<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: 0270: เก็บภาษีดี ชาติเจริญ</title>
	<atom:link href="http://dekisugi.net/archives/3230/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dekisugi.net/archives/3230</link>
	<description>เศรษฐศาสตร์ &#124; กลยุทธ์ &#124; วิถีชีวิต &#124; การลงทุน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Feb 2012 06:55:18 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
	<item>
		<title>By: Dekisugi</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-3#comment-6374</link>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Feb 2011 14:40:46 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-6374</guid>
		<description>เรื่องภาษีเหมือนจะมีเป้าหมายที่ขัดแย้งกันอยู่ จึงขึ้นอยู่กับว่ารัฐฯ อยากจะให้น้ำหนักเป้าหมายไหนมากกว่ากัน ระหว่างการสร้างแรงจูงใจที่ดีในการทำงาน กับการกระจายรายได้</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องภาษีเหมือนจะมีเป้าหมายที่ขัดแย้งกันอยู่ จึงขึ้นอยู่กับว่ารัฐฯ อยากจะให้น้ำหนักเป้าหมายไหนมากกว่ากัน ระหว่างการสร้างแรงจูงใจที่ดีในการทำงาน กับการกระจายรายได้
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',6374)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-6374">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ohmohm</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-3#comment-6369</link>
		<dc:creator>ohmohm</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Feb 2011 07:39:43 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-6369</guid>
		<description>กลับมาอ่านอีกที ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ ภาษีนิติบุคคลที่มากเกินไปจนการหาทางหลบเลี่ยงแล้วได้ผลตอบแทนมากกว่าการปรับปรุงการผลิต ก็เท่ากับภาษีไปเป็นถ่วงการผลิตด้วยซิครับ ถ้าไปเข็มงวด ก็ยิ่งถ่วง ยิ่งแล้วตอนนี้ได้ยินข่าว เจ้าสัวท่านหนึ่ง แนะนำเก็บภาษีนิติบุคคลแค่ 17-18% จะได้แข่งกับเพื่อนบ้านได้และดึงดูดการลงทุน

แต่ในเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสุดท้ายไปเก็บจากผู้บริโภค ก็จะมีปัญหาที่อธิบายในเอ็นทรีนี้อีก http://dekisugi.net/archives/5325 เพราะรายได้น้อย คงบริโภคมากๆ ไม่ได้ ถ้าขึ้น VAT ก็ยิ่งซ้ำเิติมรายได้ที่น้อยๆ เข้าไปใหญ่

เกี่ยวกับเกณฑ์ทหาร ซึ่งเสมือนการจ่ายภาษีด้วยแรงงาน เลยนึกขึ้นมาได้ว่า ควรมีการเก็บภาษีที่ดิน เพราะเจ้าของที่ดิน คือผู้ได้ผลประโยชน์โดยตรงจากการรักษาดินแดนของทหาร</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>กลับมาอ่านอีกที ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ ภาษีนิติบุคคลที่มากเกินไปจนการหาทางหลบเลี่ยงแล้วได้ผลตอบแทนมากกว่าการปรับปรุงการผลิต ก็เท่ากับภาษีไปเป็นถ่วงการผลิตด้วยซิครับ ถ้าไปเข็มงวด ก็ยิ่งถ่วง ยิ่งแล้วตอนนี้ได้ยินข่าว เจ้าสัวท่านหนึ่ง แนะนำเก็บภาษีนิติบุคคลแค่ 17-18% จะได้แข่งกับเพื่อนบ้านได้และดึงดูดการลงทุน</p>
<p>แต่ในเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสุดท้ายไปเก็บจากผู้บริโภค ก็จะมีปัญหาที่อธิบายในเอ็นทรีนี้อีก <a href="http://dekisugi.net/archives/5325" rel="nofollow">http://dekisugi.net/archives/5325</a> เพราะรายได้น้อย คงบริโภคมากๆ ไม่ได้ ถ้าขึ้น VAT ก็ยิ่งซ้ำเิติมรายได้ที่น้อยๆ เข้าไปใหญ่</p>
<p>เกี่ยวกับเกณฑ์ทหาร ซึ่งเสมือนการจ่ายภาษีด้วยแรงงาน เลยนึกขึ้นมาได้ว่า ควรมีการเก็บภาษีที่ดิน เพราะเจ้าของที่ดิน คือผู้ได้ผลประโยชน์โดยตรงจากการรักษาดินแดนของทหาร
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',6369)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-6369">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Dekisugi</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-2#comment-4959</link>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Aug 2010 03:37:10 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-4959</guid>
		<description>อีกสถิติหนึ่งที่ยืนยันว่าบ้านเราหลบภาษีกันมากกว่าประเทศส่วนใหญ๋ในโลก

