0109: MLM

มีคนบอกให้เขียนเรื่องธุรกิจขายตรงหลายคนแล้ว แต่ผมก็ยังไม่กล้าเขียนสักที เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างอ่อนไหว กลัวเขียนไปแล้วจะมีคนออกมาด่าทออย่างรุนแรง แต่ผมมาคิดดูแล้ว บล๊อกของผมใช้ระบบเผด็จการอยู่แล้วนี่หว่า ไม่เห็นต้องกลัวเลย งานนี้เป็นไงเป็นกัน

ถ้าห่วงโซ่อุปทานประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ ผู้ผลิต พ่อค้าคนกลาง และผู้บริโภค สมัยก่อน ผู้ผลิตมีอำนาจสูงสุดเพราะผู้บริโภคติดแบรนด์ แต่หลายปีที่ผ่านมา โมเดลธุรกิจแบบ Hypermart เริ่มทำให้พ่อค้าคนกลางมีอำนาจมากขึ้น ผู้ผลิตเริ่มถูกห้างค้าปลีกบีบคั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคก็มีความภักดีต่อแบรนด์น้อยลงเพราะ ถูกห้างค้าปลีก spoil ให้ชอบซื้อของลดราคา ซึ่งห้างค้าปลีกก็ไม่ได้เป็นคนลดราคาให้เองแต่ไปบีบผู้ผลิตให้ลดราคาให้ สินค้าของผู้ผลิตทุกรายถูกวางอยู่บนหิ้งเทียบกัน ถ้าใครไม่ลดราคาก็ขายไม่ได้ มาร์จิ้นของผู้ผลิตจึงสาละวันเตี้ยลงเรื่อยๆ ทำให้ผู้ผลิตต้องดิ้นรนหาสารพัดวิธีที่จะหลุดจากอำนาจของห้างค้าปลีก แต่ก็เป็นเรื่องยาก วิธีส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จ

MLM ไม่ใช่โมเดลธุรกิจแบบใหม่ แต่เป็นนวัตกรรมทางด้านช่องทางจัดจำหน่ายของผู้ผลิต มันคือหนทางดิ้นรนแบบใหม่ของผู้ผลิตที่จะกลับมาขายสินค้ามาร์จิ้นสูงๆ ให้ได้เหมือนเช่นเดิมและเป็นเพียงไม่กี่วิธีเท่านั้นในตอนนี้ที่ใช้ได้ผล MLM ทำให้ผู้ผลิตไม่ต้องพึ่งห้างค้าปลีกอีกต่อไป เพราะผู้บริโภคจะทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลางเบ็ดเสร็จในตัวคนเดียว จึงตัดห้างค้าปลีกออกจากห่วงโซ่ได้เลย

จุดมุ่งหมายที่แท้จริงในการหาสมาชิกของบริษัทขายตรงไม่ใช่หวังให้สมาชิกช่วยขายสินค้าให้ แต่เป็นการหวังให้สมาชิกเองนั้นแหละเป็นผู้ซื้อสินค้าไปใช้ วิธีนี้ช่วยจะทำให้ผู้ผลิต (ซึ่งก็คือบริษัทขายตรง) สามารถขายสินค้าที่มาร์จิ้นสูงๆ ได้ เพราะไม่ต้องวางสินค้าบนหิ้งแข่งกับยี่ห้ออื่นอีกต่อไป ผู้บริโภคที่เป็นสมาชิกก็เต็มใจซื้อสินค้าไปใช้แบบไม่เกี่ยงราคาเพราะรู้สึกว่าเป็นการทำยอดให้ตัวเองไปด้วย แถมยังมีความภักดีต่อแบรนด์สูงสุด เพราะถึงกับช่วยเถียงแทนบริษัทจนเส้นเลือดคอบูด (การทุ่มโฆษณาทางทีวียังสร้างความภักดีไม่ได้มากขนาดนี้) เมื่อใดก็ตามที่บริษัทขายตรงสามารถสร้างสังคมกลุ่มหนึ่งที่ปวารณาตนว่าจะใช้แต่สินค้าของบริษัทเท่านั้น แม้ว่าสมาชิกเองจะขายสินค้าให้คนอื่นไม่ได้เลยแต่เครือข่ายสมาชิกที่มีขนาดใหญ่พอและสมาชิกทุกคนใช้สินค้าของบริษัทเป็นประจำ บริษัทก็สามารถขายสินค้าได้เป็นจำนวนมหาศาลแล้วไม่ต้องง้อห้างค้าปลีกเลย

