
ช่วงนี้มีการรณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อนกันมาก แต่หลายอย่างก็ดูจะประสบความสำเร็จเฉพาะในแง่ที่ดูเอิกเกริกเท่านั้น ส่งผลให้โลกเย็นลงน้อยมาก ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งคือคำแนะนำหลายอย่างเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ เช่น ใช้น้ำมันให้น้อยลง ก็ไม่รู้จะลดตรงไหนได้อีกแล้ว หรืออย่างถ้าจะติดรถเพื่อนบ้านไปทำงานก็ต้องมารอไป-กลับพร้อมกันทำให้เสียเวลามาก รถติดมากๆ อย่างกรุงเทพ ยิ่งเป็นไปได้ยากเข้าไปใหญ่ หลายอย่างกระทบวิถีชีวิตที่เคยชินไปแล้วทำให้เปลี่ยนไม่ได้ง่ายๆ หลายอย่างก็ไม่กล้าทำเพราะกลัวคนจะหาว่าแปลก เช่น เอาถุงผ้าไปซูปเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น มาตรการที่เป็นไปได้น้อยในทางปฏิบัติทำให้สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นแค่เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัทต่างๆ เท่านั้น (CSR)
ผมพยายามคิดถึงมาตรการอะไรที่ทำได้จริงๆในทางปฏิบัติ มันต้องเป็นมาตรการที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตให้น้อยที่สุด มาตการเหล่านั้นจะช่วยลดโลกร้อนได้มากที่สุด เพราะมันจะถูกเอาไปใช้ได้จริง อย่างหนึ่งที่ผมคิดได้ตอนนี้ก็คือ มาหยุดพฤติกรรมรับของชำร่วยใดๆ ก็ตามที่เราไม่ได้ต้องการกันเถอะ ทุกวันนี้องค์กรทั้งหลายนิยมแจกของชำร่วยกันมากทั้งปากกา ถุง แก้วน้ำ ไดอารี่ พวงกุญแจ เสื้อยืด กระเป๋า ทำให้เราได้รับแจกของเหล่านี้เต็มไปหมดตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปเดินเมืองทองธานี ไปฟังสัมมนาที่ศูนย์ประชุม ไปงานอีเว้นท์ในห้าง หรือการสมัครสมาชิกต่างๆ ส่วนใหญ่แล้ว องค์กรเหล่านั้นจะแจกให้ลูกค้าแบบเหวี่ยงแหคือไม่ถามว่าอยากได้หรือไม่ เสนอให้เลย และเราก็มักมีนิสัยชอบรับของเหล่านี้ไว้ก่อนเสีย เพราะเห็นว่าเป็นของฟรี ที่จริงแล้ว ถ้าเราคิดว่าสุดท้ายแล้วเราก็คงจะไม่ได้ใช้มันอยู่ดี เราน่าจะบอกปฏิเสธที่จะรับของเหล่านั้น แค่ไม่ยอมรับของที่ไม่ต้องการก็ช่วยโลกร้อนได้แล้ว โดยที่เราแทบจะไม่ต้องเดือดร้อนอะไรเลย แถมยังช่วยมิให้บ้านของคุณรกอีกด้วย บางคนมีพวงกุญแจสิบกว่าอันเต็มบ้านไปหมดจนไม่มีที่จะเก็บ
ทั้งนี้ทั้งนั้นรวมถึงพวกถุงผ้าแก้โลกร้อนที่บริษัททั้งหลายทำออกมาแจกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กรอีกด้วย ถ้าคุณรับถุงผ้าจากบริษัทต่างๆมานับสิบถุงโดยที่ไม่ได้นำไปใช้ ถุงผ้าเหล่านั้นจะกลายมหันตภัยที่ทำให้โลกร้อนยิ่งกว่าเดิม


ชอบหัวข้อครับ สะท้อนว่า ‘ทำอะไรฉาบฉวย ฉิบ…แน่นอน’(แอบแรง)
คุณตาลส่งเมล์มาแล้วหรือเปล่าครับ ผมไปเช็คดูไม่มี รบกวนส่งมาที่ narino@yahoo.com นะครับ
สวัสดีค่ะพี่นรินทร์ หนูชื่อตาลนะคะ เพิ่งจบศิลปากร
ตอนนี้เป็น Illustrator อยู่เมืองไทย และกำลังคิดจะทำธุรกิจขนาดเล็กจากผลงานของตัวเอง
แต่ยังขาดความรู้ในหลายๆเรื่อง แต่เป็นโชคดีที่ได้ไปพบหนังสือเรื่อง วิถี ธุรกิจขนาดเล็กของพี่เข้า ทำให้เกิดสนใจขึ้นมา และได้ลองอ่านไปบ้างแล้ว แต่ด้วยความที่ตนเองเรียนทางด้านการออกแบบมา ก็อาจจะยังไม่เข้าใจจนถึงที่สุด หากมีโอกาศได้เสวนากับคุณพี่บ้างก็น่าจะเปนการดีค่ะ หนูได้ฝากอีเมลล์ไว้แล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
คุณ นักเวทย์ idea เจ๋งมากๆ
ของฟรีก็ไปว่าเค้าไม่ได้เนอะ เหอๆๆๆ
ผมกับแฟน ตกลงกันว่าเราจะเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นต้องรีดเพื่อไปทำงาน ประหยัดทั้งเวลา และค่าไฟ อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานด้วยนะครับ ถ้าคนสักครึ่งโลก (มากไป เอา 1/4 ก็ได้) หันมาเลิกรีดผ้า ผมว่าเราจะประหยัดการใช้พลังงานลงไปได้เยอะทีเดียวครับ
ถ้าใช้ถุงผ้า แต่ข้างในบรรจุสิ่งของที่อยู่ในถุงพลาสติกอีกที …ถุงผ้าก็ไม่มีความหมายในแง่ของการช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนค่ะ แต่มีประโยชน์เพียงในแง่ช่วยให้ถือง่ายไม่รกรุงรังนะคะ
ซือเจ๊ใช้ตะกร้าไปจ่ายกับข้าวในซูเปอร์มาร์เก็ตค่ะ
ตอนแรกยามไม่ให้เอาเข้า คงกลัวไปหยิบของใส่ตะกร้าเพลิน
แต่ซือเจ ทำหน้าเหยียดๆนิดหนึ่งมองไปที่ตะกร้าเค้าแล้วพูดว่า
ไม่ถือหรอก ตะกร้าพลาสติกไร้รสนิยมอย่างนั้น
ของฉันตะกร้าสานแบบกรุน้ำชันยาของชาวอีสานนะจ๊ะ ดูมีรสนิยมกว่า
ด้วยท่าทีขึงขังและกวน..(สหัสบาทา) เค้าเลยยอมให้ผ่าน
ซื้อเสร็จจ่ายตังค์ ไม่ต้องใช้ถุง แถมแคชเชียร์ยังชมตะกร้าว่าสวย เหมือนที่มาจากบ้านเธอเลย
อ้าว ไปๆมาๆ ชมภูมิปัญญาของตัวเอง
แต่ไม่เป็นไรหรอก ก็น่าชื่นชมจริงๆนั่นแหละค่า