&lt;blockquote&gt;ผลการสำรวจธุรกิจนอกระบบ ที่หลีกเลี่ยงภาษี ปี 1999-2007 ประเทศไทยมีสัดส่วนธุรกิจนอกระบบสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก มีสัดส่วนถึง 57.2% ของจีดีพี กัมพูชาติดอันดับ 12 และฟิลิปปินส์ ติดอันดับ 25 ส่วนประเทศที่มากสุดคือ จอร์เจีย 72.5% และสหรัฐฯมีธุรกิจนอกระบบน้อยสุดคือ 9.0%
&lt;/blockquote&gt;
 ที่มา : http://bit.ly/98fTYB</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อีกสถิติหนึ่งที่ยืนยันว่าบ้านเราหลบภาษีกันมากกว่าประเทศส่วนใหญ๋ในโลก</p>
<blockquote><p>ผลการสำรวจธุรกิจนอกระบบ ที่หลีกเลี่ยงภาษี ปี 1999-2007 ประเทศไทยมีสัดส่วนธุรกิจนอกระบบสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก มีสัดส่วนถึง 57.2% ของจีดีพี กัมพูชาติดอันดับ 12 และฟิลิปปินส์ ติดอันดับ 25 ส่วนประเทศที่มากสุดคือ จอร์เจีย 72.5% และสหรัฐฯมีธุรกิจนอกระบบน้อยสุดคือ 9.0%
</p></blockquote>
<p> ที่มา : <a href="http://bit.ly/98fTYB" rel="nofollow">http://bit.ly/98fTYB</a>
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',4959)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-4959">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ohmohm</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-2#comment-3686</link>
		<dc:creator>ohmohm</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 16:00:10 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-3686</guid>
		<description>ยังอยู่ในเรื่องของ incentive อยู่ซิละครับ แต่ผมว่าเรื่องนี้มันเป็นแบบกลับ คือสิ่งที่ควรส่งเสริมสร้างแรงจูงใจ ก็อย่าไปเก็บภาษี ความจริงถ้าอยากจูงใจสุดๆ คือต้องไม่เก็บภาษีเลย เหมือนพวก tax haven แต่รายได้จากค่าเช่าที่และอาคารราชพัสดุ และกำไรจากรัฐวิสาหกิจ คงไม่พอสำหรับรัฐ

ภาษีที่ผมว่าแย่ที่สุด ก็คือภาษีบริโภคนะครับ เพราะอาจไปบั่นทอนทั้งการลงทุน การทำธุรกิจ ค่าครองชีพ อาจรวมถึงการออม เหมือนตัวอย่างที่คุณนัทกล่าวถึงเรื่องคอมประกอบ pantip ภาษีชนิดนี้ได้ชื่อว่า regression tax หรือภาษีทดถอย คือคนมีมากจ่ายน้อยคนมีน้อยจ่ายมาก เพราะคนๆหนึ่ง ก็คงจ่ายเพื่อบริโภคปัจจัยพื้นฐานไม่ต่างกันมาก

&lt;blockquote&gt;ทำธุรกิจใหม่ๆ ย่อมขาดทุนเป็นธรรมดา สรรพากรบอกว่า ซื้อมาขายไปต้องกำไรอย่างน้อยสี่เปอร์เซ็นต์ ขาดทุนไม่ได้ ห้ามขาดทุน ยังไงก็ต้องเสียภาษี&lt;/blockquote&gt;
ฟังแล้วเจ็บปวดแทนเลยครับ เหมือนโดนรีดไถเลย

อันนี้ ลอกมาจากวิกิพีเดียมาครับ
หลักการภาษีของแอดัม สมิธ ในหนังสือ An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of Nations นั้น แอดัม สมิธได้กำหนดหลัก (maxim) 4 ข้อเกี่ยวกับการภาษีโดยทั่วไป ดังนี้ (ที่ http://www.econlib.org/LIBRARY/Smith/smWNtoc.html ภาค 5 บทที่ 2 ย่อหน้า 24 หรือย่อว่า V.2.24)