บริษัทขายตรงจะไม่บอกจุดประสงค์ที่แท้จริงอันนี้ให้สมาชิกทราบเป็นอันขาด แต่จะบอกว่า การเข้ามาเป็นสมาชิกเป็นการสร้างรายได้พิเศษให้กับตัวสมาชิกเอง เพราะถ้าสมาชิกรู้ว่าบริษัทหวังให้สมาชิกเองมาเป็นคนซื้อสินค้าของบริษัท คงไม่มีใครอยากเข้ามาเป็นสมาชิกแน่นอน

เขียนถึงแต่ในแง่ร้ายก็ดูจะโหดร้ายกับเขามากไปหน่อย MLM ก็มีแง่ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ทำให้เกิดอาชีพ “งานขาย” ผมคิดว่างานขายเป็นอาชีพที่คนทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันมากที่สุด งานขายเป็นงานที่ไม่จำเป็นต้องมีการศึกษาสูงๆ หรือนามสกุลดังๆ แต่อยู่ที่ความสามารถส่วนตัวเป็นหลัก มันจึงหนึ่งในไม่กี่อาชีพเท่านั้นที่ให้โอกาสคนที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่นในสังคมอย่างแท้จริง แม้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จจาก MLM จริงๆ แล้วมีอยู่น้อยมากๆ แต่ก็เหมือนกับการประสบความสำเร็จรูปแบบอื่นๆ ที่ต้องมีคนที่ประสบความสำเร็จอยู่น้อยมากเสมอ ถ้าหากคุณรู้สึกรำคาญคนที่พยายามขายสินค้าให้คุณ ก็แค่หัดปฏิเสธให้เป็นก็พอไม่ต้องไปคิดแทนเขาว่า เดี๋ยวเขาจะเสียใจหรือเปล่า คนที่กลัวการปฏิเสธเป็นนักขายไม่ได้หรอกครับ

Related Posts:

This entry was posted in ธุรกิจ and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

25 Responses to 0109: MLM

  1. คุณไท้ says:

    ถ้าเลือกได้ ผมขอเป็นเจ้าของบริษัทที่มีโมเดลแบบ MLM ดีกว่าเป็น upline สูงสุดในโมเดลแบบ MLM ครับ

  2. 7 says:

    แล้วจะมี MLM ในอุดมคติมั้ยครับ

  3. ... says:

    เสียเพื่อนไปหลายคนก็เพราะ MLM นี่แหล่ะครับ :-(

  4. Pingback: หยุดเติม หรือ หยุดตัก ? … เมื่อไม่รัก “บริโภคนิยม” « Let’s talk about the Culture . . . . . Gap!

  5. 1001ii says:

    ผู้บริโภคมีใจให้สินค้าได้ครับ เพราะการซื้อของเป็นเรื่องของตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ด้วย ไม่ได้เป็นเรื่อง functional หรือ price/value อย่างเดียว ผมเองก็ซื้อ iPod เพราะชื่นชอบแบรนด์

    อาจารย์ด้านการตลาดของผม บอกว่า Do charge the most loyal customers the highest price. เพราะนั้นคือเหตุผลว่าทำไมบริษัทต้องมีฝ่ายการตลาดด้วย

  6. iMenn says:

    “คนที่กลัวการปฏิเสธเป็นนักขายไม่ได้หรอกครับ”

    อ่านครั้งแรกไม่ทันเก็ท เลยขอเพิ่มเติมว่า

    1. คนที่กลัวถูกปฏิเสธเป็นนักขายไม่ได้หรอกครับ
    2. คนที่กลัวการปฏิเสธคนอื่น เป็นเพื่อนนักขายไม่ได้หรอกครับ
    :)

    “เพราะถ้าสมาชิกรู้ว่าบริษัทหวังให้สมาชิกเองมาเป็นคนซื้อสินค้าของบริษัท คงไม่มีใครอยากเข้ามาเป็นสมาชิกแน่นอน”

