30: 0219: การทดลองครั้งยิ่งใหญ่

หลังจากที่ผมได้พยายามค้นหาวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการลงทุนแบบ ระยะยาวในตลาดหุ้นไทยมาได้สักพัก ถึงเวลาแล้วที่ผมจะลองทำการทดลองอะไรบางอย่าง

เป้าหมายของผมคือการออกแบบ “วิธีการลงทุน” ในตลาดหุ้นไทยที่

  1. ให้ผลตอบแทนในระยะยาวเกิน 10% ต่อปีขึ้นไป (คิดแบบ IRR) และเอาชนะตลาดได้
  2. เป็นวิธีการที่ไม่ยาก average person สามารถทำได้ทุกคน
  3. ไม่ต้องติดตามตลาดแบบใกล้ชิด (ข้อนี้สำคัญ)

จากการค้นคว้าของผม ผมคิดว่าวิธีการลงทุนต่อไปนี้น่าจะทำให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้

ขั้นตอนแรก คัดเลือกหุ้นไทยจำนวน 7 ตัว โดยพิจารณาจากคุณสมบัติต่อไปนี้เป็นสำคัญ

  1. เป็นธุรกิจที่น่าจะยังมีการเติบโตอยู่ต่อไปในระยะยาว (สำคัญที่สุด)
  2. ต้องเป็นบริษัทที่ established แล้วพอสมควร
  3. ไม่มีหุ้นที่อยู่ใน sector เดียวกันเกิน 3 ตัว

มีการปรับออกเป็นระยะๆ ได้ ถ้าหากเชื่อว่า หุ้นตัวดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติดังกล่าวอีกต่อไป

ขั้นตอนที่สอง จากนั้นก็เริ่มทยอยซื้อเดือนละหนึ่งตัว สลับกันไปเรื่อยๆ ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันในแต่ละครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 15 ปี อย่างเคร่งครัดแบบหุ่นยนต์ ห้ามเปลี่ยนลำดับ และห้ามขายเลยก่อนครบกำหนด 

เพื่อพิสูจน์ศักยภาพของวิธีการนี้ ผมจึงคิดจะสร้างพอร์ตการลงทุนที่ลงทุนด้วยวิธีการนี้ขึ้นมาสักพอร์ต และเพื่อความสนุกสนาน ผมเพิ่งไปเปิดบัญชีใหม่กับโบรกขึ้นมาอีกหนึ่งบัญชี เพื่อใช้สร้างพอร์ตดังกล่าวด้วยเงินจริงๆ ด้วย จะดูว่าอีก 15 ปีข้างหน้า มันจะเป็นยังไง

กฏการลงทุนของพอร์ตนี้

  1. หุ้น 7 ตัวแรกที่จะลงทุนได้แก่ ADVANC, BANPU, BGH, CPN, HMPRO, MINT, PS (ต่อไปสามารถปรับรายชื่อได้ ถ้าเห็นว่าไม่ใช่ธุรกิจที่เติบโตอีกต่อไป หรือหุ้นถูก delist หรือโดน merge)
  2. ซื้อหุ้นหนึ่งตัว ทุกวันที่ 15 ของเดือน (หรือวันทำการถัดไปถ้าตลาดปิด) ตอนปิดตลาด เป็นเงิน 25, 000 บาท (ปัดเศษลงให้ Lot size ลงตัว) หรือไม่เกิน 100 หุ้น โดยซื้อสลับตัวไปเรื่อยๆ ตามตัวอักษร (ในอนาคตหุ้นตัวใหม่มาแทนตัวไหน ก็จะได้ลำดับของตัวนั้นไปแทน)
  3. เมื่อได้รับเงินปันผลให้นำกลับไปลงทุนอีกเสมอ โดยลงทุนครั้งละ 25, 000 บาทเช่นกัน รอซื้อพร้อมเดือนถัดไป หรืออาจสำรองล่วงหน้าไว้ในกรณีที่กำลังจะมีการเพิ่มทุนก็ได้
  4. หุ้นตัวใดที่มีน้ำหนักในพอร์ตมากกว่า 30% จะโดนหยุดซื้อชั่วคราวจนกว่าน้ำหนักจะลดลง
  5. ลงทุนต่อเนื่องเป็นเวลา 15 ปี  

ธุรกรรมทั้งหมดของพอร์ตจะถูกนำมาบันทึกไว้ในบล็อกแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 2552 นี้เป็นต้นไปครับ

64 Replies to “30: 0219: การทดลองครั้งยิ่งใหญ่”

  1. น่าสนุกครับ ขอลองติดตามผลด้วยคับ

    แล้วพี่สุมาอี้ จะมี ขยายความเพิ่มไหมครับ ว่าทำไม ถึงชอบแต่ละตัว ทั้ง 7 ตัว

    คือ อยากได้มุมมองด้วย อย่าง PS, MINT นี่ ผมก็ชอบอยู่

    แต่อย่าง Advance นี่เฉยๆนะครับ ในความรู้สึก มันไม่น่าจะโตได้มาก (หรือป่าว)

