285: สเปรดชีสสำหรับดู Market Implied Growth อย่างคร่าวๆ (และเร็วๆ)

ผมได้ทำสเปรดชีสไว้สำหรับดู Market Implied Growth ของหุ้นที่เราสนใจแบบเร็วๆ คือมันจะดูดข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมาคำนวณให้เราได้เลย แค่เราใส่สัญลักษณ์หุ้นที่เราสนใจไว้ในคอลัมน์แรกสุดเท่านั้น คลิกที่ลิงค์ข้างล่างนี้เพื่อดูได้…

[Market Implied Growth]

ต้องใช้งานผ่าน Google Drive และต้องต่อเน็ตไว้ด้วยนะครับ สูตรถึงจะทำงาน ผมลองดาวโหลดสเปรดชีสนี้ลงมาเป็น .xlsx ดูแต่ไม่รู้ว่าทำไมสูตรจึงไม่มาด้วยเวลานำไปเปิดด้วย Excel ก็เลยต้องใช้บน Google Drive กันไปก่อน

เป็นเครื่องทุ่นแรงเราอย่างหนึ่ง แต่ไม่การันตีนะครับว่าข้อมูลจะถูกต้องทุกกรณี ถึงเวลาที่จะลงทุนจริงๆ ต้องไปตรวจสอบความถูกต้องเองให้แน่ใจอีกทีนะครับ

อีกอย่างหนึ่ง หุ้นใหม่ๆ อาจจะใช้สเปรดชีสนี้ไม่ได้ เพราะ average margin คำนวนมาจาก 4 ปีย้อนหลัง หุ้นใหม่อาจไม่มีข้อมูลย้อนหลังมากขนาดนั้น

ตัวเลข Market Implied Growth ที่ได้หมายถึง ตลาดคาดว่าหุ้นตัวนั้นต้องโตปีละ x% ต่อปีในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ถ้าสูงเกินไปก็ควรระวังครับ

ลองไปเล่นกันดูครับ อังคารที่จะถึงนี้ใช้มันในการคัดหุ้นเข้าพอร์ต DG ด้วย

41 Replies to “285: สเปรดชีสสำหรับดู Market Implied Growth อย่างคร่าวๆ (และเร็วๆ)”

  1. ขอบคุณครับ ผมขอ copy file ไปใช้นะพี่ ตอนนี้ทำ manual บน excel ต้องไล่อัพเดททีละตัวเหนื่อยมาก พยายามทำให้มัน auto import ข้อมูลเข้ามาทำไม่ได้ซักที – -”

    ขอบคุณมากครับ 🙂

  2. ขอบคุณท่านแม่ทัพครับ มีคำถามขอรบกวนด้วยคร้าบ

    1. ค่าเฉลี่ย NPM 4 ปีย้อนหลัง คำนวณอย่างไรครับ ใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของ NPM 4 ปี หรือ แบบใดครับ ?

    2. Market Implied Growth ก็คือ P/E โดยที่ E derived จาก ค่าเฉลี่ย NPM 4 ปีย้อนหลัง หากได้ Implied Growth 32.03% กับ ADVANC ก็น่าจะยอมรับค่า PE ของ ADVANC ได้ถึง 32 (สมมติไม่คำนึงถึง MOS) อะไรประมาณนี้หรือเปล่าครับ ?

  3. 1. ใช้ ทั้งสี่ปีบวกกันแล้วหาร 4 (arithmetic means)
    2. ไม่ใช่ครับ กลับกัน ถ้าได้ 32% แปลว่า ตอนนี้ตลาดเชื่อว่า ADVANC จะโตได้ 32% ต่อปี ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ถ้าเราไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ ก็ไม่ควรจะซื้อ สรุปก็คือ ตัวเลขที่ออกมายิ่งน้อยยิ่งปลอดภัยครับ

    1. ขอบคุณครับท่านแม่ทัพ แกะสูตรดูแล้วเป๊ะเลย ตัวไหน x% ออกมาสูงมากแอบมีเสียว ต้องมี Earning Growth ที่สมศักดิ์ศรีมาแมทช์ 🙂

  4. ผมว่าถ้าใครจะลองเอาไปใช้ น่าจะ copy ออกมาก่อนนะครับ ไม่งั้นมันจะเป็นการ edit อยู่ในไฟล์เดียวกัน
    ไปที่ File -> Make a Copy , ถ้าไม่เคยลง Google Drive App มันจะฟ้องให้ install ก่อน ก็กด install ไปครับ

