0020: Focal point

Tom Schelling คือหนึ่งในสองท่านที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2005 จากผลงานที่เกี่ยวกับทฤษฎีเกม ท่านผู้นี้เป็นศาสตราจารย์ที่ University of Maryland, College Park ท่านที่อ่านหนังสือทฤษฎีเกมของผมแล้วอาจจะอยากทราบว่าผลงานของ Schelling คืออะไรก็เลยถือโอกาสนำมาเล่าสู่กันฟังสักหน่อย ผลงานที่โด่งดังที่สุดของ Schelling ได้แก่เรื่อง Focal point (ปัจจุบันเรียกว่า Schelling’s point)

ถ้าท่านผู้อ่านยังจำได้ ในเกมแบบไร้ลำดับนั้น การหาทางเลือกที่ดีที่สุดจะเริ่มจากการหากลยุทธ์เด่นให้ได้เสียก่อน ถ้าไม่มีกลยุทธ์เด่นในเกมนั้น ก็ให้ดูว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามมีกลยุทธ์เด่นหรือไม่ ถ้ามีก็ให้คาดเดาว่าฝ่ายตรงข้ามจะเลือกกลยุทธ์เด่นของเขา แล้วเราค่อยดูว่าทางเลือกที่ดีที่สุดของเราถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเลือกกลยุทธ์เด่นคืออะไร

ทีนี้ถ้าฝ่ายตรงข้ามก็ไม่มีกลยุทธ์เด่นด้วย John Nash เป็นคนแรกที่เสนอว่าให้ลองหาว่ามีจุดสมดุลของแนชอยู่หรือไม่ คราวนี้ถ้าไม่มีจุดสมดุลของแนชอีก แต่เดิมนักทฤษฎีเกมจะบอกว่าเกมนั้นจะไม่มีทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือเลือกทางเลือกไหนก็เหมือนกัน เป็นอันว่าขั้นตอนการค้นหาทางเลือกที่ดีที่สุดแต่เดิมนั้นจบลงเพียงแค่นี้

แต่ Schelling เสนอว่า อาจมีทางเลือกที่ดีที่สุดอยู่อีก ถ้าในเกมนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า Focal point อยู่…

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ว่า Focal point คืออะไร ขอยกตัวอย่างดังนี้ ในเกมหนึ่ง ผู้เล่นเกมสองคนได้รับแจกกระดาษที่มีรูปสี่เหลี่ยมสี่ช่อง ผู้เล่นทั้งสองคนจะได้เงินรางวัลก็ต่อเมื่อทั้งสองคนบังเอิญเลือกช่องเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ถ้าสี่เหลี่ยมทั้งสี่ช่องหน้าตาเหมือนกัน คงเป็นเรื่องยากที่ทั้งสองคนจะได้รางวัล แต่ถ้ามีช่องใดช่องหนึ่งถูกทาด้วยสีแดงดังภาพ

จะมีโอกาสสูงมากที่ผู้เล่นทั้งสองคนจะเลือกช่องสีแดงนั้นและทำให้ได้เงินรางวัลไปในที่สุด ช่องสีแดงนี้คือ Focal Point

Focal Point คือ ทางเลือกที่มีลักษณะบางอย่างที่โดดเด่นขึ้นมาทำให้ผู้เล่นแต่ละฝ่ายสามารถ “เตี้ยม” กับฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยการเลือกทางเลือกนั้นโดยไม่ต้องมีการติดต่อสื่อสารกันมาก่อน

ลองนึกถึงการประกวดนางแบบผลิตภัณฑ์เช่น นางงามฮาร์ทบีต สมัยก่อน ที่ให้ผู้บริโภคโหวตว่านางงามคนไหนจะเป็นผู้ชนะคือมีได้รับคะแนนโหวตสูงสุด ส่วนใหญ่แล้วถ้ากติกาเป็นแบบนี้ ผู้บริโภคจะไม่พยายามเลือกคนที่ตนเองคิดว่าสวยที่สุด แต่จะพยายามคาดเดาว่าคนส่วนใหญ่คิดว่าคนส่วนใหญ่คิดว่านางงามคนไหนสวยที่สุดมากกว่า ส่วนใหญ่แล้วนางงามที่ชนะในการแข่งขันแบบนี้มักไม่ใช่คนที่ดูสวยที่สุด แต่เป็นคนที่มีลักษณะบางอย่างบนใบหน้าที่ดูแปลกตา เช่น ปากกว้าง มีลักยิ้ม ฯลฯ ลักษณะพิเศษเหล่านี้เป็น Focal Point ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ใช้ส่งสัญญาณเพื่อเลือกนางงามคนเดียวกัน

พูดถึง Focal Point แล้ว ทำให้ผมนึกถึงเรื่องหุ้นได้เหมือนกัน (จากตรงนี้ไปผมคิดเอาเองนะครับ อย่าเอาไป quote ที่ไหนเชียว อายเขา) ผมคิดว่าในระยะสั้นๆ เช่น รายวันหรือรายสัปดาห์ ที่หุ้นยังไม่มีข่าวใดๆ มากระทบ ตลาดไม่รู้จะเอาอะไรมาคิดว่าควรให้ราคาหุ้นอยู่ตรงไหนดี “แนวรับ” และ “แนวต้าน” จะเป็น Focal Point ที่ตลาดใช้ชั่วคราว ผมจึงไม่ปฏิเสธ technical เสียทีเดียว อย่างน้อยมันก็มีส่วนจริงในระหว่างที่หุ้นยังไม่มีข่าวใหม่เข้ามา

