เกษตร – อาหาร – วัสดุก่อสร้าง

กลุ่มเกษตรอาจจะน่าสนใจตรงคำว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม (เอาจริงๆ ก็ไม่ใช่หรอก เราทำอุตสาหกรรมมากกว่าเกษตร เกษตรเป็นแค่ lagacy ของเราเท่านั้นเอง) แต่ผมมองว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ทำแล้วค่อนข้างน่าปวดใจมากกว่าจะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

เพราะนอกจากจะเป็น soft commodities ที่มีราคาผันผวนมากแล้ว มันยังเป็นธุรกิจที่เติบโตช้ามากด้วย ข้าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เรากินข้าวกันมาเป็นพันปีแล้ว การที่คนจะกินข้าวเพิ่มขึ้น 10% ทุกปี จึงเป็นเรื่องยาก แค่ทำให้คนกินข้าวเท่าเดิมให้ได้ทุกปี ก็ยากแล้ว ดังนั้นในแง่การเติบโตจึงดูไม่น่าสนใจอีกด้วย

ดังนั้น ถ้าหากจะลงทุนหุ้นเกษตรหรือรวมไปถึงหุ้นอาหารด้วย คงต้องมีสิ่งอื่นที่น่าดึงดูดในตัวบริษัทนั้นๆ เอง คือ เลือกเพราะลักษณะเฉพาะตัวของบริษัทนั้นๆ มากกว่าที่จะชอบตัวธุรกิจ

ธุรกิจเกษตรและอาหารที่น่าสนใจ ควรเป็นธุรกิจที่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าได้เยอะๆ เพราะมูลค่าเพิ่มทำให้มาร์จิ้นสูง เมื่อมาร์จิ้นสูงก็จะทนทานต่อความผันผวนของราคาวัตถุดิบได้ดีขึ้น หรือมิฉะนั้นก็ตองเป็นบริษัทที่มีกลยุทธ์ในการเติบโตที่นอกเหนือไปกว่าการเติบโตแบบออร์แกนิค (ลำพังเติบโตแบบอยู่ไปวันๆ คงไม่เพียงพอสำหรับธุรกิจนี้) และจะยิ่งดีถ้าหากเป็นบริษัทที่พยายามทำทั้งสองอย่างนี้ไปพร้อมกัน

เท่าที่สแกนหุ้นใน Sector นี้ดู บริษัทที่ผมเห็นว่าเข้าเกณฑ์นี้ได้คือ TUF เพราะเป็นบริษัทที่พยายามเพิ่มมาร์จิ้นด้วยการมีแบรนด์สินค้า และหาวิธีเติบโตให้นอกเหนือไปจากการเติบโตแบบออร์แกนิคด้วยการขยายไปยังต่างประเทศ ประกอบกับเป็นบริษัทที่แข่งขันอยู่ในระดับ Global น่าจะต้องมีการจัดการที่มีมาตรฐานและเป็นสากลพอสมควร รองลงมาก็คือ CPF ด้วยเหตุผลทำนองเดียวกัน แต่ที่ผมชอบ CPF น้อยกว่า เป็นเพราะธุรกิจอาหารสัตว์และไก่นั้น ถ้าหากอยู่เฉยๆ อาจถึงขั้นขาดทุน บริษัทจะต้องทำอะไรเพิ่มตลอดเวลาเพียงแค่รักษาธุรกิจให้มีเสถียรภาพเท่านั้น เป็นอะไรที่เหนื่อยอยู่เหมือนกัน

ในกลุ่มอาหารทั้ง OISHI และ MINT ก็เป็นบริษัทที่มีการจัดการในระดับสากล และมีวิธีดำเนินธุรกิจที่ทันสมัย เข้าตาเหมือนกัน

