<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: 0248: คณะราษฏร พ.ศ.2475 (2/6)</title>
	<atom:link href="http://dekisugi.net/archives/3527/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dekisugi.net/archives/3527</link>
	<description>เศรษฐศาสตร์ &#124; กลยุทธ์ &#124; วิถีชีวิต &#124; การลงทุน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Feb 2012 06:55:18 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
	<item>
		<title>By: Dekisugi.net &#187; Blog Archive &#187; 0255: ป.และ ปรีดี, friend and foe</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-3#comment-4180</link>
		<dc:creator>Dekisugi.net &#187; Blog Archive &#187; 0255: ป.และ ปรีดี, friend and foe</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 16:00:01 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-4180</guid>
		<description>[...] &#124; ตอนที่แล้ว VN:F [1.8.4_1055]please wait...Rating: 5.0/5 (1 vote cast)0255: ป.และ ปรีดี, [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] | ตอนที่แล้ว VN:F [1.8.4_1055]please wait&#8230;Rating: 5.0/5 (1 vote cast)0255: ป.และ ปรีดี, [...]
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',4180)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-4180">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Dekisugi.net &#187; Blog Archive &#187; 0246: ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-3#comment-4178</link>
		<dc:creator>Dekisugi.net &#187; Blog Archive &#187; 0246: ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 15:51:55 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-4178</guid>
		<description>[...] ตอนต่อไป VN:F [1.8.4_1055]please wait...Rating: 5.0/5 (1 vote cast)0246: ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์5.051 [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] ตอนต่อไป VN:F [1.8.4_1055]please wait&#8230;Rating: 5.0/5 (1 vote cast)0246: ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์5.051 [...]
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',4178)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-4178">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: 0255: ป.และ ปรีดี, friend and foe &#171; Dekisugi.net</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-3#comment-3896</link>
		<dc:creator>0255: ป.และ ปรีดี, friend and foe &#171; Dekisugi.net</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Feb 2010 01:13:54 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-3896</guid>
		<description>[...] การกลับมาครั้งที่สองของคณะราษฏรได้มีการยกเลิกการประนีประนอมกับกลุ่มอำนาจเก่า (พวกคณะเจ้า) โดยเฉพาะตำแหน่งทางการทหาร เพราะได้รับบทเรียนจากรัฐบาลของพระยามโนฯ มีการตัดเบี้ยหวัดที่เกี่ยวกับลูกท่านหลานเธอลงถึง 80% รัชกาลที่ 7 ทรงตัดสินพระทัยสละราชสมบัติ รัชกาลที่ 8 ขึ้นครองราชย์แทน แต่ทรงพระชนมายุน้อยจึงต้องทรงใช้พระราชอำนาจผ่านทาง พระองค์เจ้าทิพยอาภา ผู้สำเร็จราชการแทนเท่านั้น ซึ่งพระองค์เจ้าทิพยอาภา ก็เป็นเชื้อพระวงศ์ที่อ่อนน้อมต่อคณะราษฏร ความมั่นคงคือเป้าหมายที่สำคัญของคณะราษฏรยุคที่ 2 [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] การกลับมาครั้งที่สองของคณะราษฏรได้มีการยกเลิกการประนีประนอมกับกลุ่มอำนาจเก่า (พวกคณะเจ้า) โดยเฉพาะตำแหน่งทางการทหาร เพราะได้รับบทเรียนจากรัฐบาลของพระยามโนฯ มีการตัดเบี้ยหวัดที่เกี่ยวกับลูกท่านหลานเธอลงถึง 80% รัชกาลที่ 7 ทรงตัดสินพระทัยสละราชสมบัติ รัชกาลที่ 8 ขึ้นครองราชย์แทน แต่ทรงพระชนมายุน้อยจึงต้องทรงใช้พระราชอำนาจผ่านทาง พระองค์เจ้าทิพยอาภา ผู้สำเร็จราชการแทนเท่านั้น ซึ่งพระองค์เจ้าทิพยอาภา ก็เป็นเชื้อพระวงศ์ที่อ่อนน้อมต่อคณะราษฏร ความมั่นคงคือเป้าหมายที่สำคัญของคณะราษฏรยุคที่ 2 [...]