   1. คนในบังคับของรัฐทุกรัฐพึงจ่ายเงินค้ำจุนรัฐบาลตามส่วนกับความสามารถของ ตน นั่นคือ ตามส่วนกับประโยชน์ที่ตนได้รับภายใต้การคุ้มครองของรัฐ
   2. ภาษีที่แต่ละคนต้องจ่ายพึงมีความแน่นอน &lt;b&gt;ไม่ใช่กำหนดตามอำเภอใจ&lt;/b&gt; กำหนดเวลาชำระ วิธีชำระ และจำนวนที่ต้องชำระพึงมีความชัดเจน เข้าใจง่ายสำหรับผู้ชำระและทุกคน
   3. พึงเก็บภาษีทุกชนิดในเวลาหรือโดยวิธีที่น่าจะสะดวกที่สุดสำหรับผู้จ่าย
   4. พึงคิดหาวิธีที่สิ้นเปลืองน้อยที่สุดในการจัดเก็บภาษีทุกชนิดแก่ทั้งรัฐและผู้จ่ายภาษี ความสิ้นเปลืองนี้แบ่งได้เป็น 4 ประการ คือ
         1. ใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก หรือต้องตั้งรางวัลมาก
         2. &lt;b&gt;ภาษีอาจขัดขวางความอุตสาหะของราษฎร พลอยทำให้การมีงานทำและรายได้ลดลง&lt;/b&gt;
         3. การริบทรัพย์หรือปรับผู้ที่พยายามหลบเลี่ยงภาษีมักทำให้พวกเขาหมดตัว ทำให้กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ต่อสังคม &lt;b&gt;ภาษีที่เลวมักล่อใจให้คนลักลอบค้าของเถื่อน&lt;/b&gt; และโทษก็จะเพิ่มขึ้นตามแรงดึงดูดใจ ในขั้นแรกกฎหมายซึ่งขัดกับหลักยุติธรรมจะล่อใจให้อยากละเมิด แล้วก็จะลงโทษอย่างรุนแรงในสถานการณ์ซึ่งควรลดแรงล่อใจให้ก่ออาชญากรรม
         4. &lt;b&gt;การที่ราษฎรถูกเยี่ยมกรายบ่อยและถูกตรวจสอบอย่างน่ารังเกียจ&lt;/B&gt;จะก่อความ เดือดร้อน รบกวน และกดขี่อย่างมากโดยไม่จำเป็น แม้การรบกวนจะมิใช่ค่าใช้จ่าย แต่ทุกคนก็ยินดีจ่ายเพื่อไถ่ตนเองให้พ้นจากการรบกวนนี้

แอดัม สมิธเห็นว่าภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร ภาษีกำไร (ส่วนใหญ่คือดอกเบี้ยสำหรับทุน) จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากเกินไปในการเก็บ เช่น ภาษีสรรพสามิต หรือทำให้ผู้ผลิตท้อถอย เช่น ภาษีกำไร สมิธคัดค้านภาษีที่เปิดโอกาสให้มีการรุกล้ำความเป็นส่วนตัว สำหรับภาษีสรรพสามิตนั้น ท่านกล่าวว่า “ทำให้ทุกครอบครัวอาจถูกเยี่ยมกรายและตรวจสอบอย่างน่ารังเกียจจากเจ้า พนักงานภาษี...ไม่สอดคล้องกับเสรีภาพเลย” (V.3.75)

ภาษีที่แอดัม สมิธเสนอแนะให้เก็บมี 2 ชนิด คือ &lt;b&gt;ภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย และ ภาษีค่าเช่าที่ดิน&lt;/b&gt; (มูลค่าครอบครองที่ดินรายปี)

สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย แอดัม สมิธอธิบายคำว่า ‘จำเป็น’ ว่าอาจเปลี่ยนไปได้แล้วแต่สถานที่และเวลา ซึ่งขณะนั้น เสื้อผ้าลินิน รองเท้าหนัง อาหารและที่อยู่อาศัยขั้นต่ำถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น ท่านตำหนิรุนแรงว่าภาษีที่เก็บจากสินค้าจำพวกเกลือ สบู่ ฯลฯ เป็นการเอาจากคนที่ยากจนที่สุดโดยไม่เป็นธรรม ท่านถือว่าภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย เช่นยาสูบ เป็นภาษีที่ดีเลิศ เพราะไม่มีใครถูกบังคับให้ต้องจ่าย “ภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยไม่มีแนวโน้มที่จะไปเพิ่มราคาโภคภัณฑ์อื่น ๆ เว้นแต่โภคภัณฑ์ที่ถูกเก็บภาษี … ภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยนั้นในที่สุดผู้บริโภคสิ่งนั้นจะเป็นผู้จ่ายโดยไม่ใช่ เป็นการลงโทษ” (V.2.154)

