ช่วงที่ผ่านมา ผมสนใจเรื่อง Brain Science มากเป็นพิเศษ เพราะรู้สึกว่างานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มีอะไรที่น่าพิศวงหลายอย่าง อ่านแล้วสนุกดี ค้นคว้าไปเรื่อยๆ ก็ทำให้มีโอกาสได้อ่านข้อมูลหลายอย่างเกี่ยวกับหนทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่คนสมัยนี้ให้ความสนใจกันอยู่ไม่น้อย (แหม ใครๆ ก็อยากฉลาดใช่มั้ยล่ะ หรืออย่างน้อยถ้าตัวเองหมดทางเยียวยาแล้วก็อยากให้ลูกฉลาดใช่มั้ย) ก็เลยหยิบมาเล่าสู่กันฟังแบบสรุปๆ ดังนี้ครับ
Exercise, Exercise, Exercise
วิธีที่ claim กันว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้นั้นมีอยู่มากมายหลายวิธี แต่ส่วนใหญ่แล้วจะยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าได้ผลอย่างแน่นอนทั้งสิ้น แต่ทุกวันนี้วิธีเดียวที่วงการ Brain Science รู้ว่าได้ผลอย่างแน่นอน เพราะมีการวิจัยชิ้นแล้วชิ้นเล่ารองรับ และให้ผลที่สอดคล้องกันมากที่สุด คือ การออกกำลังกายเป็นประจำ [1. Brain Rules, John Medina, Chapter 1 p.14] สมองของคนเราชอบการออกกำลังกายทางร่างกาย (แปลกดีมั้ยครับ)
หนึ่งในการวิจัยเหล่านั้นพบว่า คนที่มีวิถีชีวิตแบบนั่งอยู่กับที่แทบทั้งวันหากจับมาออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นประจำอย่างน้อยสี่เดือนจะทำให้ความสามารถของสมองเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนแทบทุกด้าน (เช่น ความจำระยะยาว การใช้ตรรก การจดจ่อ การแก้ปัญหา ไหวพริบ การคิดเชิงนามธรรม ฯลฯ แต่ยกเว้นพวกทักษะเกี่ยวกับความจำระยะสั้น เช่น การให้จดจำอะไรจำนวนมากอย่างรวดเร็ว ที่ไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย) เป็นต้น ผลการวิจัยอื่นๆ อีกมากหมายหลายชิ้นก็ให้บทสรุปในทำนองเดียวกัน นอกจากนี้ ยังพบว่า คนที่เข้าสู่วัยชราโดยที่มี mental alertness สูงกว่าคนชราโดยทั่วไป มักเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำเมื่อครั้งยังหนุ่มอยู่
ยังไม่เป็นทราบแน่ชัดว่าเหตุใด การออกกำลังกายจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ แต่เชื่อกันว่า การออกกำลังกายช่วยให้น้ำตาลและอ็อกซิเจนเข้าสู่สมองมากขึ้นซึ่งจะช่วยขจัด toxin ที่ตกค้างอยู่ในเซลล์ประสาท และกระตุ้นการทำงานของโปรตีนที่คอยเชื่อมเซลล์ประสาทแต่ละเซลล์เข้าด้วยกัน เป็นไปได้ว่า สมองของเราถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ดีในขณะที่เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ยุคหินทำเป็นประจำแต่ขาดหายไปในวิถีชีวิตยุคปัจจุบัน (มนุษย์ในยุคหินต้องเดินเฉลี่ยวันละ 10-12 ไมล์ เพื่อหาอาหาร)
การออกกำลังกายที่จะส่งผลดีต่อสมองมากที่สุดต้องเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิคเท่านั้น(เช่น วิ่ง เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือเต้นแอโรบิค) โดยทำวันละ 30 นาที 3-4 วันต่อสัปดาห์
Brain Training
ไอคิวของคนเรานั้นไม่ได้ขึ้นกับจำนวนเซลล์สมองหรือขนาดของสมองแต่อย่างใด และหลังจากที่เราเกิดมาได้ไม่นานเซลล์สมองของเราจะแทบไม่เพิ่มจำนวนขึ้นอีกเลยตลอดชีวิต ในขณะที่ส่วนหนึ่งจะค่อยๆ ตายไปเรื่อยๆ เมื่อเราเข้าสู่วัยกลางคนด้วย การที่เราสามารถคิดอะไรที่ซับซ้อนได้มากขึ้นเมื่อเติบโตเป็นเพราะเซลล์สมองที่มีอยู่เท่าเดิมของเรามีการเชื่อมโยงกันในลักษณะที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเกิดจากการที่เราต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (เมื่อเราต้องจำอะไรสักอย่างหนึ่ง