บริษัทอย่าง PB กับ TF ก็ดูน่าสนใจดีครับ แต่ว่า PB ก็ดูมีความเสี่ยงสำคัญเรื่องช่องทางจัดจำหน่าย สุดท้ายอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ แต่ก็ไม่กล้าวัดดวง ถ้ายังมีหุ้นตัวอื่นให้เลือกได้อยู่ในตลาดหุ้น ก็ขอเลือกตัวอื่นก่อนดีกว่า  ส่วน TF นั้นจริงๆ ก็น่าสนใจ เห็นพยายามเติบโตอยู่ตลอด แต่ว่ายังไม่เห็นผลสัมฤทธิที่เป็นรูปธรรมเท่าไร ขอเอาไว้เป็น Waiting List ก่อน ถ้าหากมีพัฒนาการที่สำคัญค่อยมาว่ากันอีกที SSC ก็เหมือนกัน

กลุ่มน้ำตาลนี่ก็อาจจะดีครับ แต่ยอมรับว่า มันดูยากมากจริงๆ ขอผ่านครับ ยอมแพ้ อีกประการหนึ่งดูเหมือนหลายตัวในกลุ่มนี้จะขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมอื่น ทำให้สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไม ธุรกิจหลักมันไม่ค่อยดีรึเปล่า

ที่เหลือนอกจากนั้น ผมยังมองว่า ไม่ใช่บริษัทที่มีการจัดการที่ดีมากพอ ดูเป็นบริษัทธรรมดาที่อยู่เฉยๆ คอยฟ้าคอยฝนอยู่ ไม่มีความเป็นสากล ซึ่งผมว่าแค่อยู่ไปวันๆ มันไม่พอสำหรับธุรกิจเกษตรและอาหาร ที่อยู่เฉยๆ ก็จะขาดทุนได้ง่ายๆ

สรุปว่า หุ้นสองกลุ่มนี้ผมขอเลือก TUF, OISHI เข้า Watch List นะครับ ส่วน MINT เอาไว้พูดตอนพูดถึงกลุ่มโรงแรมละกัน

หุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ลักษณะธุรกิจดูไม่เป็นหุ้นสำหรับการลงทุนเท่าไร หลายๆ ตัวดูเป็นธุรกิจที่มีวัฏจักร และเป็นวัฏจักรที่กินเวลายาวมากด้วย เช่น อาจจะ 7-8 ปี ต่อรอบเลยทีเดียว (คิดไปคิดมา ตลาดหุ้นไทย นี่ เต็มไปด้วยธุรกิจกำไรผันผวนสูงนะครับ ถ้าอยากเป็นนักลงทุน ยิ่งโฟกัสจักรวาลของเราให้แคบๆ เข้าไว้ยิ่งดี อย่าไปเอาหมดทุกอย่าง โอกาสเจ็บมีเยอะกว่า Focus ไว้ก่อนดูดีกว่า) ในขณะที่มาร์จิ้นก็ไม่ได้สูงมาก ก็เลยไม่รู้ว่ามันจะน่าสนใจเพราะอะไร

เรียนตามตรงว่าไม่ค่อยได้มองกลุ่มนี้เท่าไร หลายๆ ตัวแม้จะดูเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง แต่วงจรธุรกิจก็รุนแรงมาก ยังมองไม่เห็นตัวไหนที่เหมาะสำหรับ DG เลย

คำเตือน: บทความนี้พิจารณาเฉพาะพื้นฐานธุรกิจ โดยไม่สนใจมูลค่าหุ้น สุดท้ายจึงอาจเป็นหุ้นที่ไม่น่าลงทุนเลยก็ได้ เพราะกิจการที่ดีแต่ราคาหุ้นแพงเกินไปนั้น ไม่ใช่การลงทุนที่ดีครับ

Author: Narin Olankijanan

Dekisugi.net โรงเรียนนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย เป็นบล็อกของ นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ (“สุมาอี้”) ที่รวบรวมบทความเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไว้ให้นักลงทุนได้อ่านฟรีมากกว่า 400 บทความ รายชื่อบทความทั้งหมดบทความในบล็อกนี้ยังถูกรวมเล่มไว้เป็นหนังสือชื่อ โรงเรียนนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย เล่ม 1 และ เล่ม 2 อีกด้วย ซึ่งนักลงทุนสามารถสั่งซื้อได้ที่ ร้านหนังสือของผม อีกด้วย

13 thoughts on “เกษตร – อาหาร – วัสดุก่อสร้าง”