ภาษีที่น่ายกย่องมากกว่าคือภาษีที่ดิน “ทั้งค่าเช่าที่ดินที่ตั้งอาคาร (ground-rents) และค่าเช่าที่ดินเกษตร (ordinary rent of land) ต่างเป็นรายได้ชนิดที่ส่วนมากเจ้าของได้รับโดยตนเองมิต้องเอาใจใส่หรือสนใจ แม้จะแบ่งรายได้นี้ส่วนหนึ่งไปเป็นค่าใช้จ่ายของรัฐก็จะไม่เกิดการท้อถอยแก่ อุตสาหกรรมใด ๆ ผลผลิตรายปีของที่ดินและแรงงานแห่งสังคม ซึ่งเป็นทรัพย์และรายได้จริงของประชาชนส่วนใหญ่ จะยังคงเดิมหลังจากมีการเก็บภาษีนี้ ดังนั้นค่าเช่าที่ดินที่ตั้งอาคารและค่าเช่าที่ดินเกษตรอาจเป็นรายได้ชนิด ที่สามารถจะเก็บภาษีเป็นพิเศษได้ดีที่สุด” (V.2.75)

&lt;b&gt;ในภาคแรกแอดัม สมิธกล่าวไว้ว่า “ดังนั้นค่าเช่าที่ดิน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่จ่ายสำหรับการใช้ที่ดิน จึงเป็นราคาแบบผูกขาดโดยธรรมชาติ มิใช่เป็นอัตราส่วนกับการซึ่งเจ้าที่ดินอาจลงทุนไปเพื่อปรับปรุงที่ดินแต่ อย่างใดเลย หรือมิใช่ตามส่วนกับความสามารถที่เขาจะเรียกเอา แต่เป็นตามส่วนกับความสามารถของชาวนาที่จะให้” (I.11.5)&lt;/b&gt;

และในตอนสรุปของบทนี้ของภาคแรก แอดัม สมิธได้ตั้งข้อสังเกตว่า “การทำให้สภาวการณ์ของสังคมดีขึ้นทุกอย่างมีแนวโน้มที่จะทำให้ค่าเช่าแท้ จริงของที่ดินสูงขึ้นไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จะเพิ่มความมั่งคั่งแท้จริงให้แก่เจ้าที่ดิน เพิ่มกำลังซื้อของเขาต่อแรงงาน หรือผลผลิตแห่งแรงงานของผู้อื่น” (I.11.255)

“การขยายสิ่งปรับปรุงและการเพาะปลูกมักจะทำให้ค่าเช่าที่ดินสูงขึ้นโดย ตรง ส่วนแบ่งของเจ้าที่ดินในผลผลิตย่อมจะต้องเพิ่มขึ้นเมื่อผลผลิตเพิ่มขึ้น” (I.11.256)