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3896)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3896">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Furn</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-3#comment-3895</link>
		<dc:creator>Furn</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Jan 2010 13:30:18 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-3895</guid>
		<description>ประการแรกเลย ก็ต้องขอออกตัวก่อนว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นคนชื่นชอบภาษาไทย และดนตรีไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้มีโอกาสศึกษาและทำความเข้าใจในทั้ง ๒ ศาสตร์นี้มาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่นับว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้แตกฉานในเรื่องนี้อย่างปราดเปรื่อง เหมือนกับท่านที่เป็นเอกทางด้านนี้โดยตรง อาทิเช่น ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา (อบ.) ที่ตนเองเคารพ และอีกหลายๆ ท่านก็ตาม แต่ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้างแล้วว่า ตนมีความชอบในในภาษา และดนตรีไทย จึงขอพูดคุย และ แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับข้อความนี้บ้าง
1. จริงอยู่ที่ว่าภาษาไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังเช่นที่คุณ... ได้ยกตัวอย่างว่า สมัยก่อนแต่หนหลัง เขียน “เป็น” ว่า “เปน”
ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวคิดว่า คนสมัยก่อนเองก็คงไม่ออกเสียง คำว่า “เปน” ลากยาวจนกลายเป็น คำเป็นแน่ แต่คนส่วนใหญ่สมัยนั้น คงออกเสียงสั้นเสียมากกว่า ฉะนั้นแล้ว จะเขียนให้ผิดอยู่ทำไม ขัดแย้งกันเอง
ดังนั้นคำว่า “เปน” จึงต้องเขียนว่า “เป็น” ตามลักษณะการออกเสียงของมัน ซึ่งตรงนี้ถ้าถามว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ก็ตอบว่า เป็นการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีประโยชน์ และ ทำให้การศึกษาตรงไปตรงมามากยิ่งขึ้น
2. ภาษาเป็นเรื่องของศิลปะ  ดังเช่นการวาดภาพระบายสี คุณจะวาดอย่างไรก็ได้ แต่ด้วยลักษณะที่เป็นมาตรฐาน แลยอมรับกันในวงการจำเป็นต้องมี เช่น การวาดภาพสีน้ำมัน การวาดภาพสีน้ำ เป็นต้น
ภาษาก็เช่นกัน คุณจะพูด อ่าน และ เขียนอย่างไรก็ได้ แต่ที่สุดแล้ว คุณก็ต้องแบ่งแยกให้ได้ว่า คำใด เป็นมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ และมีประโยชน์ ตลอดจนโต้ตอบได้
ดังนั้น หากคำแสลงจะเกิดขึ้น ก็ไม่เสียหาย ซึ่งส่วนตัวโดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนก็มีคำแสลงใช้กัน เช่น
“วันนี้ เป็นอะไรก็ไม่รู้ มูกู้ ทั้งวัน พวก มูลาคู่ ทั้งหลาย ต่างพากันกวนใจ”
แต่ถามว่าสื่อสารให้คนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนในกลุ่มเข้าใจได้หรือไม่ ก็ตอบว่าไม่เข้าใจแน่นอน ดังนั้น จึงไม่สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ในทันที ดังนี้แล้วจะทำไปเพื่ออะไร ไม่มีประโยชน์  ซึ่งแท้ที่จริงควรพูดว่า
“วันนี้ เป็นอะไรก็ไม่รู้ วุ่นวายทั้งวัน พวกหมาทั้งหลาย ต่างพากันกวนใจ”
ดังนั้น สรุปได้ว่า หากจะใช้คำแสลง ก็ควรเป็นเฉพาะกลุ่ม ไม่ควรบัญญัติเป็น พจนานุกรมภาษาแต่อย่างไรดัง
พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานการประชุมคณะกรรมการชุมนุมภาษาไทย ในการประชุมทางวิชาการ ของชุมนุมภาษาไทย  คณะอักษรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕
&quot; ... เรามีโชคดีที่มีภาษาเป็นของตนเองแต่โบราณกาล  จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง  คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน  อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้  หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบเป็นประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ  ปัญหาที่สาม  คือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้ ... &quot;