    ผมว่าคงไม่ขนาดนั้นครับ ลองเปลี่ยนประโยคเป็น “ถ้าสมาชิกรู้ว่านักเขียนชื่อดังคนหนึ่ง: (ฉายา ท่านแม่ทัพ ฮ่าฮ่า) หวังให้สมาชิกมาเป็นคนซื้อหนังสือ คงไม่มีใครอยากเป็นสมาชิกแน่นอน”

    ผู้บริโภคจะมีใจให้สินค้าไม่ได้เชียวหรือครับ (หนังสือเค้าก็ดีนะ ฮิฮิ) สินค้าดีๆก็มีอยู่มากมาย แม้การขายตรงและนักขายตรงจะน่ารังเกียจเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีของหลายชิ้นดีจริงนะเออ

  7. ixiu says:

    MLM เป็นของดี..แต่คนที่เอามาใช้บางคนทำไม่ถูกทาง ไม่ถูกวิธี..ทำให้อีกหลายคนเลย ยี้ MLM

  8. khun_aut says:

    ส่วนตัวไม่ nagative กับ MLM นะครับ
    ความจริง ชอบ concept เสียด้วยซ้ำ
    อย่างที่ คุณนรินทร์ ว่ามา นั่นแหละ

    งั้นเดี๋ยวจะผนวกกับ “บริโภคนิยม” ของ อ.นิธิ
    แล้วเขียนให้อ่านกันนะครับ

    : )

  9. khun_aut says:

    อยากบอกว่า เมื่อก่อนไม่แน่
    แต่เดี๋ยวนี้ คนทำงานขายตรง รู้ล่ะครับ
    ว่า เขาอยู่ตรงไหนของ supply chain

    ซึ่งบางที ก็เป็น producer
    และ บางที ก็เป็น consumer
    … รวมเรียก prosumer นั่นแหละ

    บริษัท หลอก คนขาย … ยากครับ
    นอกจากจะคนที่อยู่ “ห่างไกล” จริงๆ
    ยังไงก็รู้ตัวดีว่า ในสายงานนี้
    … ต้องซื้อ และ ต้องขาย (2 in 1)

    ที่เห็นดูเหมือน “หลอกตัวเอง” … คิดว่าจำเป็นนะครับ
    งานขายให้มี attitude ไปในทาง producer > consumer
    หรือ ทำหน้าที่ “ขาย” มากกว่า “ซื้อ” … อันนี้ เข้าใจได้ครับ
    … motivation นี่ใช่กับงานขายทั่วไปอยู่แล้ว
    ไม่จำเป็นต้องเฉพาะกับการขายตรง

    แต่ที่โดนหลอกให้ขาว หลอกให้ผอม หลอกให้หน้าเด้ง
    หรือ หลอกให้ทำยอด ทั้งๆ ที่ไม่ต้อง (เพราะเราไม่ใช่ลูกจ้างนี่สิ)
    หรือ หนักกว่านั้น คือ หลอกให้บริโภคแต่ “มายา” ของสินค้านี่สิ ที่ยังไม่ตื่นกัน

    สรุปว่า ถ้าเป็น MLM จริงๆ ไม่ใช่ลูกโซ่
    ผมไม่ negative ครับ … รู้(เท่า)ทัน

    khun_aut

  10. panuta says:

    อืม ผมเคยคิดว่าบริษัทหวังอยากให้สมาชิกช่วยขายให้เยอะๆ นะครับ แต่อ่านแล้วมาคิดก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลทีเดียว ที่ลูกค้าที่แท้จริงของบริษัทก็คือสมาชิกนั่นเอง ไม่ใช่ลูกค้าของสมาชิกอีกที เพราะสมาชิกซื้อของไปแล้วเหลือก็คืนไม่ได้

    MLM ที่ภาพลักษณ์ไม่ค่อยดีนี่ก็เพราะความโลภของมนุษย์โดยแท้ บังคับคนรู้จักให้ซื้อของ ชักชวนแกมบังคับให้สมัครสมาชิก ให้ไปฟังบรรยาย … คนไม่รู้เรื่องรู้ราวบางคนก็เสียรู้ โดนความฝันบังตา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>