Time Capsule คือ ภาชนะที่คนโบราณใช้เขียนจดหมายเหตุ และบรรจุสิ่งของในสมัยนั้นลงไป แล้วนำภาชนะนั้นไปฝังดิน รอให้ผู้คนในโลกอนาคตขุดเจอ และเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากสิ่งของที่อยู่ข้างใน โดยผู้ฝัง Time Capsule จะเลือกภาชนะเท่าที่ดีที่สุดในเวลานั้น ที่คิดว่าจะช่วยรักษาของที่อยู่ภายในให้อยู่ในสภาพเดิมให้นานที่สุด
ผมชอบแนวคิดเรื่อง Time Capsule มาก เพราะมันเป็นเรื่องที่ average person ทุกคนสามารถทำได้ อาศัยแค่ความนานอย่างเดียวที่ช่วยทำให้มันกลายเป็นสิ่งมีค่าขึ้นมา แต่ขึ้นอยู่กับว่า ใครบ้างที่จะลงมือทำมัน
พ.ศ.นี้ ผมคงไม่คิดจะทำ Time Capsule แล้ว เพราะผมเห็นว่า ยุคนี้มีสิ่งที่มีอะไรเหมือนกับ Time Capsule อยู่เหมือนกัน แต่ทำแล้วมีมูลค่ามหาศาลกว่ามาก นั้นคือ พอร์ตที่ลงทุนระยะยาว นั้นเอง ผลของ compounding จะทำให้ พอร์ตธรรมดากลายเป็นพอร์ตที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ซึ่ง average person ทุกคนทำได้ แต่จะมีสักกี่คนที่ตัดสินใจลงมือทำ ในช่วงชีวิตของเขา
วันนี้ผมจึงได้เดินทางไปเปิดพอร์ตเพื่อใช้สำหรับสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาวที่ว่านี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้น วันนี้จึงเปรียบเสมือนวันที่ผมฝัง Time Capsule ของผม ถือได้ว่า วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติชีวิตของผมเลยทีเดียว งานนี้เป็นไงเป็นกันครับ
ตึกนี้คือที่ตั้งของสำนักงานของโบรกที่ผมเลือกไปเปิดบัญชีครับ ตัวโบรกเองอยู่ชั้นสามของตึก ส่วนชั้นล่างปิดร้างอยู่ ดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ แต่จำเป็นต้องเลือกโบรกนี้ เพราะเป็นโบรกเดียว ที่มีบริการซื้อหุ้นแบบอัตโนมัติที่ผมต้องการอยู่
โฉมหน้าประตูทางเข้า “สำนักงานใหญ่” ครับ ดูเหมือนออฟฟิศของพวกบริษัทค้าเงินมาก ไม่รู้ว่าสรุปแล้ว ตัวโบรกเองจะไปก่อนพอร์ตจะครบอายุ 15 ปี แบบที่ตั้งเป้าไว้หรือเปล่า ที่จริงวงการโบรกยังต้องควบรวมกันอีกเยอะมาก เริ่มหวั่นใจมากขึ้น
ขึ้นลิฟท์ไปชั้นสาม ปรากฏว่าชั้นสองก็ถูกปิดร้างไปแล้วเช่นเดียวกัน แถมลิฟท์นี้ยังไม่มีปุ่มเปิดประตูอีกด้วย ถึงแล้วมันจะเปิดเอง ถ้าออกไม่ทันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำยังไง เหมือนในหนังสยองขวัญมากเลย

ตอนกำลังกรอกเอกสารอยู่ เจ้าหน้าที่การตลาดเดินเข้ามาขอดูหุ้นที่ผมเลือก เธอบอกว่า ต้องขอดูหน่อยว่าหุ้นที่ผมเลือกจะลงทุนระยะยาว เป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลหรือเปล่า รู้สึกว่าคำว่า ลงทุนระยะยาว ในตลาดหุ้นไทยจะเป็นคำที่แสลงหูมากๆ เพราะขนาดเจ้าหน้าที่การตลาดยังเสียวว่า ผมจะไม่เหลืออะไรเลย ถ้าไม่มีเงินปันผล
ถ้าหากโบรกโดนควบรวมก่อน 15 ปี จริง ผมหวังว่า เจ้าหน้าที่คนที่ทำเรื่องโอนพอร์ตไปโบรกใหม่ให้ผมจะตกตะลึง เมื่อเห็นหุ้นในพอร์ตของผมที่ถือไว้เป็นระยะเวลาที่นานมากโดยไม่ได้ขายเลย (แค่ตะลึงเรื่องความนานเฉยๆ นะครับ ส่วนจะตะลึงเรื่องผลตอบแทนด้วยหรือเปล่านั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อิอิ)
เมื่อกรอกเอกสารเสร็จระหว่างเดินทางไปยังสถานีรถไฟฟ้าเพื่อกลับบ้านได้เจอเข้ากับดาราโดยบังเอิญ จึงรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาชักภาพไว้ทันที (ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย เล่าทำไมเนี่ย)

ตอนขึ้นมาจากรถไฟฟ้า ไม่รู้สิ ผมรู้สึกเหมือนว่า วันนี้เป็นวันแรก ที่ผมจะเริ่มต้นเดินขึ้นภูเขาลูกหนึ่งที่สูงชะลูดเลยครับ

แต่มาคิดดูอีก ผมอาจจะกำลังเดินลงเหวที่ลึกมากอยู่โดยไม่รู้ตัวอยู่ก็ได้ แหว่วๆๆๆๆ
เหอๆ คำตอบจะถูกเฉลยในอีก 15 ปีต่อมา ตอนนี้มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ครับ







เฮ้อ ผมชอบพี่ตรงที่มีหลายบุคลิกนี่แหละ