493: 7LTG end of Year 12 Commentary

สถานะพอร์ต 7LTG ณ จบปีที่ 12

  1. ก่อนขาย MINT, MINT-W8, MINT-W9, BTS-W3 (21/9/2021)

2. หลังขาย (22/9/2021)

3. เงินปันผลสะสมตั้งแต่เริ่มต้น

ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่เราสรุปพอร์ตตอนกำลังอยู่ท่ามกลางวิกฤตโควิด ดัชนีกลับมาได้บ้างแล้วแต่ก็ยังอยู่ที่ประมาณ 1600 จุด  ถือว่าค่อนข้างซวยที่มาเจอวิกฤตอีกครั้งในช่วงที่ใกล้จะครบ 15 ปี เหมือนต้องถอยกลับไปตั้งต้นใหม่ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ควรจะดีขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะครบปีที่ 15

เอาจริงๆ พอร์ตนี้ไม่ได้แย่หรอก ไม่ได้ขาดทุน แม้จะเจอวิกฤตมาหลายหน เงินปันผลสะสมที่ได้มาสูงกว่าที่คิดไว้มาก แต่ Capital Gain ถือว่าน้อยไปหน่อย ควรจะได้มากกว่านี้

ขอพูดถึงหุ้นตัวที่ยังเหลือในพอร์ตดีกว่า

ADVANC บอกตามตรง เป็นตัวที่อยากขาย เพราะมาคิดได้ทีหลังว่า จริงๆ แล้วเราเลือกหุ้นผิด ADVANC ดูเหมือนจะเป็นหุ้นเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ถูกดิสรัป หุ้น Tech เองก็สามารถถูก Tech ใหม่ๆ มาดิสรัปได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คือกรณีของ ADVANC ที่รายได้ส่วน Voice โดน Data ดิสรัป ดังนั้นต่อให้ Data โตสูง ก็แค่ช่วย offset ส่วน Voice ที่หายไปได้เท่านั้น ได้แค่เสมอตัว ตอนแรกผมมองโลกในแง่ดีว่า AIS Fibre ยังโตได้อีกเยอะ น่าจะมาช่วยสร้างการเติบโตได้อีกแรง แต่เอาเข้าจริงๆ ตลาดนี้กำลังอยู่ในสงครามราคา บ้านผมเองเคยจ่ายเดือนละ 800 ตอนนี้จ่ายแค่เดือนละ 300 บาท คนที่มีกำลังจ่ายเน็ตแรงๆ มีอยู่จริง แต่ก็กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพชั้นในเท่านั้น คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้มีกำลังซื้อสูงขนาดนั้น หรือไม่ก็ไม่ได้เห็นความจำเป็นที่ต้องมีเน็ตที่เร็วมากๆ ยิ่งมี 5G ยิ่งทำให้ต้องลงทุนเพิ่มขึ้น แต่รายได้กลับเพิ่มได้ยาก เพราะหลายปีที่ผ่านมาคนไทยไม่ได้มีกำลังซื้อสูงขึ้นตามเทคโนโลยี

BJC ตัวนี้เลือกเข้าพอร์ตมาเพราะมองว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่น่าจะโดนดิสรัป อย่างน้อยก็ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งก็ยังเชื่อแบบนั้นอยู่ แต่ตัว BJC เอง ก็ยังไม่มีความกะตือรืนร้นที่จะปรับตัวมากพอ

BDMS ตัวนี้ยังชอบอยู่ ยังเป็นจุดแข็งไม่กี่อย่างของประเทศไทย แต่ก็คงจะหวังเติบโตสูงๆ ไม่ได้ เพราะตัวใหญ่มากแล้ว แต่สองปีที่ผ่านมาก็ถือว่าบอบช้ำจากโควิดพอสมควร เพราะคนไข้ต่างชาติหายเรียบ ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าประคองตัวได้ดีแล้ว คิดว่าต่อจากนี้น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นช่วงฟื้นตัว

AOT ตัวนี้ก็เช่นกันครับ สตอรี่คล้ายๆ กับ  BDMS

CPN ตัวนี้เป็นห่วง เป็นธุรกิจที่เสี่ยงโดนดิสรัปมากๆ จากธุรกิจออนไลน์ แถมโควิดยังทำให้คนคุ้นเคยกับดิลิเวอรี่มากขึ้น ถือว่าโดนสองดอกเลย แม้ว่าตอนนี้ภาพยังไม่ได้ดูแย่ คนยังเชื่อมั่นในคำว่าเซ็นทรัล แต่ในอนาคตน่าเป็นห่วง เป็นอีกตัวที่อยากขาย