    กำลังจะตอบพี่ ATIP834 แต่พี่โจ๊กชิงตอบไปแระ อิอิ

  5. ดูแต่ละตัวออกมาโหดเหี้ยมมิใช่น้อยนะครับ ลูกโลกนี่ล่อไป 75%

  6. ขอสอบถามคุณสุมาอี้ หน่อยนะครับ ว่า มันใช้อย่างไรครับ และก็เราต้องหาตัวเลขอะไรมาใส่บ้างครับ ( รู้น้อยครับ) ขอบคุณครับ

  7. ในคอลัมน์ A ให้ใส่ ตัวย่อหุ้นที่เราต้องการทราบเข้าไป แล้วดูที่คอลัมน์ F ในแถวเดียวกัน ว่าได้กี่ x%

    นั่นคือ บริษัทจะต้องโตให้ได้ปีละ x% ในอีกสามปีข้างหน้า ถึงจะถือว่าสมราคาครับ

    ถ้า x สูงเกินไป ควรหลีกเลี่ยงครับ

  8. ขอสอบถามต่อครับ การโต x % คือ ดูที่การโตด้านกำไร เป็นหลัก หรือว่าด้านรายได้เป็นหลักครับ หรือว่าทั้งสองอย่างประกอบกันไปครับ

  9. ถ้าผมอยากศึกษาเรื่องสูตรexcelและการเขียนเชื่อมโยงกับwebนี่มีหนังสือหรือwebไหนพอจะแนะนำได้บ้างไหมครับ

  10. สอบถามครับ
    ยกกรณี SPALI ผมคำนวน Market cap. ตามสูตร DG โดยประเมินว่าจะโตปีละ 10% จึงได้เป็นสูตรดังนี้ 11,649.39 x 23.02% x 10 = 26,816.90 ซึ่ง Market cap. ปัจจุบันคือ 30,897.96 ดังนั้น คำตอบที่ได้ คือ SPALI มี Market cap. แพงกว่าที่ควรจะเป็นอยู่ 13.21% ผู้ลงทุนควรจะรอก่อนเพราะราคายังไม่เหมาะสม

    แต่พอผมมากดดูตามสเปรดชีทนี้ผลที่ได้คือต้องโตปีละ 11.52% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำแบบน่าสนใจเข้าลงทุน อย่างนี้ควรตัดสินใจอย่างไรดีครับ เพราะมันค้านกับสูตร DG อ่ะครับ

    แนะนำด้วยครับอาตารย์ -/\-

    1. ไม่ค้านนะครับ เพราะว่า implied growth 11.52% สูงกว่าที่เราประเมินไว้ที่ 10% แสดงว่าตอนนี้ตลาดให้ราคาหุ้นตัวนี้สูงกว่าการประเมินของเรา เราจึงไม่ควรลงทุน ซึ่งเป็นคำตอบเดียวกันกับวิธีแรก

  11. พี่สุมาอี้ คอลัมน์D price per sale เราจะใช้ประดยชน์ในแง่ไหนครับ

    1. Price Per Sales ก็เป็นอัตราส่วนยอดนิยมตัวหนึ่ง ปกตินิยมใช้กับ growth stock แต่ว่าแค่ไหนเรียกว่าแพงนั้น ไม่ได้มีมาตรฐาน

  12. ผทลองกดของbanpu มันได้ 2.75% หมายความว่าบ้านปูต้องโตให้ได้ปีละ 2.75% ใช่ไหมครับ
    แสดงว่า ตอนนี่ถูกมากใช่ไหมครับ

    1. ถ้าหากต่อไปข้างหน้า บ้านปูกำไรไม่ได้ลดลง ก็ถือว่าถูกมาก แต่ถ้าแพ้คดี หรือว่าราคาขายถ่านหินตกต่ำ ทำให้กำไรลดลงกว่าในอดีต ก็อาจจะกลายเป็นแพงก็ได้

  13. ในกรณีที่ market imp ออกมาเป็นตัวเลข -% หมายความถึง ตลาดมองว่าหุ้นตัวนั้นๆ จะเติบโตแบบถดถอยหรือไม่ครับ แต่หาก-% market imp ออกมา เป็น %- ที่ถดถอยมากกว่า %- ของ ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง สามารถตีความหมายได้ว่า ตลาดมองการเติบโตของ หุ้นนั้นๆ ว่าจะถดถอยเกินกว่าความเป็นจริงได้หรือไม่ครับ

