0215: อนุรักษ์หรือทำลาย

ภาษาไทย เป็นภาษาที่ยังไม่ตาย กล่าวคือ ยังเป็นภาษาที่มีคนพูดกันอยู่ จึงยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุกยุคทุกสมัย เหมือนภาษาอื่นๆ ที่ยังไม่ตาย

ภาษาไทย สมัยสุโขทัย เขาเขียนกันแบบนี้ (จากศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง)

ภาษาไทยสมัยอยุธยา เขาเขียนกันแบบนี้ (จากหนังสือจินดามณี โปรดสังเกตตัวสะกดที่วงสีแดง)

ภาษาไทยสมัยรัชกาลที่ 5 เขียนแบบนี้ (จากพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 5)

จะเห็นได้ว่า อักขระของภาษาไทยมันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว ถ้าหากเราจะบังคับ มิให้ภาษาไทยมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้เลย มันก็เป็นเรื่องที่แปลกอยู่ เพราะที่จริงแล้วภาษาไทยที่คนสมัยนี้บอกว่าเป็นแบบที่ถูกต้องนั้น สมัยก่อนมันคือภาษาไทยที่ผิด  ถ้าอักขระภาษาไทยไม่ควรเปลี่ยนแปลงเลย เราควรรณรงค์ให้กลับไปเขียนว่า “เปน” แทนที่จะเป็น “เป็น” ด้วยหรือไม่ การถือว่าภาษาไทยในยุคที่ผู้ใหญ่ยุคนี้ยังเป็นเด็กอยู่เท่านั้น ที่เป็นภาษาไทยที่ถูกต้อง ส่วนภาษาไทยทั้งก่อนและหลังยุคนั้น ถือว่าผิดทั้งหมด จะไม่ดูเป็นความใจแคบไปหน่อยหรือ ทำไมเราต้องมองว่า การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเป็นการทำลายด้วย ผมว่าภาษาไทยเป็นของทุกๆ คน มันเป็นของเด็กเกรียนมากเท่าๆ กับที่มันเป็นของนักวิชาการด้วย ผมเห็น Longman เขาไม่เห็นออกมาต่อต้านศัพท์แสลงเลย แถมเขายังจดบันทึกคำแสลงที่เกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลาอย่างใจจดใจจ่อถึงขนาดจัดทำเป็นดิชชั่นนารีคำแสลงขึ้นมาเลยทีเดียว ผมว่านักวิชาการที่ Longman เขาไม่ได้มองว่า ภาษาอังกฤษเป็นของเขาคนเดียว เขาจึงมีหน้าที่แค่เฝ้าดูและบันทึกความเปลี่ยนแปลงของมันเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ไปเจ้ากี้เจ้าการสั่งคนอื่น หรือยึดภาษาอังกฤษมาเป็นของตัวเองแค่กลุ่มเดียว

ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ศิลปะทุกแขนงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัยทั้งนั้น จิตรกรรมก็มี ยุคเรเนซองต์ ยุคอิมเพรสชั่นนิสต์ ยุคโมเดิร์น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นการทำลาย ผมว่าภาษาก็เหมือนกัน สาเหตุที่ศิลปะไทยหลายอย่าง ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทย รำไทย โขน ฯลฯ มันตายหมด ไม่ใช่เพราะเด็กรุ่นใหม่ขาดจิตสำนึกหรอกครับ แต่เป็นเพราะว่า นักอนุรักษ์สมัยนี้ห้ามไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ โดยเด็ดขาดต่างหาก เมื่อศิลปะเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ มันก็ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ไม่ได้ ก็เลยตาย ภาษาไทยเป็นศิลปะไทยอย่างสุดท้ายแล้ว ที่คนรุ่นใหม่ยังใช้กันอยู่ อย่าทำให้มันตายตามอย่างอื่นไปอีกเลยครับ

ขอนอกเรื่องหน่อยนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ ผมอึดอัดมานานแล้ว

Related Posts:

This entry was posted in สัพเพเหระ and tagged , . Bookmark the permalink.