&lt;b&gt;ภาษีที่สมิธคัดค้านรุนแรงที่สุดคือภาษีที่เก็บจากค่าแรงของผู้ใช้แรงงาน&lt;/b&gt; - “ในทุกกรณี ภาษีทางตรงที่เก็บจากค่าแรง ในระยะยาวแล้วย่อมจะทำให้ทั้งค่าเช่าที่ดินลดลงมากกว่าและราคาสินค้า ประดิษฐกรรมแพงขึ้นมากกว่าที่จะเป็นถ้ามีการประเมินเก็บภาษีส่วนหนึ่งจากค่า เช่าที่ดินและอีกส่วนหนึ่งจากสินค้าแทน (ภาษีจากค่าแรง) ” (V.2.132)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ยังอยู่ในเรื่องของ incentive อยู่ซิละครับ แต่ผมว่าเรื่องนี้มันเป็นแบบกลับ คือสิ่งที่ควรส่งเสริมสร้างแรงจูงใจ ก็อย่าไปเก็บภาษี ความจริงถ้าอยากจูงใจสุดๆ คือต้องไม่เก็บภาษีเลย เหมือนพวก tax haven แต่รายได้จากค่าเช่าที่และอาคารราชพัสดุ และกำไรจากรัฐวิสาหกิจ คงไม่พอสำหรับรัฐ</p>
<p>ภาษีที่ผมว่าแย่ที่สุด ก็คือภาษีบริโภคนะครับ เพราะอาจไปบั่นทอนทั้งการลงทุน การทำธุรกิจ ค่าครองชีพ อาจรวมถึงการออม เหมือนตัวอย่างที่คุณนัทกล่าวถึงเรื่องคอมประกอบ pantip ภาษีชนิดนี้ได้ชื่อว่า regression tax หรือภาษีทดถอย คือคนมีมากจ่ายน้อยคนมีน้อยจ่ายมาก เพราะคนๆหนึ่ง ก็คงจ่ายเพื่อบริโภคปัจจัยพื้นฐานไม่ต่างกันมาก</p>
<blockquote><p>ทำธุรกิจใหม่ๆ ย่อมขาดทุนเป็นธรรมดา สรรพากรบอกว่า ซื้อมาขายไปต้องกำไรอย่างน้อยสี่เปอร์เซ็นต์ ขาดทุนไม่ได้ ห้ามขาดทุน ยังไงก็ต้องเสียภาษี</p></blockquote>
<p>ฟังแล้วเจ็บปวดแทนเลยครับ เหมือนโดนรีดไถเลย</p>
<p>อันนี้ ลอกมาจากวิกิพีเดียมาครับ<br />
หลักการภาษีของแอดัม สมิธ ในหนังสือ An Inquiry into the Nature and Causes of the Wealth of Nations นั้น แอดัม สมิธได้กำหนดหลัก (maxim) 4 ข้อเกี่ยวกับการภาษีโดยทั่วไป ดังนี้ (ที่ <a href="http://www.econlib.org/LIBRARY/Smith/smWNtoc.html" rel="nofollow">http://www.econlib.org/LIBRARY/Smith/smWNtoc.html</a> ภาค 5 บทที่ 2 ย่อหน้า 24 หรือย่อว่า V.2.24)</p>
<p>   1. คนในบังคับของรัฐทุกรัฐพึงจ่ายเงินค้ำจุนรัฐบาลตามส่วนกับความสามารถของ ตน นั่นคือ ตามส่วนกับประโยชน์ที่ตนได้รับภายใต้การคุ้มครองของรัฐ<br />
   2. ภาษีที่แต่ละคนต้องจ่ายพึงมีความแน่นอน <b>ไม่ใช่กำหนดตามอำเภอใจ</b> กำหนดเวลาชำระ วิธีชำระ และจำนวนที่ต้องชำระพึงมีความชัดเจน เข้าใจง่ายสำหรับผู้ชำระและทุกคน<br />
   3. พึงเก็บภาษีทุกชนิดในเวลาหรือโดยวิธีที่น่าจะสะดวกที่สุดสำหรับผู้จ่าย<br />
   4. พึงคิดหาวิธีที่สิ้นเปลืองน้อยที่สุดในการจัดเก็บภาษีทุกชนิดแก่ทั้งรัฐและผู้จ่ายภาษี ความสิ้นเปลืองนี้แบ่งได้เป็น 4 ประการ คือ<br />
         1. ใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก หรือต้องตั้งรางวัลมาก<br />
         2. <b>ภาษีอาจขัดขวางความอุตสาหะของราษฎร พลอยทำให้การมีงานทำและรายได้ลดลง</b><br />
         3. การริบทรัพย์หรือปรับผู้ที่พยายามหลบเลี่ยงภาษีมักทำให้พวกเขาหมดตัว ทำให้กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ต่อสังคม <b>ภาษีที่เลวมักล่อใจให้คนลักลอบค้าของเถื่อน</b> และโทษก็จะเพิ่มขึ้นตามแรงดึงดูดใจ ในขั้นแรกกฎหมายซึ่งขัดกับหลักยุติธรรมจะล่อใจให้อยากละเมิด แล้วก็จะลงโทษอย่างรุนแรงในสถานการณ์ซึ่งควรลดแรงล่อใจให้ก่ออาชญากรรม<br />
         4. <b>การที่ราษฎรถูกเยี่ยมกรายบ่อยและถูกตรวจสอบอย่างน่ารังเกียจ</b>จะก่อความ เดือดร้อน รบกวน และกดขี่อย่างมากโดยไม่จำเป็น แม้การรบกวนจะมิใช่ค่าใช้จ่าย แต่ทุกคนก็ยินดีจ่ายเพื่อไถ่ตนเองให้พ้นจากการรบกวนนี้</p>
<p>แอดัม สมิธเห็นว่าภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร ภาษีกำไร (ส่วนใหญ่คือดอกเบี้ยสำหรับทุน) จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากเกินไปในการเก็บ เช่น ภาษีสรรพสามิต หรือทำให้ผู้ผลิตท้อถอย เช่น ภาษีกำไร สมิธคัดค้านภาษีที่เปิดโอกาสให้มีการรุกล้ำความเป็นส่วนตัว สำหรับภาษีสรรพสามิตนั้น ท่านกล่าวว่า “ทำให้ทุกครอบครัวอาจถูกเยี่ยมกรายและตรวจสอบอย่างน่ารังเกียจจากเจ้า พนักงานภาษี&#8230;ไม่สอดคล้องกับเสรีภาพเลย” (V.3.75)</p>