    1. กรณีติดลบเกิดจาก บริษัทนั้นมี ค่าเฉลี่ยมาร์จิ้น 4 ปี ล่าสุด ติดลบ นั่นเอง

      ในกรณีนี้ เครื่องหมายลบที่ออกมาอาจสื่อความหมายที่ผิดได้ ผมจะทำการปรับปรุงสูตรต่อไปครับ

  14. เรียนคุณนรินทร์ ขอสอบถามเพิ่มเติมอีกนิดนึงครับ

    ฟอร์มนี้ อาจใช้คำนวณกับ หุ้นโภคภัณท์ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากหากใช้วัดในช่วงรอบการเปลี่ยนวัฏจักรอาจให้ค่าที่คลาดเคลื่อนค่อนข้างมาก อย่างเช่น BANPU ซึ่ง4 ปีย้อนหลัง เริ่มจาก จุดสูงสุดแล้วค่อยๆลดลง พอมาคำนวณ ณ ปัจจุบัน เกิดเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ

    ส่วนตัวผมมองว่า จะเหมาะใช้กับหุ้นเติบโต มากที่สุด หรือหุ้นที่มีรายได้สม่ำเสมอ

    ผมเข้าใจถูกไหมครับ

    ขอบคุณครับ

    1. ถูกครับ อันที่จริง หุ้นวัฏจักรนั้น แม้แต่ P/E ก็ยังใช้ไม่ได้ วิธีดีที่สุดคือการติดตามข่าว ถ้ายังมีข่าวดีรออยู่ หุ้นวัฎจักรจะไปได้เรื่อยๆ แต่ถ้าหมดข่าวดีเมื่อไร ต้องรีบขายทิ้งทันที ซึ่งมูลค่าหุ้นในตอนนั้นจะถูกหรือแพงแทบไม่สำคัญเลย เพราะว่ากำไรของหุ้นวัฏจักรมันเหวี่ยงรุนแรงจนกลบเทรนด์การเติบโตของกำไรในระยะยาวไปเลย

  15. พี่โจ๊กคะ ถ้าบางปีเกิดวิกฤตมากระทบรายได้บริษัท ทำให้ค่าเฉลี่ยที่คำนวณได้โดยฉุดลง เราควรใช้ค่าเฉลี่ยนั้นมั๊ยคะ หรือควรเพิ่มจำนวนปีที่เฉลี่ยแทนคะ ขอบคุณมากค่ะพี่โจ๊ก

    1. อันนี้คงแล้วแต่ดุลยพินิจของแต่ละคนครับ ถ้าลองเทียบสองแบบแล้ว ไม่ต่างกันมากก็ไม่คงมีประเด็น ถ้าต่างกันเยอะมาก ก็อาจจะตัดปีวิกฤตออกไปก็ได้ เพราะวิกฤตก็ไม่ได้เกิดบ่อยๆ

  16. รบกวนพี่โจ๊กอีกนิดนึงค่ะ บางบริษัทบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน ทำให้กำไรในปีนั้นเพิ่มขึ้นมาก เราควร normalize กำไรให้เป็นปกติมั๊ยคะ แล้วควรต้อง normalize เวลาเราคาดการณ์ growth ในอนาคตด้วยรึป่าวคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

  17. ควรครับ ตามสูตรนี้จะซ่อนอยู่ใน net profit margin ซึ่งเราจะต้องปรับให้เป็น normalized ด้วย เมื่อปรับเป็น normalize แล้ว ก็ดูอนาคตได้เลยไม่ต้อง normalize อะไรอีก

    ก็อย่างที่บอกว่า สเปรดชีสได้แค่กรองเร็วๆ เท่านั้น สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องมาตรวจสอบให้ละเอียดอีกที

  18. เรียน คุณนรินทร์ ครับ

    ผมลองเอาหุ้นกลุ่มแบงค์และกลุ่มโบรกใส่ลงไป จะเห็นว่า Market Implied Growth จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง เกือบ 50% ไม่ทราบว่า มีข้อยกเว้นอะไรสำหรับกลุ่มนี้หรือเปล่าครับ

    แต่หุ้นเติบโต อย่าง CPN CENTEL CPALL BJC HMPRO ….. ตัวเลขกลับตรงกันข้ามอย่างน่าตกใจ ^^

    ใคร่ขอคำแนะนำด้วยครับ

    ขอบคุณครับ

    1. ผมหมายถึง 4-year Average Net Profit Margin นี่น่ะครับ อย่างเช่น
      BBL
      4-year Average Net Profit Margin = 25%
      Market Implied Growth = 12%

      เป็นต้นครับ หรืออย่าง ASP มี 4-year Average Net Profit Margin 28% และ Market Implied Growth = 15%

      ครับ

  19. ทำไมใน cell ที่ใช้คำนวณ implited growth ต้องหารด้วย 100 ด้วยครับ?

