0320: เกษตรเมืองแซมบ้า

ในช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศบราซิลได้พัฒนาตัวเองจากการเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าอาหาร มาเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ในช่วงปี 1996 ถึง 2006 บราซิลสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตรได้มากขึ้น 365% ส่งออกเนื้อวัวเพิ่มขึ้นสิบเท่าจนกลายเป็นอันดับหนึ่งของโลก รวมทั้งสุกร อ้อยและเอธานอลด้วย ส่วนถั่วเหลืองนั้นเป็นรองแค่เพียงสหรัฐฯ เท่านั้น ในขณะที่บราซิลเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ใช้เงินอุดหนุนเกษตรกรน้อยที่สุดประเทศหนึ่งคือ 5-6% ของรายได้ภาคเกษตรทั้งหมดในแต่ละปีเท่านั้น (OECD เฉลี่ยทั้งกลุ่มคือ 26%)

บราซิลเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบเรื่องการเกษตรสูงมากในโลก เพราะมีที่ดินที่มีศักยภาพสำหรับการเพาะปลูกมากเป็นอันดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันยังเป็นประเทศที่มีปริมาณฝนมากและตกในพื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่เสียด้วยโดยคิดเป็นหนึงในสี่ของทั้งโลกเลยทีเดียว

อันที่จริงข้อได้เปรียบเหล่านี้เป็นสิ่งที่บราซิลมีมานานแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้บราซิลประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเพิ่มผลผลิตการเกษตรในช่วง 30 ปีนี้คือการนำเทคโนโลยีเพิ่มพื้นที่การเกษตรและผลผลิตการเกษตรมาใช้อย่างเข้มข้น บราซิลมีบริษัทวิจัยผลผลิตการเกษตรที่ชื่อว่า Embrapa ซึ่งค้นพบวิธีที่จะเปลี่ยนพื้นที่แบบทุ่งหญ้าซึ่งมีอยู่อย่างมากมายในบราซิลให้กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกด้วยการปรับปรุงคุณภาพดิน จนทำให้วันนี้พื้นที่แถบทุ่งหญ้าของบราซิลกลายมาเป็นพื้นที่การเกษตรเท่ากับ 70% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยที่ไม่ได้รบกวนพื้นที่ป่าอเมซอน การปรับปรุ่งพื้นที่การเกษตรทั้งหมดอยู่ห่างจากพื้นที่ป่ามากกว่า 1000 กิโลเมตร นอกจากนี้ Embrapa ยังนำพันธ์ถั่วเหลืองจากเอเชียเข้ามาทดลองปลูกโดยปรับปรุงพันธ์ด้วยการตัดแต่งพันธุกรรมจนเพิ่มผลผลิตได้สำเร็จจนบราซิลกลายเป็นผู้ผลิตถั่วเหลืองรายใหญ่ และใช้วิธีการเดียวกันกับการปรับปรุงหญ้าที่นำเข้ามาจากอัฟริกาเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับเลี้ยงปศุสัตว์ด้วย

มีบางคนมองว่าบราซิลมีปัญหาภาคเกษตรอยู่มากตรงที่บริษัทใหญ่ๆ เป็นผู้ครอบงำภาคเกษตรทำให้เกษตรกรรายย่อยแข่งขันลำบาก (คล้ายๆ ก้บหลายๆ ประเทศ) โดยบริษัทขนาดใหญ่กินส่วนแบ่งผลผลิตมากถึง 76% ของทั้งหมด ในขณะที่ไร่ที่ให้ผลผลิตต่ำกว่าหมื่นรีอัลต่อปีมีส่วนแบ่งผลผลิตแค่เพียง 7% เท่านั้น แต่ถ้ามองในแง่ของผลิตภาพของประเทศแล้ว บริษัทขนาดใหญ่ใช้พื้นที่การเกษตรรวมกันเพียงแค่ 1.6 ล้านฟาร์มเท่านั้น ในขณะที่รายย่อยทั้งหมดใช้พื้นที่มากถึง 3.4 ล้านฟาร์ม (เรื่องนี้ผมเคยได้ยินคนบอกว่าที่บราซิลคนจนถูกบริษัทใหญ่ๆ แย่งพื้นที่การเกษตรไปหมด ทำให้เกษตรกรไม่มีที่ทำกินเป็นของตัวเอง ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าข้อมูลมาจากไหน เพราะพื้นที่เกษตร 70% ของประเทศนี้เป็นพื้นที่ที่สร้างขึ้นมาใหม่)

ถ้าหากจะถามว่าบราซิลยังมีความสามารถที่จะเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้มากขึ้นอีกได้มั้ย คำตอบก็คือได้ สบายๆ เพราะทุกวันนี้บราซิลเพิ่งจะใช้พื้นที่การเกษตรไปแค่เพียง 50 ล้านเฮกเตอร์เท่านั้นจากพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งหมด 400 ล้านเฮกเตอร์ บราซิลจึงยังมีช่องว่างสำหรับการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรในอนาคตได้อีกมาก และก็เป็นได้ด้วยว่า วิธีการแบบนี้จะนำไปใช้ได้ในอัฟริกา ซึ่งยังมีพื้นที่ที่สามารถปรับปรุงให้เป็นพื้นที่การเกษตรอยู่อีกไม่น้อย

ถ้าหากใครคิดว่าราคาสินค้าเกษตรในอนาคตจะแพงมากๆ ได้อย่างน้ำมัน คงต้องคิดดูให้ดีนะครับ….
(ข้อมูลจาก The Economist)

Related Posts:

This entry was posted in เศรษฐศาสตร์ and tagged . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>