<p>ภาษีที่แอดัม สมิธเสนอแนะให้เก็บมี 2 ชนิด คือ <b>ภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย และ ภาษีค่าเช่าที่ดิน</b> (มูลค่าครอบครองที่ดินรายปี)</p>
<p>สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย แอดัม สมิธอธิบายคำว่า ‘จำเป็น’ ว่าอาจเปลี่ยนไปได้แล้วแต่สถานที่และเวลา ซึ่งขณะนั้น เสื้อผ้าลินิน รองเท้าหนัง อาหารและที่อยู่อาศัยขั้นต่ำถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น ท่านตำหนิรุนแรงว่าภาษีที่เก็บจากสินค้าจำพวกเกลือ สบู่ ฯลฯ เป็นการเอาจากคนที่ยากจนที่สุดโดยไม่เป็นธรรม ท่านถือว่าภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย เช่นยาสูบ เป็นภาษีที่ดีเลิศ เพราะไม่มีใครถูกบังคับให้ต้องจ่าย “ภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยไม่มีแนวโน้มที่จะไปเพิ่มราคาโภคภัณฑ์อื่น ๆ เว้นแต่โภคภัณฑ์ที่ถูกเก็บภาษี … ภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยนั้นในที่สุดผู้บริโภคสิ่งนั้นจะเป็นผู้จ่ายโดยไม่ใช่ เป็นการลงโทษ” (V.2.154)</p>
<p>ภาษีที่น่ายกย่องมากกว่าคือภาษีที่ดิน “ทั้งค่าเช่าที่ดินที่ตั้งอาคาร (ground-rents) และค่าเช่าที่ดินเกษตร (ordinary rent of land) ต่างเป็นรายได้ชนิดที่ส่วนมากเจ้าของได้รับโดยตนเองมิต้องเอาใจใส่หรือสนใจ แม้จะแบ่งรายได้นี้ส่วนหนึ่งไปเป็นค่าใช้จ่ายของรัฐก็จะไม่เกิดการท้อถอยแก่ อุตสาหกรรมใด ๆ ผลผลิตรายปีของที่ดินและแรงงานแห่งสังคม ซึ่งเป็นทรัพย์และรายได้จริงของประชาชนส่วนใหญ่ จะยังคงเดิมหลังจากมีการเก็บภาษีนี้ ดังนั้นค่าเช่าที่ดินที่ตั้งอาคารและค่าเช่าที่ดินเกษตรอาจเป็นรายได้ชนิด ที่สามารถจะเก็บภาษีเป็นพิเศษได้ดีที่สุด” (V.2.75)</p>
<p><b>ในภาคแรกแอดัม สมิธกล่าวไว้ว่า “ดังนั้นค่าเช่าที่ดิน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่จ่ายสำหรับการใช้ที่ดิน จึงเป็นราคาแบบผูกขาดโดยธรรมชาติ มิใช่เป็นอัตราส่วนกับการซึ่งเจ้าที่ดินอาจลงทุนไปเพื่อปรับปรุงที่ดินแต่ อย่างใดเลย หรือมิใช่ตามส่วนกับความสามารถที่เขาจะเรียกเอา แต่เป็นตามส่วนกับความสามารถของชาวนาที่จะให้” (I.11.5)</b></p>
<p>และในตอนสรุปของบทนี้ของภาคแรก แอดัม สมิธได้ตั้งข้อสังเกตว่า “การทำให้สภาวการณ์ของสังคมดีขึ้นทุกอย่างมีแนวโน้มที่จะทำให้ค่าเช่าแท้ จริงของที่ดินสูงขึ้นไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จะเพิ่มความมั่งคั่งแท้จริงให้แก่เจ้าที่ดิน เพิ่มกำลังซื้อของเขาต่อแรงงาน หรือผลผลิตแห่งแรงงานของผู้อื่น” (I.11.255)</p>
<p>“การขยายสิ่งปรับปรุงและการเพาะปลูกมักจะทำให้ค่าเช่าที่ดินสูงขึ้นโดย ตรง ส่วนแบ่งของเจ้าที่ดินในผลผลิตย่อมจะต้องเพิ่มขึ้นเมื่อผลผลิตเพิ่มขึ้น” (I.11.256)</p>
<p><b>ภาษีที่สมิธคัดค้านรุนแรงที่สุดคือภาษีที่เก็บจากค่าแรงของผู้ใช้แรงงาน</b> &#8211; “ในทุกกรณี ภาษีทางตรงที่เก็บจากค่าแรง ในระยะยาวแล้วย่อมจะทำให้ทั้งค่าเช่าที่ดินลดลงมากกว่าและราคาสินค้า ประดิษฐกรรมแพงขึ้นมากกว่าที่จะเป็นถ้ามีการประเมินเก็บภาษีส่วนหนึ่งจากค่า เช่าที่ดินและอีกส่วนหนึ่งจากสินค้าแทน (ภาษีจากค่าแรง) ” (V.2.132)
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3686)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3686">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: megrim</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-2#comment-3685</link>
		<dc:creator>megrim</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Dec 2009 02:54:28 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-3685</guid>
		<description>ผมเห็นด้วยมากที่การบังคับใช้ไม่มีประสิทธิภาพ