เช่นนี้แล้ว ในระหว่างที่หุ้นยังไม่มีข่าวอะไร ถ้าผมอยากเก็บหุ้นตัวนั้นขึ้นมา ผมก็แอบใช้ technical เหมือนกัน คือ ผมจะตั้ง bid ทิ้งไว้ที่แนวรับ (หรือถ้าอยากขายหุ้นก็ตั้ง offer ทิ้งไว้ที่แนวต้าน) จนกว่าจะเก็บได้ครบ

Related Posts:

This entry was posted in กลยุทธ์, การลงทุน and tagged , , , . Bookmark the permalink.

5 Responses to 0020: Focal point

  1. por_jai says:

    น้องเจย์ครับ ผมเคยเห็นครั้งหนึ่งในชีวิต
    ริมถนนแถวบ้าน
    มีหัวตุ๊กตาดูน่ากลัวๆเลอะๆ
    กระเด็นมาจากไหนไม่ทราบ
    กลิ้งมาอยู่ใกล้ๆวินมอไชค์แถวนั้น
    ผมเห็นอยู่หลายวัน ขับรถผ่าน
    คงจะมีพ่อหนุ่มรถเครื่องซักคนพิเรนทร์หรือบนอะไรเล่นๆ
    ก็เอาพวงมาลัยไปคล้องเข้า
    ต่อมาก็มีพวกถ้วยขนม ธูปมาปักประมาณแก้บน
    หลายปีต่อมาที่ผมเห็น กลายเป็นศาลเพียงตาไปแล้วครับ
    ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ ของพวกนี้คนไทยไม่กล้ารื้อครับ
    ติดคำนี้กัน "ไม่เชื่ออย่าลบหลู๋"
    ผมนึกดู ก็ขำ ขำ ดี

  2. Value Trader says:

    ขอแย้งนิดๆ ครับ ท่านแม่ทัพ กับประโยคนี้

    "ผมคิดว่าในระยะสั้นๆ เช่น รายวันหรือรายสัปดาห์ ที่หุ้นยังไม่มีข่าวใดๆ มากระทบ ตลาดไม่รู้จะเอาอะไรมาคิดว่าควรให้ราคาหุ้นอยู่ตรงไหนดี “แนวรับ” และ “แนวต้าน” จะเป็น Focal Point ที่ตลาดใช้ชั่วคราว ผมจึงไม่ปฏิเสธ technical เสียทีเดียว อย่างน้อยมันก็มีส่วนจริงในระหว่างที่หุ้นยังไม่มีข่าวใหม่เข้ามา"

    จริงๆ แล้ว "เพราะ" มีข่าวใหม่เข้ามา ไม่ว่าข่าวนั้นจะรับรู้โดยคนหมู่มาก หรือคนหมู่น้อย จะทำให้ราคามัน "ทะลุแนวต้าน" หรือ "หลุดแนวรับ" ไปได้ครับ ดังนั้นแล้ว ในทางเทคนิก หลายมักจะใช้กรอบของ "แนวรับ" และ "แนวต้าน" เป็นเครื่องมือวัดการเปลี่ยนเทรนด์

    นักเทคนิกบางคนก็เล่นเส้น ซื้อแนวรับ ขายแน้วต้าน

    นักเทคนิกบางคนก็เล่นยาว ซื้อเมื่อผ่านแนวต้าน และขายเมื่อหลุดแนวรับ

    แล้วแต่สไตล์ครับ

    แต่เท่าที่ได้ยินมา คนที่พยายามเล่นทั้งสองสไตล์ มักจะเสียรูปมวยไปเลย 5555 ประมาณว่าโลภมากไป ทำให้เจ๊งเอาครับ

  3. Anonymous says:

    เรื่อง Focal Point ในแบบไทยๆก็มีเยอะครับ

    ลองดูง่ายๆให้เอาผ้าแพรสีสวยๆไปผูกต้นไม้ต้นนึงที่มีคนผ่านไปมาเห็นบ่อยๆ ถ้าใกล้วัดใกล้วายิ่งมีน้ำหนัก เอาธูปปัก กระทงอาหารวาง ทำแบบนี้ซักสองวัน จะมีผ้าแพรมากขึ้น ธูปก็มากขึ้น กระทงอาหารอาจจะมีหัวหมู พร้อมรอยขีดๆขูดๆบนลำต้น

    แต่อย่าเผลอไปเชื่อซะเองล่ะครับ เสียหายเสียหาย

  4. 1001ii says:

    555+

  5. พี่ไท้ says:

    เหมือนการเลือกผู้หญิง จากผู้หญิงหลาย ๆ คนเลยครับท่านสุมาอี้ หญิงคนไหนมีผู้ชายจีบเยอะ นั่นย่อมแสดงว่าเธอมี Focal point ^o^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>