	3. ส่วนเรื่อง ศิลปะ และดนตรีไทยนั้น ก็ต้องเห็นใจคนที่ไม่มีความสามารถทางด้านดนตรีไทย หรือ ศิลปะไทย เพราะเนื่องจากว่า ในการหัดเล่นเครี่องดนตรีไทย ตั้งแต่เริ่มแรกนั้นยากพอสมควร จึงทำให้หลายคนท้อแท้ และหมดกำลังใจ ที่จะพยายามหัดเล่น ที่พูดได้ก็เพราะตนเอง รู้สึกว่ายากอยู่เหมือนกัน ในการที่จะหัดเล่นเครื่องดนตรีไทย แต่พอเวลาผ่านไปสักระยะแล้ว จึงรู้สึกว่าง่าย จนทุกวันนี้สามารถ เล่น ระนาด ฆ้องวง ซอ จะเข้ ขลุ่ย และขิมได้
	ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ไม่น่าจะเป็นการกีดกัน หรือห้ามเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่อาจจะเป็นเพราะ การหัดเล่นดนตรีไทยในระยะเริ่มแรกนั้น จะต้องเล่นให้ถูกต้องเสียก่อน ถ้าเล่นเป็นจนคล่องแคล่วแล้ว คุณจะ ตีลังกาสีซอ ขี่คอตีระนาด ก็ไม่มีใครว่าคุณ ดังเช่นที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน
นี้จึงสรุปได้ว่า ที่ดนตรีไทย ตาย ไม่ใช่เพราะ นักอนุรักษ์นิยมกีดกัน แต่เป็นความอดทน ที่มีขีดจำกัดของเด็กไทยในปัจจุบันมากกว่า ที่ไม่สามารถผ่านพ้นหลักสูตรแรกไปได้
จึงฝากไว้ให้คิดค่ะ และขอขอบคุณที่มีเวทีให้แสดงความคิดเห็น คำพูดบางคำมิได้เจตนาว่าใคร หากผิดพลาดประการใด ก็ขออภัย และรับผิดไว้แต่เพียงผู้เดียว
พิมณพัฒน์ ไทยปิยะติณวัฒนานนท์
อบ. (ภาษาต่างประเทศ) วทบ (วิทยาการคอมพิวเตอร์)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ประการแรกเลย ก็ต้องขอออกตัวก่อนว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นคนชื่นชอบภาษาไทย และดนตรีไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้มีโอกาสศึกษาและทำความเข้าใจในทั้ง ๒ ศาสตร์นี้มาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่นับว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้แตกฉานในเรื่องนี้อย่างปราดเปรื่อง เหมือนกับท่านที่เป็นเอกทางด้านนี้โดยตรง อาทิเช่น ท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา (อบ.) ที่ตนเองเคารพ และอีกหลายๆ ท่านก็ตาม แต่ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้างแล้วว่า ตนมีความชอบในในภาษา และดนตรีไทย จึงขอพูดคุย และ แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับข้อความนี้บ้าง<br />
1. จริงอยู่ที่ว่าภาษาไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังเช่นที่คุณ&#8230; ได้ยกตัวอย่างว่า สมัยก่อนแต่หนหลัง เขียน “เป็น” ว่า “เปน”<br />
ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวคิดว่า คนสมัยก่อนเองก็คงไม่ออกเสียง คำว่า “เปน” ลากยาวจนกลายเป็น คำเป็นแน่ แต่คนส่วนใหญ่สมัยนั้น คงออกเสียงสั้นเสียมากกว่า ฉะนั้นแล้ว จะเขียนให้ผิดอยู่ทำไม ขัดแย้งกันเอง<br />
ดังนั้นคำว่า “เปน” จึงต้องเขียนว่า “เป็น” ตามลักษณะการออกเสียงของมัน ซึ่งตรงนี้ถ้าถามว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ก็ตอบว่า เป็นการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีประโยชน์ และ ทำให้การศึกษาตรงไปตรงมามากยิ่งขึ้น<br />
2. ภาษาเป็นเรื่องของศิลปะ  ดังเช่นการวาดภาพระบายสี คุณจะวาดอย่างไรก็ได้ แต่ด้วยลักษณะที่เป็นมาตรฐาน แลยอมรับกันในวงการจำเป็นต้องมี เช่น การวาดภาพสีน้ำมัน การวาดภาพสีน้ำ เป็นต้น<br />
ภาษาก็เช่นกัน คุณจะพูด อ่าน และ เขียนอย่างไรก็ได้ แต่ที่สุดแล้ว คุณก็ต้องแบ่งแยกให้ได้ว่า คำใด เป็นมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ และมีประโยชน์ ตลอดจนโต้ตอบได้<br />
ดังนั้น หากคำแสลงจะเกิดขึ้น ก็ไม่เสียหาย ซึ่งส่วนตัวโดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนก็มีคำแสลงใช้กัน เช่น<br />
“วันนี้ เป็นอะไรก็ไม่รู้ มูกู้ ทั้งวัน พวก มูลาคู่ ทั้งหลาย ต่างพากันกวนใจ”<br />
แต่ถามว่าสื่อสารให้คนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนในกลุ่มเข้าใจได้หรือไม่ ก็ตอบว่าไม่เข้าใจแน่นอน ดังนั้น จึงไม่สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ในทันที ดังนี้แล้วจะทำไปเพื่ออะไร ไม่มีประโยชน์  ซึ่งแท้ที่จริงควรพูดว่า<br />
“วันนี้ เป็นอะไรก็ไม่รู้ วุ่นวายทั้งวัน พวกหมาทั้งหลาย ต่างพากันกวนใจ”<br />
ดังนั้น สรุปได้ว่า หากจะใช้คำแสลง ก็ควรเป็นเฉพาะกลุ่ม ไม่ควรบัญญัติเป็น พจนานุกรมภาษาแต่อย่างไรดัง<br />
พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานการประชุมคณะกรรมการชุมนุมภาษาไทย ในการประชุมทางวิชาการ ของชุมนุมภาษาไทย  คณะอักษรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕<br />
&#8221; &#8230; เรามีโชคดีที่มีภาษาเป็นของตนเองแต่โบราณกาล  จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง  คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน  อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้  หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบเป็นประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ  ปัญหาที่สาม  คือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้ &#8230; &#8221;<br />
	3. ส่วนเรื่อง ศิลปะ และดนตรีไทยนั้น ก็ต้องเห็นใจคนที่ไม่มีความสามารถทางด้านดนตรีไทย หรือ ศิลปะไทย เพราะเนื่องจากว่า ในการหัดเล่นเครี่องดนตรีไทย ตั้งแต่เริ่มแรกนั้นยากพอสมควร จึงทำให้หลายคนท้อแท้ และหมดกำลังใจ ที่จะพยายามหัดเล่น ที่พูดได้ก็เพราะตนเอง รู้สึกว่ายากอยู่เหมือนกัน ในการที่จะหัดเล่นเครื่องดนตรีไทย แต่พอเวลาผ่านไปสักระยะแล้ว จึงรู้สึกว่าง่าย จนทุกวันนี้สามารถ เล่น ระนาด ฆ้องวง ซอ จะเข้ ขลุ่ย และขิมได้<br />
	ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ไม่น่าจะเป็นการกีดกัน หรือห้ามเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่อาจจะเป็นเพราะ การหัดเล่นดนตรีไทยในระยะเริ่มแรกนั้น จะต้องเล่นให้ถูกต้องเสียก่อน ถ้าเล่นเป็นจนคล่องแคล่วแล้ว คุณจะ ตีลังกาสีซอ ขี่คอตีระนาด ก็ไม่มีใครว่าคุณ ดังเช่นที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน<br />
นี้จึงสรุปได้ว่า ที่ดนตรีไทย ตาย ไม่ใช่เพราะ นักอนุรักษ์นิยมกีดกัน แต่เป็นความอดทน ที่มีขีดจำกัดของเด็กไทยในปัจจุบันมากกว่า ที่ไม่สามารถผ่านพ้นหลักสูตรแรกไปได้<br />
จึงฝากไว้ให้คิดค่ะ และขอขอบคุณที่มีเวทีให้แสดงความคิดเห็น คำพูดบางคำมิได้เจตนาว่าใคร หากผิดพลาดประการใด ก็ขออภัย และรับผิดไว้แต่เพียงผู้เดียว<br />
พิมณพัฒน์ ไทยปิยะติณวัฒนานนท์<br />
อบ. (ภาษาต่างประเทศ) วทบ (วิทยาการคอมพิวเตอร์)
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3895)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3895">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: pkspeaker2010</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-2#comment-3894</link>
		<dc:creator>pkspeaker2010</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Jan 2010 07:35:44 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-3894</guid>
		<description>ผมชอบคำนี้ &quot;ข่าวลือมักใช้ได้กับคนไทย&quot; ถ้าจะจริง ใครลือเก่งกว่าก็จะชนะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมชอบคำนี้ &#8220;ข่าวลือมักใช้ได้กับคนไทย&#8221; ถ้าจะจริง ใครลือเก่งกว่าก็จะชนะ
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3894)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3894">1</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: poppo</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-2#comment-3893</link>
		<dc:creator>poppo</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Jan 2010 18:34:16 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-3893</guid>
		<description>มาให้กำลังใจครับ เพิ่มรอยหยักในสมองได้มาก</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>มาให้กำลังใจครับ เพิ่มรอยหยักในสมองได้มาก
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3893)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3893">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เบิร์ด รองสารวัตร</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-2#comment-3892</link>
		<dc:creator>เบิร์ด รองสารวัตร</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Jan 2010 17:01:11 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-3892</guid>
		<description>เอาไว้จะอธิบายใหม่นะครับ คุณ ส :D</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เอาไว้จะอธิบายใหม่นะครับ คุณ ส :D
