259: ธีมการลงทุน : AEC

สองสามปีมานี้ AEC ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

โดยส่วนตัว มองว่า ธีมนี้อาจจะเป็นธีมหนึ่งที่ใช้มองหุ้นได้ แต่ต้องระวังอย่า มองโลกในแง่ดีมากจนเกินไป

ประการแรกเลยนั้น การขยายการลงทุนไปต่างประเทศนั้น ไม่สามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว อย่าคิดว่าเมื่อเปิด AEC ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าแล้ว บริษัทจะขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคเพื่อสร้างรายได้ให้เติบโตได้เลย บริษัทน่าจะต้องลองผิดลองถูกอีกหลายปีกว่าจะจับทางที่ควรจะเดินในต่างประเทศได้ แต่บ่อยครั้ง ตลาดหุ้นมักใจร้อน ราคาหุ้นมักปรับตัวล่วงหน้าเร็วเกินไป เมื่อพบว่าเป็นจริงว่า บริษัทไม่สามารถ deliver ผลประกอบการได้เร็วอย่างที่ตลาดคาดหวัง ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นไปเร็วก็อาจจะปรับตัวลงรุนแรงได้ ที่ผ่านมานั้น ถ้าหุ้นจะขึ้นเพราะ AEC ผมก็มองว่าเป็นเพียงแค่การนำข่าวมาเล่นเท่านั้น หนทางของธุรกิจจริงๆ นั้นยังอีกยาวไกลและดู sexy น้อยกว่านี้มาก

บริษัทที่จะได้ประโยชน์จาก AEC มากกว่าคือ บริษัทที่ออกไปลงทุนต่างประเทศมานานแล้ว เพราะผ่านช่วงลองผิดลองถูกมาพอสมควร หากมี AEC ก็เหมือนมีตัวช่วยให้ง่ายขึ้นไปอีก จึงสามารถตักตวงประโยชน์จาก AEC ได้ทันที ต่างกับบริษัทที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยไปลงทุนต่างประเทศมาก่อน พอมี AEC แล้วค่อยรู้จักไปลงทุนต่างประเทศ แบบนี้ความเสี่ยงจะเยอะกว่า

ประการถัดมา เขตการค้าเสรีนั้นผลประโยชน์ส่วนใหญ่ที่สุดจะตกอยู่กับ ผู้บริโภค มิใช่ผู้ประกอบการ เนื่องจากผู้บริโภคจะมีตัวเลือกมากขึ้น เพราะไม่ถูกปิดกั้นด้วยมาตรการกีกกันทางการค้าต่างๆ ส่วนในแง่ของผู้ประกอบการนั้น ผู้ประกอบการที่ได้ประโยชน์คือ ผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งกว่า ส่วนฝ่ายที่จะเสียเปรียบคือผู้ประกอบการที่อ่อนแอ ซึ่งก่อนหน้านี้อาจอยู่ได้ด้วยการอุดหนุนโดยภาครัฐ​ฯ หรือมาตรการกีดกันทางการค้า พอต้องมาแข่งขันกันอย่าง fair ๆ จริงๆ ก็จะเสียเปรียบผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งด้วยตัวเองมาก พึ่งระวังพวกธุรกิจที่ต้องพึงพาการอุดหนุนจากภาครัฐให้มาก

ฉะนั้นในการเลือกหุ้นเพื่อลงทุนตามธีม AEC นั้น ไม่ใช่เลือกมั่วไปหมด หรือบริษัทไหนไปต่างประเทศก็คิดว่าจะดีไปหมด แต่ควรเลือกบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ประเทศไทยเก่งกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเวลาไปบุกประเทศอื่น จะง่าย ในเวลาเดียวกัน ต้องระวังธุรกิจในประเทศที่อ่อนแอกว่าของประเทศเพื่อนบ้าน เพราะถ้าเพื่อนบ้านที่แข็งแรงกว่ามาบุก จะลำบาก

โดยส่วนตัว ผมว่าประเทศไทยเด่นกว่าประเทศเพื่อนบ้านในธุรกิจบริการนะครับ คนไทยเอาอกเอาใจเก่งกว่า จัดงานรื่นเริง ให้เอิกเกริกก็เก่ง อุตสาหกรรมการผลิตก็อยู่ในเกณฑ์ที่แข่งขันได้ แต่ไม่รู้ว่าถ้าจะไปลงทุนสร้างฐานการผลิตในต่างประเทศแล้วจะยังมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนรึเปล่า แต่ถ้าเป็นอุตสาหกรรมประเภทพลังงานและปิโตรเลียม ดูเหมือนเพื่อนบ้านเราจะเด่นกว่า ทั้งมาเลเซียและอินโดนิเซีย เพราะเขามีอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ดีเป็นพื้นฐาน

อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม ดูเหมือนกลุ่มประเทศอาเซียนจะมีความแตกต่างกันเยอะ การเข้าไปทำธุรกิจจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับแต่ละประเทศมากพอสมควร การขยายการลงทุนจากไทยไปยัง CLMV นั้นน่าจะเป็นไปได้เยอะกว่าขยายไปยังอินโดนิเซีย หรือฟิลิปปินส์มาก ทั้งในแง่ภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมครับ

15 Replies to “259: ธีมการลงทุน : AEC”

  1. ขอบคุณครับ แล้วอย่าง CPN BGH HMPRO นี่คุณโจ๊กถือว่าแข็งแกร่งพอที่จะขยายการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในต่างประเทศเหมือนกับที่เขาสามารถทำได้ในประเทศมาแล้วมั๊ยครับ เพราะอย่าง cpn ก็จะไปร่วมทุนกับมาเลเซีย อะไรแบบนี้ครับ

  2. ขอบคุณครับที่ได้แนะประเด็นที่ควรฉุกคิดครับ

  3. “ตลาดหุ้นมักใจร้อน ราคามักปรับตัวล่วงหน้าเร็วเกินไป” นึกถึงที่ lynch บอกว่า รอให้บริษัทมีกำไรก่อนแล้วค่อยลงทุน

  4. รอให้มีกำไรก่อนค่อยลงทุน หมายถึงกรณีที่บริษัทนั้นขาดทุนอยู่ก่อนนะครับ เพราะถ้ายังขาดทุนอยู่ ส่วนทุนอาจลดลงเรื่อยๆ อาจนำไปสู่การเพิ่มทุนหนักๆ ได้ ถ้ารอกให้กำไรก่อน อย่างน้อยถือไว้ ส่วนทุนก็ยังไม่ได้ลดลงทุกปี

    1. คำว่ารอให้มีกำไรก่อน หมายถึงว่าถ้ากำไรไตรมาสนั้น เริ่มกลับมามีกำไร(เป็นกำไรจากการขายของ ที่ไม่ใช่กำไรพิเศษ) ก็ค่อยเข้าซื้อใช่มั้ยครับ

  5. ในกรณี เรื่องแบบเปิดเสรี แรงงาน ในAEC จะส่งผลดีกับธุรก้จบ้างไหมครับพี่โจ๊ก? เช่นว่าตอนนี้เห็นพวก พยาบาล บุรุษ พยาบาลฟิลลิปปินส์เริ่มเข้ามาในไทยกันแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.