การแก้จึงต้องเอาผลประโยชน์เข้าล่อ
คือให้อำนาจในผู้เสียภาษีสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด

เหมือนwebdite บางwebที่มีการบริจาคหากให้สิทธิประโยชน์สมาชิกที่มากกว่า
สมาชิกทั่วไปมาก จะมีคนบริจาคมากกว่าwebที่ไม่ให้ผลประโยชน์สมาชิกที่บริจาค

จิตสำนึกเป็นนามธรรมเกินไป การบริหารที่ดีคือต้องให้คนที่เลวที่สุดยังต้องทำตามระบบด้วยความสมัครใจเอง</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเห็นด้วยมากที่การบังคับใช้ไม่มีประสิทธิภาพ</p>
<p>การแก้จึงต้องเอาผลประโยชน์เข้าล่อ<br />
คือให้อำนาจในผู้เสียภาษีสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>เหมือนwebdite บางwebที่มีการบริจาคหากให้สิทธิประโยชน์สมาชิกที่มากกว่า<br />
สมาชิกทั่วไปมาก จะมีคนบริจาคมากกว่าwebที่ไม่ให้ผลประโยชน์สมาชิกที่บริจาค</p>
<p>จิตสำนึกเป็นนามธรรมเกินไป การบริหารที่ดีคือต้องให้คนที่เลวที่สุดยังต้องทำตามระบบด้วยความสมัครใจเอง
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3685)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3685">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เบิร์ด รองสารวัตร บช.น.</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-2#comment-3684</link>
		<dc:creator>เบิร์ด รองสารวัตร บช.น.</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Dec 2009 16:36:56 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-3684</guid>
		<description>กฏหมาย ถ้าการบังคับไร้ประสิทธิภาพ เท่ากับให้รางวัลคนละเมิดกฏหมาย
เป็นจริงทั้งในด้านภาษี และกฏจราจร
คนที่รู้ตัวว่าขับรถอย่างไรก็ได้ไม่มีใครจับ  ก็เลือกขับตามอำเภอใจ ต้นทุนการฝ่าฝืนกฏไม่มี</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>กฏหมาย ถ้าการบังคับไร้ประสิทธิภาพ เท่ากับให้รางวัลคนละเมิดกฏหมาย<br />
เป็นจริงทั้งในด้านภาษี และกฏจราจร<br />
คนที่รู้ตัวว่าขับรถอย่างไรก็ได้ไม่มีใครจับ  ก็เลือกขับตามอำเภอใจ ต้นทุนการฝ่าฝืนกฏไม่มี
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3684)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3684">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: อาท</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-2#comment-3683</link>
		<dc:creator>อาท</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Dec 2009 16:15:30 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-3683</guid>
		<description>เรื่องการเก็บภาษีนี้ ผมว่าเป็นภาพสะท้อนของ discrimination ในสังคมไทยได้ดีที่สุดเลยครับ