    =if($E9>0,$B9/($C9*$E9)/100,ʺN/Aʺ)

  20. ทดลองใช้อยู่ครับ ขอบคุณมากครับ หุ้นดีๆ ตอนนี้มีแต่ของแพงๆน่ะครับ ตลาดให้ความคาดหวังสูงจริงๆ

  21. ท่านแม่ทัพครับ

    ลองดูสูตรแล้ว Implied growth มันคำนวณออกมาได้เท่ากับค่า P/E ครับ (Market Cap / Sale X NPM )
    ไม่แน่ใจว่าสูตรผิดหรือเปล่าครับ
    เช่น BIGC Implied growth = 32.29% , P/E = 32.29 เท่าด้วย

  22. ถ้าบังเอิญ NPM ปีล่าสุด เท่าๆ กับค่าเฉลี่ย 4 ปี พอดี น่าจะออกมาตรงกันครับ

  23. ผมลองใช้กับ BTS ดูน่าตกใจมากครับ 4 years NPM = 10.78% แต่ว่า Market Implied growth = 97.7% ทีเดียว

    แสดงว่าหุ้นหัวนี้ นลท.ในตลาดคาดหวังกำไรจาก BTS ในปีถัด ๆ ไปถึงปีละ 97.7% ใช่ไหมครับ

    อย่างนี้ถ้าปีถัดไป กำไรไม่เป็นไปตามที่นลท.คาดหวัง หุ้นตัวนี้มีสิทธิ์ราคาล่วงแรงไหมครับ รบกวนช่วยให้ความเห็นด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

    1. ปี 2012 BTS มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 999 ล้านบาทด้วย ถ้าตัดออกไปเพราะมองว่าไม่ใช่กำไรที่จะเกิดขึ้นทุกปี กำไรปีก่อนก็เท่ากับแถวๆ พันกว่าล้าน แต่มาร์เก็ตแค๊ปตอนนี้ เกือบแสนล้านแล้ว ก็แสดงว่า normalized pe ตอนนี้ก็เกือบร้อยเท่า

      ตลาดก็คงคาดหวังแบบนั้นจริงๆ ครับ

  24. ผมเข้าไปใช้ได้เพียง7บรรทัดเท่านั้นใช่ไหมครับ

  25. คุณนรินทร์
    Spreadsheet แถวที่ 2 ไม่ให้ค่า ใน column D E และ F ค่ะ
    รบกวนช่วยตรวจสอบด้วยนะคะ

  26. คุณนรินทร์ครับ ตอนนี้ไม่สามารถใช้หาค่าได้เลย ไม่รู้ว่าท่านใดกดลบสูตรไปหรือเปล่า ไม่แน่ใจว่าพอจะทำแบบใหม่ คือ ป้องกันให้แก้ไขสูตรไม่ได้ โดยให้แก้ได้เฉพาะชื่อหุ้นได้หรือไม่ครับ
    รบกวนคุณนรินทร์ด้วยนะครับ
    ขอบคุณครับ

  27. ถ้าเกิดว่าบริษัทเกิดการเปลี่ยนแปลง ที่ทำให้รายได้นั้นมีMarginสูงขึ้น เช่น
    ปีแรก Margin 5%
    ปีที่2 Margin 7%
    ปีที่3 Margin 20%
    ปีที่4 Margin 25%
    แล้วพอคำนวณ Implied Growth ออกมาแล้วได้เลขแพงไปหน่อย เพราะค่าเฉลี่ยในอดีตมาถ่วงช่วงเก็บสถิติพอดี

    ถ้าเราต้องการคิด Implied Growth หุ้นตัวนี้แบบให้ถูกต้องจริงๆ ต้องลงไปศึกษาว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะมีMarginปันจุบัน จะเป็นเช่นกันตลอดไป ใช่รึไม่คับ ท่านแม่ทัพ

Leave a Reply to Narin Olankijanan Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *