วันอังคารและพุธนี้ (9.30-16.00) กำลังมีงานสัมมนาใหญ่ด้านเศรษฐกิจที่ โรงแรม สวิสโซเทล เลอคองคอร์ด ถนนรัชดา วิทยากรดังๆ มากันเพียบ ค่าเข้างานนี้ 3000 บาท แต่บังเอิญว่าผมมีบัตรฟรีอยู่จำนวนหนึ่ง ท่านใดสนใจจะไปฟังสามารถขอผมทางอีเมล์ได้โดยเขียนมาหาผมที่ narino@yahoo.com นะครับ รีบหน่อยนะครับ
วันที่ 1 : อังคาร 21 ตุลาคม 2551
ภาคเช้า
วิทยากร
9.30- 10.15 ปาฐกถา
11 ปี วิกฤติเศรษฐกิจ กับบทเรียนเศรษฐกิจไทยใน ปัจจุบัน
โดย ดร. ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
10.15-10.30 พัก รับประทานอาหารว่าง
10.30-11.15 ปาฐกถา
2009 โอกาสและอุปสรรคธุรกิจไทยในเวทีเศรษฐกิจโลก
โดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
11.15 - 12.00 น. ปาฐกถา
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยในกระแส ‘แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส‘
โดย ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
ภาคบ่าย
13.30 - 16.00 น. Discussion Panel
“ทิศทางเศรษฐกิจไทย” โดยนักเศรษฐศาสตร์แถวหน้าของเมืองไทย
ดร.บัณฑิต นิจถาวร
รองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย
ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร
ประธาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ดร. ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์
คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ
กรรมการผู้จัดการ สานงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)
16.00 – 16.30 น. ถามตอบ/มอบของที่ระลึก
ผู้ดำเนินรายการ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน
วันที่ 2 : วันพุธ 22 ตุลาคม 2551 “มุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจ และ การปรับตัวของธุรกิจ”
ภาคเช้า มุมมองซีอีโอใหญ่ รับมือเศรษฐกิจโลกทรุด การเมืองเสี่ยง
09.30 -12.00
ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์
ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
สมประสงค์ บุญยะชัย
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน)
เทวินทร์ วงศ์วานิช
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธและพัฒนาองค์กร
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
12.00 - 13.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
ภาคบ่าย ตลาดทุนไทย “ฝ่าวิกฤติ” เศรษฐกิจโลกถดถอย
13.30-14.00 วิทยากร
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และ
ตลาดหลักทรัพย์
ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา
ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์
ก้องเกียรติ โอภาสวงการ
ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
( มหาชน) และนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
กัมปนาท โลหเจริญวนิช
กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนิตี้ จำกัด และ
นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์
ม.ล.ทองมกุฎ ทองใหญ่
Head of Equity บริษัทหลักทรัพย์ ซิตี้ คอร์ป (ประเทศไทย) และ
นายกสมาคมโบรกเกอร์ต่างชาติ
เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ
กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)
ไทยพาณิชย์ จำกัด
ผู้ดำเนินรายการ วีณารัตน์ เลาหภคกุล
16.00 – 16.30 น. ถามตอบ/มอบของที่ระลึก/บันทึกภาพหมู่/ปิดการสัมมนา
Leave a Reply
October 19th, 2008 at 2:34 pm
น่าเสียดายจัง ไปไม่ได้
ได้ความว่ายังไง มาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ
October 19th, 2008 at 3:38 pm
อยากไปเหมือนกัน แต่คงไปไม่ได้T_T
รอฟังจากคนที่ไปละกันค่า
October 19th, 2008 at 5:04 pm
เหมือน rep ข้างบน
October 20th, 2008 at 12:59 pm
very interesting.
Are you going to record the presentations? or will the presentations be available for download after the conference?