PSH ตัวนี้จมอยู่ในภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ oversupply แต่เรื้อรังที่ยาวนานมาก และก็คิดว่าน่าจะยังเป็นอย่างนั้นต่อไป ถือเป็นอีกตัวที่เลือกผิด เป็นตัวที่ขาดทุนด้วย แต่ไม่ได้ขาดทุนมากเท่ากันที่เห็นหรอก เพราะตัวนี้ถูกแลกหุ้นมาจาก PS  ซึ่งตอนนั้นมีกำไรอยู่เล็กน้อย จำไม่ผิดน่าจะประมาณ 15% พอกลายมาเป็น PSH ถูกล้างต้นทุนใหม่กลายเป็น 0% และตัวนี้เป็นตัวที่ได้ปันผลสูงมากมาตลอดราวๆ 7% ติดต่อกันหลายปี และเคยมีปันผลพิเศษครั้งใหญ่อีกด้วย จริงๆ แล้วถือว่าแค่เสมอตัว

BTS ช่วงที่ผ่านมาถือว่าโดนหนักมาก ทั้งโควิดที่ทำให้ผู้โดยสารหายไป และยังมีกรณี กทม.ไม่ยอมจ่ายหนี้อีกต่างหาก แต่หลังจากนี้ควรจะดีขึ้นแล้ว ไม่ได้เป็นห่วงอะไร

แผนการต่อจากนี้ยังคงเหมือนที่เคยบอกไว้คือจะทยอย Exit ออกไปปีละหนึ่งตัว แล้วแต่จังหวะว่าตัวไหนเหมาะสม หวังว่าสุดท้ายแล้วจะไม่มีตัวไหนขาดทุน

เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ลงทุนจบครบ 15 ปีแล้วขายทีเดียวอย่างที่เคยตั้งใจไว้ตั้งแต่วันแรก ด้วยเหตุผลที่เคยเล่าไปแล้วว่า ทุกวันนี้ผมไม่ได้เชื่อมั่นใน SET Index เท่ากับเมื่อสิบปีที่แล้วอีกต่อไปแล้ว การลงทุนแบบ DCA ตลาดจะผันผวนขนาดไหนในระยะสั้นเราก็รับได้ แต่เราต้องเชื่อว่าในระยะยาว ตลาดที่ลงทุนนั้นจะยังกลับมาสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้เสมอ ถ้าไม่มีความเชื่อนั้นอยู่แล้ว การลงทุนแบบ DCA ก็ดูขาดเหตุและผล

492: การปรับพอร์ต 7TLG ประจำปีที่ 12

ไปคิดมาแล้ว ตัดสินใจว่า จะเริ่มต้นทยอย exit ออกปีละหนึ่งตัว โดยเริ่มต้นจากตัวที่ไม่ได้อยู่ใน buy list ปัจจุบันแล้วก่อน พอถึงปีที่ 15 ก็น่าจะครบทุกตัวพอดี

ตัวแรกที่คิดว่าจะออกในปีนี้คือ MINT ครับ เหมือนบริษัทจะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้ค่อนข้างดี ทำให้ราคาหุ้นไม่ได้ต่ำมาก ทั้งที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก และถือว่าโชคดีด้วยที่ก่อนหน้านี้ได้ตัดสินใจเพิ่มทุนไปที่ราคา 17.5 บาท ทำให้ได้ต้นทุนที่ดีขึ้นอีก ก็เลยคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีกว่าตัวอื่นที่จะ Exit ในเวลานี้

ดังนั้นหากราคาหุ้น MINT ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญก็จะขายออกไปในวันที่ 24 กันยายน ศกนี้ พร้อมกับ MINT-W ทั้งสองตัวด้วยเลย (เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้วที่พอร์ตนี้จะขายวอแรนต์ที่ได้มาฟรีออกไปเสมอ เพื่อให้จัดการง่าย)

ส่วน buy list ในปีนี้จะไม่มีการเปลียนแปลงยังคงเป็น 5 ตัวเดิมคือ ADVANC, AOT, BDMS, BTS, BJC

เมื่อปรับพอร์ตเสร็จแล้วจะโพสต์หน้าจอสรุปให้อีกทีในวันที่ 27 กันยายนนะครับ ส่วนเงินปันผลที่ได้รับในปีที่12 ผมสรุปให้เรียบร้อยแล้วดังนี้

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

 

 

491: Market Commentary Aug 2021

เผลอแป๊บเดียวก็ใกล้เวลาที่จะต้องกลับมาสรุปผลงานของพอร์ต 7LTG ประจำปีกันอีกแล้ว วันที่ 25 กันยายนนี้ ก็จะครบปีที่ 12 ของการลงทุน