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3892)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3892">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เบิร์ด รองสารวัตร</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-2#comment-3891</link>
		<dc:creator>เบิร์ด รองสารวัตร</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Jan 2010 16:45:35 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-3891</guid>
		<description>ประเทศที่เข้าสู่ยุคทองจะขึ้นแรง หลังจากนั้นก็เข้ายุคมืดยาว เป็นอยู่อย่างนี้ ถ้าจังหวะที่ขึ้นแรงก็ควรรีบวางระบบใหม่ ปลดแอกสื่อให้มีเสรีภาพอย่างน้อยให้เท่าCNNหรือBBCอย่างถาวร  เปิดความคิดคนให้รู้ตัวว่ากำลังแข่งขันกับประเทศอื่น จากนั้นก็ปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจพัฒนาตนเอง ด้วยการเลือกของตัวเอง</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศที่เข้าสู่ยุคทองจะขึ้นแรง หลังจากนั้นก็เข้ายุคมืดยาว เป็นอยู่อย่างนี้ ถ้าจังหวะที่ขึ้นแรงก็ควรรีบวางระบบใหม่ ปลดแอกสื่อให้มีเสรีภาพอย่างน้อยให้เท่าCNNหรือBBCอย่างถาวร  เปิดความคิดคนให้รู้ตัวว่ากำลังแข่งขันกับประเทศอื่น จากนั้นก็ปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจพัฒนาตนเอง ด้วยการเลือกของตัวเอง
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3891)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3891">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: thitipons</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-2#comment-3890</link>
		<dc:creator>thitipons</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Jan 2010 09:52:59 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-3890</guid>
		<description>ไม่ตกข่าวหรอกครับ ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินกว่าแต่ก่อนมาก
กรณีเขายายเที่ยง ไม่ว่าจะจบลงแบบไหน ก็ถือว่าดีกว่าแต่ก่อนมาก
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะเหรอ เงียบกริบ

ผมบอกตรงๆว่าชอบนะครับ การที่มีสีนั้นสีนี้เกิดขึ้นมา ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
คนจะทำอะไรไม่ถูกไม่ต้องก็เสี่ยงต่อการโดนซักฟอกมากขึ้นโดยฝ่ายตรงข้าม

ขอประนามแต่การใช้ความรุนแรงทุกฝ่ายเท่านั้นแหละ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ตกข่าวหรอกครับ ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินกว่าแต่ก่อนมาก<br />
กรณีเขายายเที่ยง ไม่ว่าจะจบลงแบบไหน ก็ถือว่าดีกว่าแต่ก่อนมาก<br />
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะเหรอ เงียบกริบ</p>
<p>ผมบอกตรงๆว่าชอบนะครับ การที่มีสีนั้นสีนี้เกิดขึ้นมา ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น<br />
คนจะทำอะไรไม่ถูกไม่ต้องก็เสี่ยงต่อการโดนซักฟอกมากขึ้นโดยฝ่ายตรงข้าม</p>
<p>ขอประนามแต่การใช้ความรุนแรงทุกฝ่ายเท่านั้นแหละ
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3890)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3890">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ส</title>
		<link>http://dekisugi.net/archives/3527/comment-page-2#comment-3889</link>
		<dc:creator>ส</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Jan 2010 03:41:39 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3527#comment-3889</guid>
		<description>ไม่ค่อยเข้ใจครับ เรื่องระเบิดเวลา</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ค่อยเข้ใจครับ เรื่องระเบิดเวลา
<p class="comment-like"><img class="comment-like-btn" title="Vote" onclick="cl_like_this('http://dekisugi.net/wp-admin/admin-ajax.php',3889)" src="http://dekisugi.net/wp-content/plugins/comments-likes/images/like.png" />&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span id="comment-like-cnt-3889">0</span> likes</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

