0339: ดัชนีวัดความสุข
ไหนๆ ก็เขียนถึงอันดับประเทศที่คนมีความเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นมากที่สุดไปเมื่อคราวที่แล้ว ครั้งนี้ก็เลยอยากขอโอกาสเขียนถึงอันดับของประเทศที่ผู้คนมีความสุขไปด้วยเสียเลย เพราะเป็นเรื่องหนึ่งที่มีการพูดถึงกันบ่อยว่า บ้านเราน่าจะเลิกสนใจตัวเลขจีดีพี และคิดดัชนีวัดความสุขขึ้นมาใช้วัดเป้าหมายของประเทศแทนอย่างเช่นในกรณีของประเทศภูฏาน เพราะ “ความสุข” น่าจะเป็นเป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนาประเทศมากกว่าเรื่องของระดับรายได้ เรื่องของการสำรวจระดับความสุขของคนในประเทศต่างๆ นี้มีการจัดทำกันอยู่ด้วยกันหลายสำนัก แต่ปัญหาสำคัญของการวัดความสุขคือ ความสุขเป็นเรื่องของความพึงพอใจ เป็นเรื่องของความรู้สึกที่ subjective มาก หลายสำนักใช้วิธีเอาตัวเลขในด้านต่างๆ ที่เห็นว่ามีผลต่อความสุขมาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักออกมาเป็นค่าดัชนีความสุข ซึ่งก็เป็นวิธีเดียวกันกับการจัดทำดัชนีอย่างอื่นทั่วไปที่ non-subjective ที่นิยมทำกัน แต่ปัญหาของการทำอย่างนั้นในกรณีของการวัดความสุขก็คือ แล้วใครเป็นคนกำหนดว่าแต่ละปัจจัยควรได้น้ำหนักเท่าไรในการคำนวณดัชนีความสุข เพราะแต่ละคนย่อมให้น้ำหนักแต่ละด้านของชีวิตที่มีผลต่อความสุขแตกต่างกัน โดยส่วนตัว ผมจึงมองว่า การวัดความสุขที่ดีที่สุด (แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์แบบ) คือการถามกลุ่มตัวอย่างเอาตรงๆ เลยนั้นแหละว่า ตัวเองมีความรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับชีวิตโดยรวม เพราะความสุขเป็นเรื่อง subjective มาก ต่อให้เราสร้างดัชนีที่ซับซ้อนขึ้นมาขนาดไหนเพื่อบอกว่าคนในประเทศหนึ่งมีความสุขมาก แต่ถ้าหากคนในประเทศกลับไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขแต่อย่างใด ก็คงเป็นดัชนีวัดความสุขที่ล้มเหลว บางคนอาจจะแย้งว่า บางทีคนเราก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าตัวเองมีความสุขหรือไม่ แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิดนั้น เพราะสุดท้ายแล้วผมก็คงอยากอยู่ในที่ที่ตัวผมเองรู้สึกว่ามีความสุข มากกว่าที่จะอยู่ในที่ที่มีคนบอกเราว่าเรามีความสุขทั้งที่เราไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น ถ้ายึดตามเกณฑ์นี้ ดัชนีหนึ่งที่เคยมีการทำกันมาแล้วใช้วิธีนี้ได้แก่ … Continue reading