    เลยอยากเปิดมุมมอง ประเทืองปัญญาคับ

    1. ที่จริง ADVANC เป็นตัวที่ไม่แน่ใจเท่าไร แต่คิดว่าน่าจะพอไปได้

    2. อย่างนี้ เท่ากับพี่สุมาอี้ คิดว่า ทั้งตลาด 7 ตัว(ที่เลือกมานี้) เป็นหุ้น Growth ที่ดีที่สุด ในขณะนี้ด้วยหรือไม่ครับ

      พอดี ผมมีโอกาสได้ฟัง ไฟล์เสียงที่พี่ share ให้ เลยกำลัง ศึกษาแนวนี้อยู่คับ

  2. เติบโตอีก 15 ปีหรือครับบริษัทจะ growth ถึง 15 ปีเลยหรือครับ

    1. ผมเคยโชว์ให้ดูแล้วใน slide ของผมไงครับว่าหุ้นไทย 12 ปีโตได้จริงๆ

  3. ขอบคุณครับ ผมชอบสไตล์นี้ครับ

    สำหรับ PS อยากได้เป็นเจ้าของเหมือนกัน ซื้อมาตั้งแต่ 4 บาทแต่ดันไปขายตอน 9 บาท ตอนนี้ อยากได้กลับมา แต่ไม่รู้จะเมื่อไร

    ถามคุณสุมาอี้โดยตรงว่า PS นะราคาปัจจุบัน 10 ยังพอจะคาดหวังกลับ Growth ในอนาคต 4-5 ปีได้เหรอครับ เพราะเข้าใจว่าประมาณต้นปีที่แล้วก่อนวิกฤต Peak ก็ประมาณ 12 บาท

    อยากทราบมุมมอง

    1. วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงการต้องวัดมูลค่าหุ้นได้ เนื่องจากใช้วิธีทยอยซื้อเฉลี่ยไปเรื่อยๆ ในระยะยาวๆ ดังนั้น ถ้าเอารายชื่อหุ้นเหล่านี้ของผมไปใช้ แล้วลงทุนแบบตูมเดียวเลย จะผิดจุดประสงค์นะครับ ไม่รับประกันความผิดหวัง

      วิธีการลงทุนที่ผมออกแบบนี้ต้องใช้ทั้งหมด ห้ามนำไปดัดแปลงใช้แค่บางส่วน ลมปราณจะแตกซ่านครับ

  4. ทำไมถึงไม่เลือกทดสอบ ทฤษฎีโดยการใช้ Historical data ครับ?

    1. เพราะกลยุทธ์นี้ต้องการการเลือกหุ้นโดยมองอนาคตของหุ้นในขณะนั้น การใช้ข้อมูลในอดีตจึงทดสอบกลยุทธ์นี้ไม่ได้ เพราะเราเห็นอนาคตหมดแล้ว

  5. จะ test ได้อย่างไร เพราะเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ผมจะรู้ได้อย่างไรว่า ถ้าผมอยู่ตรงนั้น ผมจะเลือกหุ้นอะไร?

  6. แอบอ่านมานานแล้วครับ แต่ไม่กล้าแสดงความเห็นเพราะว่ายังมือใหม่ครับ อยู่กับตลาดหุ้นมา 2 ปีกว่า ๆ ชอบในบทความที่นำเสนอครับ

    พอร์ทที่จัดให้มาเนี่ยค่อนข้างจะครอบคลุมทุกหมวดเลยนะครับ ตั้งแต่สื่อสาร พลังงานต้นน้ำ การแพทย์ อสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง กระจายทุกหมวดตั้งแต่รับจ้างผลิต,โรงแรม,ร้านอาหาร etc. และสุดท้ายก็พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย และใช้วิธี DCA เพื่อหลีกเลี่ยงการหามูลค่าที่เหมาะสมซึ่งเป็นเรื่องที่ยากสำหรับมือใหม่ แต่เน้นการมีวินัยในการลงทุนโดยลงทุนเท่า ๆ กันทุกเดือนไม่ต้อง timing market ให้เสีย mood ผมเองตอนเริ่มลงทุนใหม่ก็ใช้วิธีที่พี่บอกมาเนี่ยละครับ แต่เจอ mr market หลอกซะจนออกนอกลู่นอกทาง ยังหาทางกลับไม่เจอ ผมมีความเห็นในหุ้นแต่ละตัวดังนี้ครับ

    1.ADVANCE เนี่ยถ้า 3G เกิดจริง ๆ คงจะกลายเป็นหุ้นโตเร็วอีกครั้งนึง เนื่องจากเป็นที่หนึ่ง มีฐานลูกค้าเยอะ และมือถือเนี่ยใครไม่มีเป็นตก trend

    2.BANPU ไม่ค่อยได้ตาม แต่การเป็น commodity ต้นน้ำที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมและพลังงานที่โลกยังคงต้องการใช้เนื่องจากต้นทุนถูกกว่าอย่างอื่น และการที่จีน อินเดียรวมถึงประเทศที่พัฒนาแล้วจะฟื้นตัว ดังนั้น demand ค่อนข้างจะโต อีกท้งการเป็นที่หนึ่งและมีการกระจายแหล่งผลิต รวมถึงมีรายได้จากโรงไฟฟ้า ทำให้มีการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

