การซื้อขายสินค้าแบบเครดิตระหว่างบริษัทกับบริษัท (B2B) นั้นมีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่อย่างหนึ่งที่เรียกว่า การวางบิล…
การวางบิล หมายถึง เมื่อจบเดือน ซัพพลายเออร์จะต้องรวบรวมรายการสั่งของที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเดือนนั้นใส่ใบแจ้งหนี้แล้วนำไปแจ้งหนี้นั้นมายื่นให้กับฝ่ายบัญชีของบริษัทผู้ซื้อสินค้าเพื่อขอเก็บเงินสด ซึ่งบริษัทจะจ่ายเงินสดให้หลังจากวางบิลแล้วกี่วันก็แล้วแต่ตกลงกันไว้ว่าจะให้เครดิตกันกี่วัน
สมัยก่อนนี้ การวางบิลเป็นกลวิธีอย่างหนึ่งที่บริษัทใช้ดึงเงินซัพพลายเออร์ การออกกฏเกณฑ์ของการวางบิลให้ยุ่งยากเข้าไว้ช่วยทำให้ซัพพลายเออร์วางบิลไม่สำเร็จ ทำให้บริษัทมีข้ออ้างในการดึงเงินของซัพพลายเออร์ออกไปได้อีกหนึ่งรอบบิล กระแสเงินสดของบริษัทจึงดีขึ้น บางบริษัทออกกฏบ้ามากๆ อย่างเช่น ในแต่ละเดือน วันที่รับวางบิลจะไม่เหมือนกันเลย แถมยังแบ่งออกเป็นช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายอีกด้วย ซัพพลายเออร์ส่วนหนึ่งที่วางบิลไม่ทันก็จะถูกดึงเงินไปงวดต่อไปทันที
ที่จริงแล้วการวางบิลเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่มีความจำเป็นเลย บริษัทไม่รู้หรือไงว่าแต่ละเดือนตัวเองสั่งซื้อสินค้าอะไรไปบ้าง ทำไมยังจะต้องให้ซัพพลายเออร์สรุปให้อีก ถ้าไม่ต้องมีการวางบิล จำนวนรถของ messenger ในท้องถนนน่าจะหายไปหลายล้านเที่ยวต่อเดือน จำนวนกระดาษที่ใช้ทำใบแจ้งหนี้น่าจะหลายไปหลายตันต่อเดือน ต้นทุนการทำธุรกิจของทุกบริษัทจะลดลง ผลิตภาพของประเทศจะสูงขึ้น แถมยังช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกมหาศาล
สมัยนี้มีหลายบริษัทที่มีวัฒนธรรมการบริหารแบบสมัยใหม่หันมายกเลิกระบบวางบิลไปแล้ว เมื่อถึงเวลาชำระเงินก็จะโอนเงินเข้าบัญชีซัพพลายเออร์ให้เลยไม่ตุกติก บริษัทสมัยใหม่เหล่านี้เห็นว่าการลดต้นทุนการวางบิลให้กับซัพพลายเออร์คือการลดต้นทุนให้กับห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ บริษัทเองก็ได้รับประโยชน์ทางอ้อมไปด้วยเพราะทำให้ห่วงโซ่อุปทานที่บริษัทเป็นส่วนหนึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าห่วงโซ่อุปทานที่คู่แข่งของบริษัทอยู่ บริษัทเหล่านี้มองความสามารถในการแข่งขันของทั้งห่วงโซ่ ไม่ได้มองแค่ตัวบริษัทอย่างเดียว (firms do not compete; supply chain competes.) บริษัทสมัยใหม่มองว่าการดึงเงินเป็นการบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับซัพพลายเออร์แม้จะได้ดอกเบี้ยมาก็ไม่คุ้ม
ผมว่าบริษัทที่ยังวางบิลอยู่น่าจะเลิกๆ กันได้แล้ว หรือถ้ากลัวเสียเหลี่ยมซัพพลายเออร์ รัฐบาลน่าจะยื่นมาเข้ามาช่วยรักษาหน้าด้วยการประกาศให้การเลิกวางบิลเป็น “วาระแห่งชาติ” ประกาศไปเลยให้การวางบิลเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย บริษัทจะได้เลิกวางบิลได้โดยไม่เสียฟอร์ม ต้นทุนการทำธุรกิจของทั้งประเทศก็จะได้ลดลง


//////
ผมอ่านบทความพี่นรินทร์ในกรุงเทพธุรกิจ “วัฒนธรรมวางบิล”
ก็ยังสงสัยอยู่ว่า ทำไมไม่มีใน blog นี้
เหล้าเก่าในขวดใหม่นี่เอง
ผ่านไป 4ปี ลดความฮาร์ดคอร์ลงไปเยอะเลย อิอิ
Most of Thai company use this tactic particuraly family company but Japanese
joint venture are much better mostly they give up this system already.