ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว ครั้งนี้ผมก็เลยจะขอเขียนอะไรที่แหวกออกไปสักนิด ผมนึกถึงเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่ผมได้ฟังโดยบังเอิญทางวิทยุเมื่อหลายปีก่อน เลยอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ สมัยที่ยังเด็กอยู่ ดร.ป๋วยอาศัยอยู่ในบ้านกับพ่อซึ่งเดินไม่ได้ ห้องนอนของดร.ป๋วย อยู่ติดกันกับห้องนอนของพ่อ เช้าวันหนึ่ง พ่อของดร.ป๋วยได้ส่งเสียงตะโกนข้ามห้องเพื่อเรียกให้ดร.ป๋วยซึ่งกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ในห้องนอนอย่างเคร่งเครียดให้ช่วยไปซื้อโจ๊กมาให้หน่อย ดร.ป๋วยซึ่งกำลังม่วนอยู่กับการอ่านหนังสือรู้สึกหงุดหงิดมาก แต่ก็ขัดพ่อไม่ได้จึงจำต้องออกไปซื้อโจ๊กให้พ่อ ตอนที่เดินผ่านระเบียงหน้าห้องนอนพ่อก็แกล้งตบเท้าเสียงดังๆ เพื่อให้พ่อได้ยินจะได้รู้ว่าตนเองรู้สึกไม่พอใจ
พอบ่ายวันนั้นพ่อของดร.ป๋วยก็เสียชีวิตลงอย่างเงียบๆ ภายในห้องนอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยังคงฝังใจดร.ป๋วยอยู่จนตลอดชีวิตของท่าน ดร.ป๋วยคิดเสมอว่า ถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปเช้าวันนั้นเพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำกิริยาแย่ๆ อย่างนั้นเป็นกิริยาสุดท้ายที่ทำกับพ่อจะให้เอาทรัพย์สมบัติและความสำเร็จทั้งหมดที่หามาได้ไปแลกก็ยอม แต่มันก็เป็นไม่ได้
เวลาที่เรายังรู้สึกว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว เราจะเห็นว่า บางอย่างเป็นเรื่องสำคัญ แต่พอเวลาเรารู้ว่าความตายกำลังจะมาเยือนแล้ว เราจะรู้สึกทันทีว่า สิ่งที่เราเคยเห็นว่าสำคัญและใช้เวลาทั้งหมดของเราไปกับการไขว่คว้ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก สิ่งที่มีค่ากับเราจริงๆ ส่วนใหญ่กลับเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมากแต่ตลอดชีวิตเราแทบไม่เคยให้เวลากับมันเลย (ผมรู้ว่าคนเราจะรู้สึกอย่างนี้เพราะผมเคยนึกว่าตัวเองกำลังจะตายภายในหนึ่งชั่วโมงมาก่อน เอาไว้วันหลังเป็นวันหยุดอีกผมจะเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง)
สุขสันต์วันปีใหม่ทุกคนครับ

ขนลุกชูชัน พลันนึกถึงความไม่ดีที่เคยทำ(แยะซะด้วย:)
กลายเป็นกระทู้รวมรุ่นกันเลยเหรอครับ .. เพิ่งรู้ว่าพี่สุมาอี้ก็เรียนซค. เหมือนผมเลยหรือนี่ .. เข้าวิศวะจุฬาเหมือนกันอีก แต่ผมรุ่นน้อง 3 ปีเองครับ ผมรหัส 38xxx
กะว่าปี้นี้จะเริ่มลงทุนในหุ้นจริง ๆ จัง ๆ สักที .. หลังจากรู้สึกว่างานประจำคงพึ่งพาไปได้ไม่มากในอนาคตอีกยาว ๆ ครับ