
แคชเชียร์ : ทั้งหมด 231 บาท
คนซื้อควักสตางค์จ่ายแบบงงๆ ว่าจ่ายไปได้ไง 231 ทั้งที่ของที่ตั้งใจจะซื้อตอนแรกมันแค่ 90 บาทเอง โปรโมชั่นพวกนี้มันถูกลงตรงไหน(ว่ะ)
แคชเชียร์ : พี่ไม่รับขนมจีบซาลาเปาไปทานเพิ่มด้วยเหรอ
คนซื้อ : โอ๊ย ไม่ไหวแล้วน้อง พี่ไม่เหลือตังค์แล้ว
ผมใช้วิธีใส่หูฟัง ipod อย่างรวดเร็วหลังสั่งอาหารเสร็จ แล้วลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่สนใจ พนักงานบางคนออกอาการงงทำอะไรไม่ถูก แต่บางคนก็ยังพยายามเสนอขายสินค้าต่อ ผมก็มองหน้าแล้วทำเป็นยิ้มหล่อ (บางทีก็ยิ้มน่ารัก) ใส่อย่างเดียวครับ ไม่พูดไม่จา :-P
ศัพท์การตลาดเรียกว่า upselling รึเปล่าไม่แน่ใจ (จำได้คุ้นๆ ว่ามีอีกคำนึงด้วย แต่นึกไม่ออก)
เรื่องที่อาจารย์เขียนมานี้มีชื่อเรียกเป็นทฤษฏีหรือเปล่าครับ แล้วแสตมป์เพชร + ทอง นี้เข้าข่ายหรือเปล่าครับ
ป.ล. หนังสือน่าสนใจ เดี๋ยวจะไปสอยมาอ่านตอนไปเที่ยว small business ก็จุดประกายมากเลย
ใน Fastfood มี “เทกติก” ยิ่งกว่านี้อีก ใครๆ ก็รู้
… แต่เราก็เต็มใจให้หลอกนี่นา … หนอเรา??
: )
แล้ว จะรับ ไส้กรอก เพิ่มมั้ยค่ะ
ตอนนี้มีโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1
ไม่กล้าเขียนเกี่ยวกับการเมืองเพราะเขียนทีไรกลายเป็นกระทู้ล่อเป้าไปได้ยังไงก็ไม่รู้