42: 0254: Mutual Fund Watchdog #2

ซื้อได้แล้วนะครับ กองทุนรวมหุ้นแบบไม่ปันผลของบลจ.ต่างๆ ทุกบลจ.มีหน้าที่สู้กับ TMB50 ซึ่งเป็นกองทุนดัชนีให้ได้ในระยะยาวนะครับ

ของ BBLAM ต้องซื้อต่างหากเพราะฟิลิปไม่ได้เป็นตัวแทนนะครับ

ยังมีบลจ.อื่นอีก แต่ไม่ได้ซื้อ เพราะไม่มีกองทุนหุ้นแบบที่ไม่ปันผลนะครับ ส่วนกองทุนหุ้นบางกองที่มีปันผลที่แนะนำผมกันมา ผมซื้อไว้ดูเองครับ เหอๆ

พอร์ตนี้จะถือแช่ไว้เลย แบบนานแสนนาน Once in a blue moon จะเอาพอร์ตนี้กลับมาดูสักที เราจะได้รู้ว่า บลจ.ไหนสร้าง wealth ให้ผู้ถือหุ้นได้จริงๆ บ้าง

(Please Refer to http://dekisugi.net/2009/12/25/0227-mutual-funds-watchdog/ )

17 Replies to “42: 0254: Mutual Fund Watchdog #2”

  1. SCBSET รู้สึกว่าก็เป็นกองทุนดัชนีเหมือน TMB50 นะครับ แต่น่าจะกระจายกว่า?

  2. ทำไมบางกองซื้อห้าพัน บางกองซื้อหมื่นนึงครับ หรือว่าขึ้นต่ำของเค้า

    1. กองไหนขั้นต่ำไม่ถึงห้าพัน ซื้อห้าพัน กองไหนเกินห้าพัน ซื้อเท่ากับขั้นต่ำครับ

      เวลาดูผลงานก็ดู % Gain/Loss เอา

  3. เรียน คุณนรินทร์ ที่นับถือ

    ผมขออนุญาตขอความรู้เรื่องการจัดพิมพ์หนังสือจำหน่ายด้วยตนเองหน่อยครับ ผมขออภัยที่ต้องมาเขียนเป็น comment ใน topic นี้ ผมพยายามจะหา personal email ของคุณนรินทร์ที่ dekisugi.net แต่ไม่พบ …ถ้าคุณนรินทร์เห็นว่าไม่เหมาะสมประการใด ก็ลบออกได้ครับ (และผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องเสียเวลา)

    คือ..ผมเป็นแฟนประจำ ได้ซื้อหนังสือของคุณนรินทร์หลายเล่ม และ ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณนรินทร์ใน Section จุดประกาย เมื่อไม่นานมานี้ เลยเกิดแรงบันดาลใจ ผมเลยได้ลงมือเขียนหนังสือจนเสร็จได้มา 1 เล่ม (ไม่เกี่ยวกับ economics, stocks, finance ครับ :-)) แต่เป็นหนังสือให้ความรู้เพื่อที่จะใช้ในชีวิตการงานประจำวันได้ทั่วไป เขียนให้อ่านสนุก ผมมั่นใจพอควรว่าน่าจะไปได้ (ให้เพื่อนฝูงพีน้องกัน review ดูแล้ว)

    ผมต้องการลงทุนพิมพ์เอง แต่ไม่ทราบว่าจะจัดจำหน่ายได้อย่างไร

    1. ผมลองโทรคุยกับ SE-ED, และศุนย์หนังสือจุฬาแล้ว แต่ได้ standard answer มา..คือ เขาจะชัก 40% จากราคาปก แต่ผมไม่มีหลักเกณฑ์จะตัดสินใจได้เลยว่าอะไรดีกว่าอะไร เพราะถ้าส่งSE-ED แล้ว SE-ED ก็ส่งศุนย์หนังสือจุฬาด้วย หรือถ้าส่งศุนย์หนังสือจุฬา ศุนย์หนังสือจุฬาก็ส่ง SE-ED ต่อด้วย ไม่รูว่าต่างกันอย่างไร

    2. มีวิธีที่เราจะเก็บดอกผล จากการลงมือลงแรงของเราให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นมั้ยครับ หรือว่า 40% มันเป็นกฎทอง (industry standard rule)