81 Responses to 0215: อนุรักษ์หรือทำลาย

  1. onesky says:

    ลองอ่านไอเดียคุณนรินทร์ใหม่นะครับ ไม่ได้บอกว่าการเขียนผิดๆถูกๆ คือการกระทำที่น่าสนับสนุน และที่สำคัญคุณนรินทร์ไม่ได้ “เบาปัญญา”เลย คุณพิมณพัฒน์เนี่ยต้องเข้าใจผิดแน่ๆ
    อ่านบทความที่ผ่านมาก้อได้ (ก็ได้) จะเห็นความลึกในปัญญาของสุมาอี้ครับ

  2. Furn says:

    ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไป ก็เกิดจากแบบนี้เองล่ะค่ะ เกิดจากการใช้ ผิดๆ อ่าน เพี้ยนๆ

    พอมากยิ่งขึ้น ก็จะกลายเป็นยกเว้นไปเลย นี่เองค่ะ อนุรักษ์ หรือทำลาย

    ก็ดีค่ะ หากว่าคนที่เขียนรู้ว่าควรเขียนคำว่า จัย ที่ถูกต้องเป็นอย่าง

    แต่ผู้ใหญ่ หรือ น้องที่เล็กกว่า มาเห็น ก็คงงงไม่น้อย ตกลงว่า

    ความรู้ที่หนูกำลังท่องจำ หรือ ความรู้ที่มากมายที่ฉันมี อะไรผิด ถูกกันแน่

    เอะฉันผิด หรือเธอ

    วัยรุ่นสมัยนี้ คงชอบความลำบากนะคะเพราะว่า

    พิมพ์คำว่า ใจ ใช้เพียง 2 การพิมพ์ (เคาะ)
    พิมพ์คำว่า จัย ต้องใช้ถึง 3 การพิมพ์ (เคาะ)

    น่าอิจฉาจังนะคะ เวลาเยอะดี 55+

    ใจเขียนจัยผู้ใหญ่ว่า บ่ใช่
    จัยเขียนใจเอ๊ะอย่างไร เด็กหลง
    ปัญหาเกิดมากยิ่ง ควรห่าง
    แลใครสนับสนุน เบาแท้ ปัญญา

    พิมณพัฒน์

  3. Furn says:

    ขอบคุณค่ะ

    ขอให้มีความสุข ความเจริญนะคะ คุณ Witwit

    ดีใจที่ยังพอมีคนที่ลึกซึ่ง และ ไตร่ตรองได้เช่นคุณค่ะ

    ยินดี ด้วยจริงๆ ไปเรียนอักษรศาสตร์ได้ค่ะ 55+

  4. อาท says:

    ห้าห้าห้า ผมก็ฟังอยู่ครับพี่โจ๊ก ในใจนึกว่า คนบางคนเค้าว่างเนอะ เรื่องแบบนี้ยังโทรมาถาม :D

  5. Dekisugi says:

    เมื่อกี้ฟังรายการวีระ ธีรภัทร มีคนโทรมาถามว่ากลุ้มใจที่น้องชายเขียน “ใจ” ว่า “จัย” เป็นอย่างมาก ควรทำไงดี

    คุณวีระตอบว่า ถ้าเขารู้ว่าจริงๆ แล้วต้องเขียนยังไงแล้วเขาเขียนแบบนั้น อย่างนั้นไม่เป็นไร เขาก็สนุกกับเพื่อนไปตามวัย อย่าไปคิดมาก

    คุณวีระคิดเหมือนผมเลย

    ไม่มีอะไร แค่เล่าสู่กันฟัง

  6. witwis says:

    เห็นด้วยกับทั้งสองฝั่งครับ โดยส่วนตัวผมก็ชอบใช้คำที่ไม่ถูกต้องเหมือนกัน แต่ก็เห็นด้วยกับคุณ furn มาก

    บางทีแล้วจริงๆมันก็แค่ว่าเราอยู่ยุคไหน สภาพแวดล้อมแบบใด
    แต่ผมเชื่อว่าในอนาคตทุกคนจะเห็นด้วยกับคำพวกนี้ในไม่ช้าครับ เพราะคนรุ่นใหม่กำลังจะโต