ต้องยอมรับว่า หลายปีที่ผ่านมา ผมมีมุมมองเกี่ยวกับตลาดหุ้นไทยที่เปลี่ยนแปลงไปมากเลยทีเดียว Outlook ของประเทศไทยในเวลานี้มันดูแตกต่างจากวันแรกที่ก่อตั้งพอร์ตนี้ขึ้นมาเมื่อ 12 ปีที่แล้วเป็นอย่างมาก ตอนนั้นทุกอย่างดูดีมาก และก็เป็นเช่นนั้นต่อมาอีกห้าปี หลังจากนั้นมันก็เริ่มดูแย่ลง ผมบอกตัวเองว่าจะให้เวลามันอีกห้าปี เพื่อว่ามันจะกลับมาน่าสนใจขึ้น  พอเข้าปีที่ 10 ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น มุมมองของผมยิ่งแย่ลงกว่าเดิมอีก ทุกวันนี้ผมแทบไม่เห็นเหตุผลเลยว่าทำไมไทยถึงเป็นประเทศที่น่าลงทุน

ผมมองว่าปัญหาหลักของประเทศไทยตอนนี้คือ เรายังอยู่ในเศรษฐกิจแบบ old economy ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เปลี่ยนเร็วมาก โลก Digital จะค่อยๆ กินโลกเก่าไปเรื่อยๆ มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาแก้นาน แต่ที่สำคัญ ผมมองไม่เห็นความกะตือรือร้อนใดๆ ที่จะเปลี่ยนแปลง คนไทยเราเหมือนมีความภาคภูมิใจในตัวเองบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่ได้มีปัญหาอะไร

ทุกวันนี้ในพอร์ตหลักของผมยังมีหุ้นไทยอยู่ แต่ไม่คิดจะลงทุนเพิ่มแล้ว และมีแผนจะทยอยขายออกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกวันนี้ผมเลิกสนใจหุ้น old economy แล้ว ดังนั้นจึงแทบไม่เหลือหุ้นไทยให้ผมสนใจ ถ้าหากจะต้องลงทุนจริงๆ ก็อาจจะเป็นหุ้นโรงพยาบาล สนามบิน ร้านอาหาร พลังงานทางเลือก เหลืออยู่แค่นี้ แต่ก็ไม่ได้ชอบหุ้นพวกนี้มาก แค่ neutral เฉยๆ ทุกวันนี้ผมได้เปลี่ยนการทุ่มเททรัพยากรไปให้กับการลงทุนต่างประเทศหมดแล้ว

ส่วนพอร์ตนี้จะยังลงทุนต่อไปก็เพียงเพราะต้องการทำตามความตั้งใจที่ได้ทำไว้ตั้งแต่แรกเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้มีความเชื่อเหมือนแต่ก่อนแล้ว อีกประการหนึ่ง แม้ว่าอยากขาย แต่ช่วงเวลานี้ก็อาจจะไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะขาย เพราะโควิดยังไม่จบ เลยต้องถือต่อไปก่อน ถึงแม้จะมองไม่ดี แต่ก็ไม่ถึงกับจำเป็นจะต้องรีบขายทันที เพราะมองว่าเป็นความไม่ดีแบบต้มกบมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคลจริงๆ จึงอาจจะสุดโต่งไปหน่อย แต่ก็เป็นการพูดแบบตรงไปตรงมา ว่าไปตามเนื้อผ้า ต้องขออภัยทุกท่านด้วย และโปรดใช้วิจารญาณในการอ่าน

(ป.ล. สำหรับการปรับพอร์ตประจำปีที่จะถึงในวันที่ 25 กันยายนนี้ กำลังพิจารณาอยู่ โดยเบื้องต้นมองอยู่สองแนวทาง หนึ่งคือ ยังไม่มีปรับเปลี่ยนอะไร หรือ สอง อาจจะมีการทยอยขายออกปีละหนึ่งตัว โดยน่าจะเริ่มจากตัวที่ไม่ได้อยู่ใน buy list แล้ว แต่ยังค้างอยู่ในพอร์ตก่อน ยังไม่ได้ฟังธงว่าจะเป็นแนวทางไหน ขอเวลาตัดสินใจอีกสักสองสัปดาห์ แต่ที่แน่ๆ น่าจะมีการขายวอร์แรนต์ของ MINT ออกไป เพราะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของพอร์ตนี้ที่จะขายวอร์แรนต์ที่ได้มาทิ้งเสมอ ส่วนรายชื่อหุ้นที่จะซื้อเพิ่มในพอร์ตคิดว่าน่าจะยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในปีนี้ รอยืนยันอีกที ส่วนสถานะของพอร์ตจะโพสต์ให้ดูอีกครั้งหลังวันที่ 25 กันยาเหมือนเช่นเคย)