October 20th, 2008 at 2:05 pm
ได้รับอีเมล์ตอบรับจากคุณนรินทร์แล้วครับ ขอบคุณครับ หวังว่าคงได้เจอกันครับ
October 21st, 2008 at 7:26 pm
ไปมาแล้วครับ ขอขอบคุณคุณนรินทร์มากเลยครับ ที่ให้โอกาส
เนื้อหาดีมากครับ แต่เสียงอาจจะเบาไปหน่อยนะครับ อิอิ (นั่งหลังอะครับ)
ส่วนอาหารการกิน ดีมาก กินไปตั้ง 3 มิ้อแหนะครับ อาหารกลางวัน บุฟเฟ่ แบบเทพครับ อร่อยมากๆ
เล่าเนื้อหาดีกว่าครับ เอาประเด็นที่ผมคิดว่าสำคัญละกันนะครับ
ดร สมคิด เขาบอกว่าวิกฤติHamนี้ ไม่ว่าจะส่งผลต่อไทยหรือไม่ แต่ต้องเตรียมรับมือไว้ก่อนครับ
เขาบอกว่าปัจจัยหลักที่น่าจะมีผลต่อไทยในขณะนี้ ได้แก่
1. การเมือง – ที่จะเกิดเหตุรุนแรงได้ทุกเมื่อ ไม่มีคนกล้าเข้ามาลงทุนครับ
2. รัฐบาล – ที่ต้องได้ทำงาน ไม่งั้นประเทศก็ไม่เดิน
3. ความเชื่อมั่น – แยกได้เป็น ความเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย และกล้าใช้จ่าย
– เชื่อมั่นในรัฐบาล เพื่อให้นโยบายทั้งหมดดำเนินไปได้
ทั้งหมดล้วนเชื่อมกันครับ
เขาก็สรุปว่า ไม่ว่าผลของวิกฤติจะเป็นอย่างไร ต้องเชื่อมั่นเข้าไว้
และวิธีแก้ที่เขาเสนอคือ ทุกฝ่ายต้องร่วมคุยกัน เพื่อเตรียมรับมือ
ส่วน รมว คลัง ประเด็นที่จะสื่อ
- ต้องเน้นรากหญ้า
- ลดค่าเงินสิ ค่าแรงจะได้เพิ่มขึ้น ขายของได้มากขึ้น ก็จะพัฒนาเทคโนโลยีเอง เมื่อธุรกิจมีเงิน ดีกว่าให้เงินแข็ง เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเร่งพัฒนา
- จำได้เท่านี้ครับ
ส่วนภาคบ่าย
ชอบของ ดร ศุภวุฒิ
เขาบอกว่า ตอนนี้สถาบันการเงิน Balance sheet เป็นแบบนี้
ด้านทรัพย์สินค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จากมูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลง
ด้านหนี้ก็ต้องพยายามลดลง
ด้านทุนก็ต้องตัดขาดทุนไปมากแล้วและก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องเพิ่มทุนอย่างมาก
หมายความว่า ฐานะการเงินที่แย่เช่นนี้ จึงคงจะไม่มีการปล่อยกู้ออกมาในระบบ อย่างแน่นอน
สิ่งนี้แหละคือ วิกฤติ
ดร ศุภวุฒิจะมองที่เศรษฐกิจ ณ ขณะนี้ที่ไม่ได้มองถึงการปรับตัวในอนาคต
ส่วน ดร บัณฑิต จะเน้นว่า
เศรษฐกิจโลกน่าจะดีขึ้นในปีหน้า เนื่องจากนโยบายของทุกฝ่ายที่ออกมาเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ ซึ่ง ท่านก็เชื่อว่าจะแก้ไขสถานการณ์นี้ ได้ และเป็นการมองเศรษฐกิจในมุมที่มองรวมถึงการปรับตัวไว้แล้ว
ไม่รุว่าใครจะถูกนะครับ แต่มุมมองหล่านี้ล้วนให้ แง่มุมให้ได้คิดมากเลย เป็นประโยชน์มาก ๆ
ส่วนท้าย ๆ ผมต้องกลับก่อน ไม่รุว่าเป็นอย่างไรครับ ถ้าเนื้อหาที่พิมมานี้ ผิดพลาดประการใด ต้องขอโทษด้วยนะครับ และขอบคุณอีกครั้งนะครับ สำหรับโอกาสนี้ครับ
October 22nd, 2008 at 8:36 am
ขอบคุณมากครับ น้อง NIM ที่ช่วยสรุปมาให้พวกเราได้อ่านกัน