เซลล์สมองจำนวนหนึ่งจะถูกอุทิศให้กับความจำเรื่องนั้นด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียงตัวของมันใหม่ และหากความจำส่วนนั้นไม่ได้ใช้งานนานจนลืม เซลล์สมองเหล่านั้นก็สามารถถูกนำไปอุทิศให้กับความจำเรื่องใหม่ๆ หรือการทำงานในรูปแบบอื่นของสมองได้อีกด้วย พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เซลล์สมองที่มีจำนวนจำกัดของเราเป็นเสมือนของกลางที่สามารถถูกนำไปใช้ทำอะไรก็ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนการเรียงตัวของมันใหม่เท่านั้น)
ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่า เรายังสามารถเพิ่มหรือดำรงประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้อยู่เสมอไม่ว่าเราจะอายุเท่าไรแล้วก็ตาม โดยการฝึกให้สมองของเราให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา สมองของเราชอบสิ่งใหม่ๆ ดังนั้นวิธีฝึกสมองที่ดีที่สุดคือให้เรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน หรือเป็นเรื่องเดียวกันแต่ยากขึ้นเรื่อยๆ การนั่งเล่น sudoku ที่ระดับความยากเท่าเดิมติดต่อกัน 100 เกมนั้นได้ผลน้อยกว่าการเพิ่มระดับความยากขึ้นเรื่อยๆ หรือเปลี่ยนไปเล่นเกมอย่างอื่นบ้าง นักดนตรีระดับอัจฉริยะที่เล่นดนตรีมาตลอดชีวิต สมองของเขาอาจไม่ค่อยได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการซ้อมดนตรีอีกต่อไป พวกเขาควรฝึกสมองด้วยกิจกรรมอย่างอื่น เช่น การสมัครเรียนบัญชีเบื้องต้น หรือเรียนรู้ภาษาใหม่แทน พยายามป้อนสมองของคุณด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย จะได้ผลมากที่สุดครับ [2. Your Brain: the missing manual, Matthew MacDonald]
Brain Foods
แต่วิธีที่ดูเหมือนจะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์กันมากที่สุดเห็นจะได้แก่ การกินสารอาหารบางอย่าง เช่น โอเมก้า 3 สาร anti-oxidants ต่างๆ (เช่น บลูเบอรี่ ลูกพรุน ไวน์แดง ชาดำ เป็นต้น) โสม วิตามิน C วิตามิน E หรือ ขมิ้นชันและกาเฟอีนที่กล่าวว่าป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ เป็นต้น ที่จริงแล้ว ปัจจุบันยังไม่เคยมีงานวิจัยชิ้นใดเลยแม้แต่ชิ้นเดียวที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า สารอาหารเหล่านี้มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมองมนุษย์จริง [3. the Secret Life of the Grownup Brain, Brabra Strauch,p. 152] มีก็แต่เพียงผลการวิจัยที่พบว่าเกิดผลบางอย่างขึ้นกับสมองของสัตว์ทดลอง หรือมิฉะนั้นก็เป็นการวิจัยกับมนุษย์ที่ยังให้ผลบางอย่างที่ยังไม่แน่ชัด เรื่องอาหารเสริมจึงยังเป็นเพียงแค่ความเป็นไปได้เท่านั้นว่า “อาจ” สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้
ที่จริงแล้ว ต่อให้สารอาหารเหล่านี้ใช้ได้ผลจริงแต่การรับประทานสารอาหารเหล่านี้เข้าไปก็อาจไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลย เพราะสมองมนุษย์เป็นอวัยวะที่มี Blood-brain Barrier กล่าวคือ เซลล์ของเส้นเลือดที่อยู่ในสมองมีการเรียงตัวที่ชิดกันมากเพื่อป้องกันมิให้เชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ หลุดรอดเข้าไปในสมองได้ จึงทำให้ยากที่สารอาหารเหล่านี้ที่เรากินเข้าไปเหล่านี้จะสามารถหลุดรอดเข้าไปถึงสมองได้ แม้แต่วิตามิน E เองก็ยังผ่าน เข้าไปไม่ได้เลย [4. Paula Brickford, James A.Haley]
นอกจากวิธีทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังมีวิธีการอื่นเล็กๆ น้อยๆ อีกหลายอย่างที่มีผลการวิจัยรองรับว่าอาจมีประโยชน์ เช่น การงีบหลับตอนบ่ายไม่เกินวันละ 20 นาทีเป็นประจำจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมองได้ หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นอยู่เสมอเป็นประจำจนกระทั้งเข้าสู่วัยชรา จะช่วยลดโอกาสที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมได้ หรือความเครียดที่มีลักษณะเรื้อรังส่งผลให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติโซลที่ทำลายเซลล์ต่อมใต้สมอง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความจำและความสามารถในการเรียนรู้ได้ เป็นต้น แต่สรุปแล้ว ผมว่าการออกกำลังกายเป็นประจำและพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เป็นสองสิ่งที่คุณน่าจะลงทุนเพื่อสมองของคุณมากที่สุดครับ


@hendrix
ตาคนนี้แกสร้างกระแสเล่นเปียโนด้วยใจไม่ต้องมีโน้ต ผมดูบ่อย แต่คิดว่าชาตินี้คงทำไม่ได้ -_-’
หนังสือ chaos ที่เคยอ่านก็มี butterfly economics ครับ แต่จะว่าไปก็ไม่ค่อยตรงเท่าไร เหอๆ
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการออกกำลังกายครับ แต่
แหะ แหะ ตัวผมเองเดี๋ยวนี้ ตั้งแต่มีลูก 2 คน ไม่เคยออกกำลังกายเลยครับ รู้สึกสุขภาพไม่เต็มร้อย
ยังดีไม่ปล่อยให้อ้วนครับ สนับสนุนการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและสมองครับ
นอกจากนี้เพื่อคงประสิทธิภาพสมองควรอ่านหนังสือ(เน้นมีสาระทั้งไทยและเทศ)อย่างน้อยวันละ 1-2 ชม ด้วยครับ จะได้เรื่อง memory ของสมองนะ
โดย หมออยากเล่นหุ้น
ลองอ่านหนังสือกลับหัวบ้างก็ดีนะ
สวัสดีครับพี่ ผม Hendrix ครับ กำลังศึกษาวิธีคิดของอาชีพต่างๆ อยู่ครับ
เร็วๆนี้เพิ่ง รู้จักวิชาคณิตศาสตร์แง่มุมใหม่
เช่น ดูสารคดี youtube : Andrew Wiles Fermat’s last theorem
วิธีคิดแบบนักดนตรีก็เด็ดครับ วันก่อนได้คุยกับพี่ผมลืมบอกไปว่าผมอ่านโน๊ตไม่เป็นนะครับ
คงจะเป็นข้อต่างจากนักเปียโนอย่างเห็นได้ชัด แต่ศึกษาทฤษฎีดนตรีครับ
ทำให้เลือกใช้ pentatonic scale, blues scale เป็น
การ improvisation ผมว่าคงเหมือนพูดภาษาต่างประเทศครับ หากกลัวพูดผิดก็จะพูดไม่เก่ง
ดังนั้น เปิดเพลงโปรดคลอ แล้วลุยเลยครับพี่ :musicnote: cheer
ปล ขอชื่อหนังสือที่เกี่ยวกับ chaos หน่อยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
ไม่แน่ใจว่าการเพิ่มประสิทธิภาพสมอง มีความสัมพันธ์กับ creativity รึเปล่าครับ
หรือว่าเฉพาะด้าน logic อย่างเดียว
อ่านหนังสือช่วยได้เยอะเหมือนกัน ทำอะไรใหม่ ๆ นี่ผมเห็นด้วยเลย ขับรถกลับบ้าน ไม่ต้องขับทางเดิมเสมอไปก็ได้ครับ
น่าจะเอาไปเขียนเพิ่มเติมเป็นหนังสือเล่มใหม่นะครับ ติดตามงานของคุณนรินทร์ทุกเล่มครับ ยกเว้น 2 เล่มเกี่ยวกับ “หุ้น” ความสามารถยังไปไม่ถึงครับ
จริงๆมีความอยากรู้ในเรื่องหุ้นนะครับ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี พอจะแนะนำได้ไหมครับ สำหรับคนที่มีความอยากเป็นที่ตั้ง แต่ยังไม่มีพื้นฐานเลย (ส่วนใหญ่ก็ได้ความรู้พื้นฐานจากการอ่านของคุณนรินทร์เล่มที่ผ่านๆมานั่นแหละครับ)
ชอบงีบหลับตอนบ่ายหลังมื้อเที่ยงครับ เพื่อประสิทธิภาพสมอง อิอิ
พระเอกคนโปรดครับ
)
เดี๋ยวอ่านก่อนนะ จะกลับมา ment ต่อ
รูปประกอบจากหนังเรื่องโปรดผมเลยครับ >_<
Pingback: Tweets that mention 0330: วิธีเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง | Dekisugi.net -- Topsy.com