  7. i_sarut says:

    ช่วงหลังๆมานี่ พี่โจ๊กเขียนบทความกระแทกใจดีจริงๆครับ

  8. ืหมอนุ่น says:

    oh my god …. 70กว่า comment แล้วครับ
    แวะมาเยี่ยมเยียนครับพี่โจ๊กครับ
    บุญรักษาครับ ^^

  9. ****** says:

    เป็น atheist แบบจางๆ เลยไม่ลำบากใจถ้าจะมีศาสนาใหม่ครับ

  10. Resnick says:

    เรื่องที่ยุ่งเกี่ยวกับระดับความเชื่อที่ฝังในหัวนี่ มันก็ยากที่จะพูดเหมือนกันแฮะ บางคนผ่านการเรียนรู้กับปัจจุบันนานหลายสิบปี จะให้เปลี่ยนทันที เค้าก็คงเกิดความขัดแย้งในจิตใจเป็นอย่างมาก ส่วนบางคนที่เป็นคนเปิดใจมาก ๆ การเปลี่ยนแปลงแค่นี้ก็เหมือนเรื่องขี้ประติ๋ว ไม่คิดมากและมักให้สังคมส่วนใหญ่คัดเลือกกันไปเอง สนใจที่ประโยชน์ดีกว่า
    ความเห็นผม ถ้ามีคำใหม่(ซึ่งนาน ๆ ทีถึงจะมีซักคำ) ก็แค่เรียนรู้ใหม่ ไม่คิดว่าใครจะต้องลำบากอะไร เพราะมันก็ต้องมีที่มาและที่ไปอยู่แล้ว ถ้าลองหาสาเหตุดูดีดี การเรียนรู้ศัพท์ใหม่ ๆ ของคนเราไม่ว่าจะภาษาที่เกิดขึ้นใหม่ หรือภาษาวรรณคดี ก็ไม่เห็นจะแตกต่างกัน เพราะก็คือการเรียนรู้ใหม่เหมือนกัน ถ้าสังคมเด็กส่วนใหญ่ใช้กันเกือบหมด เข้าใจกันเกือบหมด ผู้ใหญ่จะบ่นจะเกลียดขนาดไหน สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นภาษาของคนยุคใหม่อยู่ดีนั่นแหละ

    ประเด็นที่คล้าย ๆ กันแต่น่าจะรุนแรงกว่าคงเป็นเรื่องศาสนา
    ถ้าเกิดยุคที่เราอยู่กันนี้ เกิดมีคนซักคนนึงอ้างตัวเองว่าเป็นศาสดา หรือบรรลุอะไรที่แตกต่างไปจากศาสนาปัจจุบัน และพยายามจะเผยแพร่ ให้คนมานับถือ และดันมีผู้เลื่อมใสมากเป็นจำนวนหนึ่งแล้วเนี่ยจะเป็นยังไงน้า
    ผมคิดว่า คงไม่รอดโดนแรงเสียดทานมหาศาลจนสูญสลายไปแน่นอน แม้ว่าศาสนาใหม่จะดีกว่าเดิมก็ตาม

    ศาสนาที่เกิดขึ้นก่อนที่เราเกิด คนส่วนใหญ่ก็ยอมรับได้โดยดี
    แต่ถ้าบังเอิญมีใหม่ที่ดีกว่าขึ้นมาล่ะ (คือในความเป็นจริง ผ่านไปอีกหลายพันปีมันก็ต้องมีศาสนาใหม่อยู่แล้ว ขนาดพระพุทธเจ้ายังบอกเลยว่าจะมีทุก ๆ 5000 ปี)
    ถ้าดันเกิดขึ้นมาใหม่ในยุคสมัยเราพอดี คงเป็นข่าวที่น่าสนใจแห่งยุคเลยทีเดียว.. อาจจะได้มีนิกาย ห่มเหลือง ห่มแดง ชุมนุมกันที่สนามหลวงล่ะทีนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>