เหตุที่ผมเคยไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ (รอดจากการไหลตายไปอย่างหวุดหวิด) ก็เลยอยากเขียนอะไรถึงประเทศนี้สักหน่อย ก่อนที่ข้อมูลของผมมันจะเชยไปซะก่อน
เมื่อก่อนผมเข้าใจว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองของชาวสิงคโปร์ทุกคน และคิดไปเองว่า เห็นไหมประเทศเขาสอนภาษาอังกฤษได้ดี ทำให้ได้เปรียบชาติอื่น
ที่จริงแล้ว ภาษาอังกฤษคือภาษาที่หนึ่งต่างหากครับ!!! คนสิงคโปร์เกือบทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้เป็นภาษาแรกในชีวิตนะครับ ไม่ใช่ภาษาจีน คนจีนบางส่วนจะพูดฮกเกี้ยน กวางตุ้ง หรือแต้จิ๋วได้ด้วย แต่มีคนจีนจำนวนมากที่พูดภาษาจีนได้น้อยมากหรือแทบพูดไม่ได้เลย บางทีผมเห็นอาซิ๋มแก่ๆ สองคนคุยกันโขมงในรถไฟใต้ดินเป็นภาษาอังกฤษแล้วรู้สึกแปลกตามากเลย
ส่วนภาษาจีนกลางนั้นจริงๆ แล้วเพิ่งจะมารณรงค์กันในโรงเรียนเมื่อสักยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เพราะลีกวนยูเห็นว่าคนสิงคโปร์รับวัฒนธรรมตะวันตกมากเกินไป ทำให้เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ส่วนใหญ่จึงมักพูดกับเพื่อนเป็นภาษาจีนกลาง แต่นั่นคือภาษาที่สอง (ที่ใช้การได้ค่อนข้างดี) ของพวกเขาครับ ภาษาอังกฤษยังคงเป็นภาษาที่ถนัดที่สุด ช่วงหลังคนจีนที่ใช้ภาษาจีนกลางไม่ได้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ยากทำให้ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศกัน เฉพาะเด็กเก่งๆ ถึงจะได้เรียนมหาวิทยาลัยในประเทศ นี่ก็แปลกอีกเหมือนกัน
ภาพของคนสิงคโปร์นั้นค่อนข้างจะ aggressive โวยวาย เรียกร้องสิทธิ ไม่ค่อยมีเมตตา หาแต่เงิน แต่สำหรับประสบการณ์ตรงที่ผมได้ไปสัมผัส กลับพบว่า ที่จริงแล้ว คนสิงคโปร์ที่มีบุคลิกแบบนั้นมีอยู่แค่ 10% เท่านั้น แต่อะไรที่ร้ายๆ มักกลายเป็นจุดเด่นครับ ที่จริง คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่ไม่ได้ดุอย่างนั้น และก็ไม่ได้อยากทำงานหนักด้วย เพียงแต่ว่า พวกเขาไม่มีทางเลือก เพราะรัฐบาลสิงคโปร์ค่อนข้างผลักดันให้คนทำงานหนัก ที่จริงแล้วต้องบอกว่า รัฐบาลสิงคโปร์นั้นแหละที่ aggressive จริงๆ ไม่ใช่คนสิงคโปร์
ประเทศนี้ผู้ชาย”ทุกคน”จะต้องเป็นทหารครับ ซึ่งดีตรงที่ทำให้ยัดเงินไม่ได้ ผู้ชายสิงคโปร์จึงจบมหาวิทยาลัยช้ากว่าผู้หญิงเพราะว่าต้องไปรับใช้ชาติสองปี พอไปทำงานก็เลยต้องเป็นลูกน้องผู้หญิงที่อายุเท่ากัน หลังจากเกณฑ์ทหารแล้วก็ยังต้องไปฝึกทหารปีละหนึ่งเดือนอีกทุกปีจนกว่าจะอายุ 30 กว่าโน้น โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินเดือนให้แทนบริษัทในช่วงที่ต้องไปฝึก รัฐบาลสิงคโปร์ค่อนข้างวิตกจริตเรื่องความมั่นคงมากจึงต้องให้ทุกคนเกณฑ์ทหาร ผู้ชายสิงคโปร์มียศทหารทุกคนครับ เวลาไปฝึกก็ไม่ใช่ที่ไหนหรอกครับ ประเทศไทยนั่นเอง ผู้ชายสิงคโปร์ส่วนใหญ่เคยไปเขาชนไก่มาแล้ว แต่นั่งเครื่องบินไปนะครับ แปลกมั้ยล่ะครับ
คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่ไม่มีรถส่วนตัว (ซึ่งที่จริงก็เป็นเรื่องดี) เพราะค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถสูงมากๆ ทั้งค่าจอดรถ และค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่รถติดในชม.เร่งด่วน คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในแฟล็ตที่สร้างโดยรัฐบาลเรียกว่า HDB และประเทศนี้ก็ไม่มีที่ว่างให้สร้างวัดมากนัก เพราะฉะนั้นเวลามีคนตายเขาก็จะจัดงานศพกันใต้ตึก HDB นั่นแหละครับ บรื้อๆๆๆๆ เอาศพคนที่เคยอยู่มาวางไว้ใต้ตึก พอทุกคนร่วมพิธีเสร็จก็ขึ้นไปนอน ตั้งศพไว้อย่างนั้น ถ้าเป็นเมืองไทย ป่านนี้เฮี้ยนไปหมดแล้วทุกตึก
ชีวิตประจำวันในสิงคโปร์น่าเบื่อมากครับ วันหยุดมีแต่ห้างสรรพสินค้าให้เดิน ถ้าอยากไปตีกอล์ฟก็ต้องข้ามไปมาเลเซีย คล้ายๆ กับว่ารัฐบาลสิงคโปร์จงใจทำให้วันหยุดน่าเบื่อ ประชาชนจะได้ไม่มีทางเลือกนอกจากทำงานๆๆๆ

อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำงาน ที่สิงคโปร์จังเลย อยู่ตรงมันมีแต่ช้ำใจ ไม่ Happy!
)
ใครมีงานอะไรแนะนำบ้าง แิิอดให้ข้อมูลด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากกกกกค่ะ
FB : strawberrysoda@hotmail.co.th