ผมว่าวิถีชาวบ้านของคนเอเชียอย่างเช่น การเล่นแชร์นั้น ก็มีอะไรให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับต้นทุนของเงินได้ไม่น้อยเหมือนกัน (ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า การเล่นแชร์นั้นไม่ได้ผิดกฏหมายแต่อย่างใด หากไม่ได้ทำอะไรเกินกว่าที่ พรบ.การเล่นแชร์ พ.ศ.2543 ให้การคุ้มครองไว้ การเล่นแชร์ธรรมดานั้นไม่เหมือนกับแชร์ลูกโซ่ ไม่งั้นประเดี๋ยวจะมีใครมาดราม่ากับผม)
การเล่นแชร์นั้นเริ่มต้นด้วยเจ้ามือ (หรือเรียกว่า “เท้าแชร์”) มีความต้องการจะยืมเงินก้อนใหญ่ (สมมติว่า 100,000 บาท) ก็จะเรียกระดมทุนจะคนรู้จักรอบข้าง เช่น รวมกัน 10 คน ตั้งเป็นวงแชร์ขึ้นมาลงเงินคนละ 10,000 บาท
หลังจากนั้นทุกๆ เดือน ลูกแชร์ที่เหลือจะผลัดกันประมูลเพื่อแย่งกันยืมเงินก้อนใหญ่บ้าง (หรือเรียกว่า เปียแชร์ นั่นเอง) โดยใครเสนอดอกเบี้ยให้สูงสุดก็จะชนะในเดือนนั้นไป เช่น ถ้าเดือนแรก มีลูกแชร์เปียมา 3 ราย ที่ 200, 250, 350 ตามลำดับ คนที่เปีย 350 ก็จะได้เงินจากทุกคนคนละ 10,000 เท่ากับ 100,000 ไปในงวดนั้น แต่มีข้อแม้ว่า ในเดือนต่อๆ ไป แทนที่ลูกแชร์คนนั้นจะลงขันเดือนละ 10,000 บาทเท่ากับคนอื่นที่ยังไม่เคยเปียได้ ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็น 10,350 บาทแทนทุกงวดตามสัญญา 350 ถือเป็นค่าตอบแทนหรือดอกเบี้ย ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนครบสิบเดือน ถ้าเป็นวงแชร์แบบที่มีการเลี้ยงโต๊ะจีนด้วยนั้น คนที่เปียได้ในงวดนั้นยังมีต้นทุนอีกอย่างหนึ่งคือต้องเป็นคนเลี้ยงโต๊ะจีนลูกแชร์ทั้งวงในเดือนนั้นด้วย
จะเห็นว่า ในงวดถัดๆ ไป คนที่เปียแชร์ได้ก็จะยิ่งได้เงินสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นจากคนที่เปียไปแล้วในงวดก่อนๆ ที่ต้องจ่ายเพิ่มให้ทุกเดือน เมื่อถึงงวดสุดท้าย คนสุดท้ายที่ยังไม่ได้เปียจะไม่มีคู่แข่งเลย คนคนนี้จะเปียไปที่ราคา 0 บาท หรือเท่ากับว่าคนนี้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้คนอื่นเลยและยังได้ผลตอบแทนจากคนอื่นๆ ไปมากที่สุดในวงอีกด้วยตลอดทางที่ผ่านมา
ในวงแชร์คนที่ได้ประโยชน์ไปมากที่สุดอีกคนนอกเหนือจากคนที่เปียเป็นคนสุดท้ายคือ เท้าแชร์ นั่นเอง เพราะเท้าแชร์ได้เงินก้อนไปใช้เป็นคนแรกโดยที่ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเลยเ่ช่นกัน แต่ว่าเท้าแชร์จะต้องเป็นธุระในการตามเก็บเงินให้กับทุกคนทุกงวด และถ้าหากมีลูกแชร์คนไหนหนีไป เท้าแชร์ก็ต้องรับผิดชอบจ่ายแทนให้อีกด้วย กล่าวได้ว่า เท้าแชร์ได้กู้เงินแบบไม่เสียดอกเบี้ย เพราะแลกกับต้นทุนค่าบริหารจัดการ และที่สำคัญกว่านั้นคือ แลกกับการที่เท้าแชร์จะต้องเป็นผู้แบก Default Risk ของลูกแชร์ทุกคนไว้เองทั้งหมด เพราะฉะนั้นคนที่เป็นเท้าแชร์นั้นควรเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือสูง มิฉะนั้นถ้าเท้าแชร์หนีไปซะเอง ลูกแชร์ทุกคนก็ไม่มีหลักประกันอะไรเลย (นี่เป็นอีกกรณีตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นด้วยว่า ความน่าเชื่อถือนั้นเป็นสิ่งที่แปลงเป็นเงินได้)
ส่วนคนที่ต้องจ่ายค่าตอบแทนหนักที่สุดในวงแชร์มักได้แก่คนแรกๆ ที่เปียไปถัดจากเท้าแชร์ เพราะโดยมากแล้ว งวดแรกๆ มักจะเปียกันสูง เพราะคู่แข่งยังเยอะอยู่ แถมคนแรกๆ ที่คิดจะเปียให้ได้ก็มักได้แก่คนที่มักจะร้อนเงินบ่อยๆ นั่นเอง คนร้อนเงินมักยอมจ่ายดอกเบี้ยแพงๆ ขอให้ได้เงินมาใช้ก็พอ
สรุปแล้ว การเล่นแชร์คือการกู้เงินระยะสั้น

Pingback: เข้าใจต้นทุนเงินผ่านการเล่นแชร์ | iamberm
Pingback: เข้าใจต้นทุนเงินผ่านการเล่นแชร์ | iamberm