คนบางกลุ่มไม่เสียภาษี แต่ไม่มีใครกล้าแตะ

บางคนเสียภาษีเยอะมาก แต่มีบางเรื่องที่ตาม กม.แล้วไม่ต้องเสีย เค้าก็ไม่เสีย กลับโดนด่าเสียใหญ่โต

ที่ตลกคือ คนส่วนใหญ่ (ที่เสียภาษีนิดเดียว) เลือกที่จะด่าคนกลุ่มหลัง โดยไม่แตะต้องคนกลุ่มแรกเลย</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องการเก็บภาษีนี้ ผมว่าเป็นภาพสะท้อนของ discrimination ในสังคมไทยได้ดีที่สุดเลยครับ</p>
<p>คนบางกลุ่มไม่เสียภาษี แต่ไม่มีใครกล้าแตะ</p>
<p>บางคนเสียภาษีเยอะมาก แต่มีบางเรื่องที่ตาม กม.แล้วไม่ต้องเสีย เค้าก็ไม่เสีย กลับโดนด่าเสียใหญ่โต</p>
<p>ที่ตลกคือ คนส่วนใหญ่ (ที่เสียภาษีนิดเดียว) เลือกที่จะด่าคนกลุ่มหลัง โดยไม่แตะต้องคนกลุ่มแรกเลย
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3683)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3683">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เบิร์ด รองสารวัตร บช.น.</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-2#comment-3682</link>
		<dc:creator>เบิร์ด รองสารวัตร บช.น.</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Dec 2009 16:03:07 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-3682</guid>
		<description>มนุษย์เป็นสัตว์ช่างเลือก
เปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆตลอดเวลา
ถ้าคนโกงภาษีติดคุก
การตัดสินใจของคนก็จะเปลี่ยนไป</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>มนุษย์เป็นสัตว์ช่างเลือก<br />
เปรียบเทียบตัวเลือกต่างๆตลอดเวลา<br />
ถ้าคนโกงภาษีติดคุก<br />
การตัดสินใจของคนก็จะเปลี่ยนไป
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3682)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3682">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Dekisugi</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-2#comment-3681</link>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Dec 2009 08:55:20 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-3681</guid>
		<description>การเสียภาษีเป็นหน้าที่พลเมืองอย่างหนึ่ง เหมือนกับการเกณฑ์ทหาร

แต่บ้านเรากฏหมายไม่จริงจัง ไม่มีใครติดคุกเพราะโกงภาษี ก็เลยไม่มีใครคิดว่าต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง

การบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง ให้มีคนติดคุกเพราะโกงภาษีจำนวนมากทุกปีเหมือนในต่างประเทศ ช่วยได้ครับ เมื่อต้นทุนของการหนีภาษีสูงขึ้น คนจะกล้าหลบภาษีน้อยลง</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>การเสียภาษีเป็นหน้าที่พลเมืองอย่างหนึ่ง เหมือนกับการเกณฑ์ทหาร</p>
<p>แต่บ้านเรากฏหมายไม่จริงจัง ไม่มีใครติดคุกเพราะโกงภาษี ก็เลยไม่มีใครคิดว่าต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง</p>
<p>การบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง ให้มีคนติดคุกเพราะโกงภาษีจำนวนมากทุกปีเหมือนในต่างประเทศ ช่วยได้ครับ เมื่อต้นทุนของการหนีภาษีสูงขึ้น คนจะกล้าหลบภาษีน้อยลง
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3681)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3681">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: richinvest22</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3230/comment-page-2#comment-3680</link>
		<dc:creator>richinvest22</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Dec 2009 14:32:30 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230#comment-3680</guid>
		<description>ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ เห็นด้วยกับพี่นรินทร์ครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ เห็นด้วยกับพี่นรินทร์ครับ
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3680)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3680">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

