ผมดูหนังเรื่องนี้แล้วเลือด entrepreneur ของผมสูบฉีด…
Chris (รับบทโดย Will Smith) ไม่เหมือนคนทั่วไปแค่ตรงที่ เขาเลือกที่จะทำงานเพื่อแลกกับ “โอกาส” ในขณะที่คนทั่วไปจะทำงานเพื่อแลกกับ fixed income เท่านั้น “โอกาส” สำหรับคนทั่วไปเป็นสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอนมันจึงไม่มีราคาค่างวดใดๆ
โชคไม่ดีที่ในช่วงแรกของชีวิต Chris วิ่งเข้าหาโอกาสที่มีกำไรคาดหวังเป็นลบด้วยการประกอบอาชีพเป็นเซลส์ขายเครื่องเอ็กซ์เรย์กระดูกที่ “ชัดกว่าเครื่องเอ็กซ์เรย์ปกตินิดหน่อยแต่ราคาแพงกว่าหลายเท่า” มันจึงเป็นธุรกิจที่ไม่มีศักยภาพแต่ Chris ไม่รู้ตัวจึงทุ่มเทชีวิตให้กับมัน จนกระทั้งวันหนึ่งที่เขามีโอกาสได้คุยกับนักการเงินคนหนึ่งที่แนะนำเขาว่า ถ้าอยากขี่รถสปอร์ตเปิดประทุนแบบพวกนักการเงินก็ไปเป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์สิ งานนี้ไม่จำเป็นต้องมีการศึกษาสูงแค่เป็นนักขายที่เก่งก็พอ งานนี้บังเอิญเป็นงานที่เหมาะกับศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของ Chris เป็นอย่างมาก ด้วยความที่ Chris เป็นคนที่มีความพยายามสูงมากอยู่แล้วเป็นทุน Chris จึงประสบความสำเร็จกับอาชีพนี้อย่างมากถึงขั้นกลายเป็นเจ้าของ บลจ. และขายกิจการ cash out ออกมาเป็นเงินสองร้อยล้านเหรียญในที่สุด (หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นจากเรื่องจริง)
ในมุมมองของคนรอบข้าง Chris คือคนที่ไม่รับผิดชอบ หลักลอย หวังลมๆ แล้งๆ ไม่ยอมไปสมัครงาน แต่ที่จริงแล้ว Chris เป็นคนที่ขยันขันแข็งและเอาการเอางานมากกว่าคนที่มีงานทำหลายเท่าตัว Chris ไปรอหมอตั้งแต่หกโมงเช้าทุกวันเพื่อที่หมอจะได้ให้เวลาเขาเพียงนิดเดียวในการนำเสนอสินค้าให้ฟัง เขาทำงานอย่างหนักเพื่อแลกกับโอกาส และผลของการพยายามอย่างต่อเนื่องก็ทำให้เขาร่ำรวยในที่สุด แต่คนที่ไม่เชื่อมั่นในตัว Chris มากที่สุดกลับได้แก่ภรรยาของเขาเองซึ่งทิ้งเขาไปในวันที่เขาหมดตัว จะว่าไปภรรยาของเขาก็เหมือนกับคนที่ซื้อหุ้นแล้ว cut loss ในวันที่ราคาของหุ้นตัวนั้นอยู่ตรงก้นเหวพอดี เธอจึงพลาดโอกาสที่จะได้ร่วม enjoy ความสำเร็จของ Chris หลังจากนั้น ที่จริงคนเราทุกคนควรมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเหมือนกันเพราะมันคือช่วงเวลาที่ทำให้เราได้ล่วงรู้ว่ามีใครบ้างที่จะยืนอยู่เคียงข้างเราจริงๆ
อเมริกาในยุคของ Chris (สมัยเรแกน) คงคล้ายๆ กับเมืองไทยสมัยนี้ที่คนทั่วไปมองว่า entrepreneur คือพวกที่เพ้อฝัน หรือไม่ก็เป็นพวกที่หางานทำไม่ได้ หวังว่าสักวันหนึ่ง เมืองไทยจะเหมือนอเมริกาในตอนนี้ ที่วัยรุ่นทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นอย่าง Larry Page ไม่มีใครมองคนที่อยากเป็น entrepreneur แบบดูถูกอีกต่อไป
โดนใจผมอย่างจัง เอาไปเลยครับ สี่ดาว ****
หลุดมาได้ เหอๆ
โอ้ สแปมเข้าครับ
ปล อย่าลืมเพื่อนอีกคน Sergey Brin ด้วยนะครับ ( แต่เขาเป็นรัสเซียล่ะครับ วัยรุ่นอเมริกันอาจไม่สนมั่ง )