    3.BGH no idea จริง ๆ สำหรับกลุ่มนี้ แต่ trend สุขภาพคาดว่าน่าจะไปได้

    4.CPN ส่วนตัวเห็นว่าคนเรายังชอบเดินห้างอยู่ น่าจะพอไหว

    5.HMPRO ไม่ค่อยจะมีข้อมูลตัวนี้สักเท่าไหร่ แต่คาดว่ายังเพิ่งเริ่มออกเดิน ยังโตได้อีกเยอะ

    6.MINT ไม่ค่อยได้ตาม แต่ชื่นชมในทีมผู้บริหาร และธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารน่าจะไปได้ดี เนื่องจากเมืองไทยน่าท่องเที่ยว และคนไทยมีอัฐยาศัยดีและรักการบริการ

    7.PS บ้านยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์ และการที่บริษัทมีการใช้ technology รวมถึงบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการมองหาโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ

    ดังนั้นถ้าใครที่มีความสามารถมากกว่าปกติอาจจะรอซื้อได้โดยไม่ต้อง DCA แต่ว่าขนาดพี่สุมาอี้ยงแนะนำให้ DCA ดพราะว่ากลัวจะหลงทางไปกลับมายาและร้อยเล่ห์ของ mr market ซะก่อน

    1. 3G เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมเลือก ADVANC อย่างที่คุณ TPH ว่ามาจริงๆ ครับ

      ช่วงนี้รอบๆ ตัวผมสังเกตเห็นวิถีชีวิตแบบ Mobile ซึ่งอาจจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวกรุงไปได้อีกระดับหนึ่งในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ถ้ามันมาจริงๆ ผู้ให้บริการมือถือน่าจะกลับมาโตเร็วได้ครับ

      เห็นเขาว่า DTAC จะมีต้นทุนลดลงมากถ้าหาก 3G มาจริงๆ แต่เหตุที่ผมไม่ได้เลือก DTAC เพราะผมมองว่าบริษัทนี้ยังปรับตัวช้ากว่าคู่แข่ง

      ส่วน True ปรับตัวได้เร็ว แต่ธุรกิจอื่นของ True มีความเสี่ยงหลายอย่าง อีกทั้งยังต้องการการลงทุนเพิ่มอีกมาก ในขณะที่ฐานะการเงินไม่อำนวย

      ก็เลยมาลงที่ ADVANC

    2. ผมว่าสื่อสารเป็นหุ้นที่ยังน่าสนใจ(แต่ไม่ใช่ตอนนี้ถ้ายังไม่มีนะคับ)ถ้ามีการใช้number portabilityอาจจะมีการล้มยักษ์เกิดขึ้นก็ได้นะคับ ผมว่าอาจจะมีอะไรsurpriseกับหุ้นสื่อสารเยอะนะคับถ้าใช้ขึ้นมา

    3. ก็เป็นไปได้ครับ ที่จริงหุ้นสื่อสารไม่ค่อยน่าลงทุนเท่าไร เพราะมีความไม่แน่นอนรออยู่เยอะมากๆ

    4. number portablity ผมกลับไม่คิดว่าเกิดการล้มยักษ์ครับ อันนี้เหตุผลหนึ่งจากการฟัง CEO Advanc แสดงทัศนคติเรื่องนี้เองด้วย

      อย่างแรกคือ ราคา่ค่าโทรวันนี้ ฮั้วกันอย่างชัดเจน (ไม่มีสงครามราคาอีกเลย นับจากหลายปีโน้น)

      อย่างสอง AIS รุกโปรโมชั่นที่ไม่เกี่ยวกับค่าโทรหนักหน่วงมาก ลูกค้า Dtac น่าจะเข้าใจประเด็นนี้

      อย่างสาม ทุกยี่ห้อคิดค่าโทรเป็นนาทีกันหมดแล้ว หึๆ

    5. ผมว่าน่ากลัวที่สุดในอุตฯ นี้คือ กทช.ครับ

      คอยสร้างความคลุมเครือ และ ถูกวัดผลงานจากการช่วยผู้บริโภคด้านเดียว

  7. มาให้กำลังใจ(และหวังว่าผมจะได้อยู่ดูถึงวันนั้นด้วยนะคับ555) การทดลองครั้งยิ่งใหญ่ทั้งทีน่าจะเปิดตัวซื้อเอาฤกษ์09/09/09 ยกเว้นครั้งนี้เอาเคล็ด555

    1. 15 ปีเป็นระยะเวลาที่นานมาก เพราะเกือบเท่ากับครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของผมเลยทีเดียว มันจึงเป็นการทดลองที่ต้องการความวิริยะสูงมากๆ ผมจึงเรียกมันว่าการทดลองครั้งยิ่งใหญ่

    1. ชอบหน้าตาของเว๊บ wannik.com ครับ เป็นธีมเดียวกันกับรูปเล่มหนังสือของสนพ.เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.