    3. ผมสังเกตเห็นว่า หนังสือของคุณนรินทร์ขายผ่านทาง B2S มาก แต่ B2S ไม่ได้เป็นผู้จัดจำหน่ายนี่ครับ แล้วมันจะมีผลทำให้หนังสือกระจายออกไปได้ช้าหรือไม่ทั่วถึงหรือเปล่าครับ

    4. ทาง SE-ED มีร้านจำหน่ายเยอะก็จริง แต่เขามีหนังสือที่ต้องจัดจำหน่ายเป็นจำนวนมาก หนังสือของเราก็ไม่มี preference เหนือกว่าเล่มใดใช่ไหมครับ เหมือนเค้ามีลูกหลายคนต้องดูแล ก็ไม่มีเวลาสนใจใครเป็นพิเศษ

    5. มี industry secret อะไรอย่างอื่นหรือปล่าวครับ ที่พวกมือใหม่ไม่รู้

    ขอบคุณที่สละเวลาอ่านนะครับ

    -taweesak opasvorarat

    1. เรื่อง retailer margin มหาโหดนั้นเป็นเรื่องที่สำนักพิมพ์ทุกเจ้าโดนเหมือนกันหมดครับ ฉะนั้นจึงอยู่ที่ว่าใครจะทำยอดขายได้มากกว่าต้นทุนค่าพิมพ์หักค่าใช้จ่าย

      ช่องทางที่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นมีครับ แต่จะแลกมาด้วยยอดขายที่น้อยลงมาก ส่วนใหญ่แล้วไม่คุ้มครับ ยังไงร้านหนังสือแบบมีสาขาก็เป็นช่องทางที่สร้างยอดขายได้มากที่สุด

      สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่เลือกที่จะส่งร้านหนังสือทุกเครือเพื่อทำยอดขายให้มากที่สุดนะครับ ของผมเป็นกรณีที่แปลกหน่อย เพราะผมใช้วิธีเลือกช่องทางที่ใหญ่พอสมควรแต่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพื่อประหยัดสต็อคและค่าขนส่ง และเหตุผลอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครเขาทำแบบนี้กันนะครับ

      B2S ไม่รับจัดจำหน่าย เป็นแค่ร้านหนังสืออย่างเดียว ผมจัดจำหน่ายไปที่ B2S เอง

      หนังสือใหม่ที่เข้าร้านหนังสือแต่ละวันมีจำนวนมหาศาล ร้านหนังสือจึงจำเป็นต้องเลือกครับ หนังสือที่มีการโฆษณาทีวี หรือนักเขียนเป็นคนดัง จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากร้านหนังสือมากกว่าหนังสือของคนเขียนที่โนเนมทั่วไปๆ ครับ

    2. ขออนุญาตให้ข้อมูลด้วย เผื่อจะช่วยนะครับ
      เห็นหนังสือของคุณสมคิด ลวางกูร เล่มนึง
      เล่าเกี่ยวกับการทำหนังสือ โดยเฉพาะการขายหนังสือในงานหนังสือ (ทำยังไงให้ขายดี)
      ลองไปหาอ่านดูนะครับ
      (แต่ผมจำชื่อหนังสือไม่ได้)

  4. พี่นรินทร์ครับ ทำไม เอา tmb50 มาเป็นตัวหลักในการเทียบกับกองทุนอื่นๆๆ ครับ สงสัย………

  5. tmb50 เป็น index fund คือ ใช้หุ่นยนต์ซื้อ ไม่ใช้สมอง

    ถ้ากองทุนไหนแพ้ tmb50 แปลว่า?

  6. น่าสนใจค่ะ จะติดตามนะคะ
    อืม…มีคำถามค่ะ สนใจจะซื้อTMB SET50 แบบทะยอยซื้อ เนื่องจากเป็นมนุษย์เงินเดือนน่ะค่ะ แต่จะถือยาวไปเลยเรียกว่าเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณน่ะคะ (ตามที่คุณแนะนำไว้ในหนังสือของคุณ -ที่รวมมาจากคอลัมน์ในกรุงเทพธุรกิจน่ะค่ะ อ่านแล้วคิด มองเห็นความเป็นไปได้ที่จะทำ 🙂 ถ้าจะเริ่มซื้อกองทุนตอนนี้เลยจะดีไหมคะ หรือจะต้องรอหน่อย มีอะไรเป็นตัวช่วยพิจารณา ความเหมาะสมว่าสมควรจะเริ่มซื้อรึยังคะ

    ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

Leave a Reply to Dekisugi Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.