  1. พวกMalee Tipcoนี่ไม่เข้าเกณฑ์เลยหรอครับพี่ เห็นก็พยายามสร้างแบรนด์อยู่นะครับ หรือว่าการจัดการยังไม่ดีพอครับ

  2. คิดว่า การเลือกหุ้น น่าจะเหลืออีกหนึ่งตอน แต่คงมีหุ้นเข้าลิสต์อีกไม่เยอะแล้ว

    หลังจากนั้นเราจะมองลองดู valuation ของหุ้นที่เลือกเข้ามาตามสูตรของเรา เพื่อหาหุ้นใส่พอร์ต ในตอนถัดไป

    เมื่อถืงตอนนั้นก็เริ่มต้นลงทุน DG ได้แล้ว อีกไม่นานเกินรอ

  3. พี่โจ๊กครับ
    พวก trading company/distributor จะอยู่ใน watch list ได้มั้ยครับ เช่น PM MOONG

    1. trading company หรือ distri ก็สามารถอยู่ใน list ได้ครับ

      อย่างไรก็ตาม เคยให้ความเห็นไว้ว่าพวก distri ถ้าหากต้องใช้ working capital สูงๆ ยิ่งขายเยอะ เงินก็ยิ่งจม ยิ่งต้องเพิ่มทุน ดังนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการทำธุรกิจของเขาด้วย

  4. DG พี่จะ valuation หุ้นทุกตัวในทุกกลุ่ม ที่อยู่ใน watch list รึป่าวครับ? … แล้วจะมีการทำเป็นพอรต์ซื้อ-ขาย แบบ 7LTG เพื่อเทียบผลงานรึป่าวครับพี่?

    – ขอบคุณมากๆครับ ^^

    1. มีครับ เพราะ valuation คือส่วนที่จะตัดสินใจว่า หุ้นใน watch list ตัวไหนบ้างที่จะลงทุนได้

      ถ้าได้หุ้นชุดแรกแล้ว ก็คงทำพอร์ตจำลองขึ้นเหมือนกับ 7thLTG คิดว่าน่าจะเริ่ม เดือน กย นี้แหละ จะได้เริ่มเดือนเดียวกันกับ 7thLTG จำง่าย

  5. ธุรกิจน้ำตาล เคยเข้าไปคลุกคลีเหมือนกันครับ เหมือนเมื่อก่อนไม่เคยทำอะไรกับกากอ้อยเลย ขายให้โรงงานกระดาษ โรงงานทิชชู่อย่างเดียว บางส่วนมาทำเชื้อเพลิงหมด แต่กระนั้นก็ยังเหลือ จนต้องเผาทิ้ง

    ต่อมาเค้าเอากากมาทำโรงงานไฟฟ้าเพราะมาร์จิ้นสูงกว่าการขายออกไปแบบนั้น แถมยังไม่ต้องเผาทิ้งแล้ว ตอนนี้โรงใหญ่ๆ จะผลิตไฟฟ้าเองได้เยอะมากแล้วเพื่อใช้ในโรงงาน เหลือส่งขายเข้าการไฟฟ้า

    แต่มันก็ยังเหลือกากเยอะมากๆ ก็เอามาทำโรงงานขายเยื่ออ้อยฟอกแทน

    เอาไปส่งโรงงานทำบรรจุภัณฑ์ ทำกระดาษ ทำเฟอร์นิเจอร์ ทำทิชชู่นะครับ

    ธุรกิจน้ำตาลราคามันควบคุม ต้องหาความหลากหลายบนธุรกิจปัจจุบันครับ
    ไม่มีไรครับ เผื่อไว้เป็นข้อมูล

  6. โดยส่วนตัวผมมองว่าoishi เป็น ธุรกิจที่มีคนลอกเลียนแบบได้ง่ายเกินไปครับ ไม่ทราบคิดเห็นอย่างไรครับ

  7. พี่ๆ มีความเห็นยังไงกับ การเติบโตของ MK suki บ้างคะ ส่วนตัวคิดว่าการเติบโตหลักคือการขยายสาขา แต่จำนวนสาขาก็มีเยอะมากแล้วน่ะค่ะ เค้าจะรักษาการเติบโตต่อไปอย่างไรบ้างคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.