<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
		>
<channel>
	<title>ความเห็นสำหรับ Dekisugi.net</title>
	<atom:link href="http://dekisugi.net/comments/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dekisugi.net</link>
	<description>a Little Blog for Economics and Business Strategy</description>
	<lastBuildDate>Mon, 09 Nov 2009 08:09:37 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>ความเห็นบน 0221: อะไรทำให้ประเทศเจริญ โดย Dekisugi</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/#comment-3909</link>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 08:09:37 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2354#comment-3909</guid>
		<description>เรื่องสมมติชื่อนี่พึ่งทดลองมาสดๆ ร้อนๆ ครับ

ตอนนี้แผลเต็มตัวไปหมด

เดือนวาด เดือนวาด เหอๆ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องสมมติชื่อนี่พึ่งทดลองมาสดๆ ร้อนๆ ครับ</p>
<p>ตอนนี้แผลเต็มตัวไปหมด</p>
<p>เดือนวาด เดือนวาด เหอๆ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0221: อะไรทำให้ประเทศเจริญ โดย Dekisugi</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/#comment-3908</link>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 07:41:50 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2354#comment-3908</guid>
		<description>เรื่องนิสัยประจำชาตินี่ยอมรับว่ามีส่วนมาก

แต่ถ้าคิดดูดีๆ ลึกๆ แล้ว นิสัยประจำชาติก็เกิดมาจากสภาวะแวดล้อมที่ต่างกันอยู่ดีนั้นแหละครับ ที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดนิสัยประจำชาติที่ต่างกัน

ดังนั้นผมจึงไม่ได้เน้นเรื่องนิสัยประจำชาติ

ผมเชื่อว่า สิ่งที่พระเจ้าให้คนแต่ละชาติมาแต่เกิดจริงๆ แล้วแทบไม่ต่างกันเลย สิ่งที่ต่างกันคือการฝึกฝน </description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องนิสัยประจำชาตินี่ยอมรับว่ามีส่วนมาก</p>
<p>แต่ถ้าคิดดูดีๆ ลึกๆ แล้ว นิสัยประจำชาติก็เกิดมาจากสภาวะแวดล้อมที่ต่างกันอยู่ดีนั้นแหละครับ ที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดนิสัยประจำชาติที่ต่างกัน</p>
<p>ดังนั้นผมจึงไม่ได้เน้นเรื่องนิสัยประจำชาติ</p>
<p>ผมเชื่อว่า สิ่งที่พระเจ้าให้คนแต่ละชาติมาแต่เกิดจริงๆ แล้วแทบไม่ต่างกันเลย สิ่งที่ต่างกันคือการฝึกฝน</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0211: อิสรภาพทางการเงิน??? โดย Dekisugi</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/10/19/0211/#comment-3907</link>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 07:39:32 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2074#comment-3907</guid>
		<description>เคยอ่านเจอในพันธ์ทิพย์ 

มีผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าแต่งงานกับครอบครัวเจ้าของปั้มน้ำมัน พอแต่งงานเข้ามาปุ๊บ ชีวิตก็คือการเฝ้าร้าน 7 วัน เช้าจรดค่ำ เป็นอย่างนี้ทุกวัน ไม่เคยมีวันหยุดเลย

พอเอ่ยบอกขอพ่อสามีว่าอยากปิดร้านไปเที่ยวต่างจังหวัดสักสามวัน พ่อสามีตอบว่า จะหยุดทำไม ถ้ายังมีแรงอยู่ ให้ทำไปเรื่อยๆ เอาไว้แก่ไม่มีแรงทำงานแล้ว ค่อยไปเที่ยว

เธออึ้งไปเลย

น่าเห็นใจเธอจริงๆ ครับ เพราะสภาพแวดล้อมบังคับทำให้เธอไม่มีสิทธิ์ได้เลือกงานที่ทำ

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึง Reward System อีกอย่างหนึ่งของครอบครัวคนจีน คือ ระบบกงสี ผมว่ามันเป็น incentive system ที่โหดร้ายมาก เอาไว้วันหลังจะเขียนถึงนะครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เคยอ่านเจอในพันธ์ทิพย์ </p>
<p>มีผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าแต่งงานกับครอบครัวเจ้าของปั้มน้ำมัน พอแต่งงานเข้ามาปุ๊บ ชีวิตก็คือการเฝ้าร้าน 7 วัน เช้าจรดค่ำ เป็นอย่างนี้ทุกวัน ไม่เคยมีวันหยุดเลย</p>
<p>พอเอ่ยบอกขอพ่อสามีว่าอยากปิดร้านไปเที่ยวต่างจังหวัดสักสามวัน พ่อสามีตอบว่า จะหยุดทำไม ถ้ายังมีแรงอยู่ ให้ทำไปเรื่อยๆ เอาไว้แก่ไม่มีแรงทำงานแล้ว ค่อยไปเที่ยว</p>
<p>เธออึ้งไปเลย</p>
<p>น่าเห็นใจเธอจริงๆ ครับ เพราะสภาพแวดล้อมบังคับทำให้เธอไม่มีสิทธิ์ได้เลือกงานที่ทำ</p>
<p>เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึง Reward System อีกอย่างหนึ่งของครอบครัวคนจีน คือ ระบบกงสี ผมว่ามันเป็น incentive system ที่โหดร้ายมาก เอาไว้วันหลังจะเขียนถึงนะครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0221: อะไรทำให้ประเทศเจริญ โดย Dekisugi</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/#comment-3906</link>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 07:34:13 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2354#comment-3906</guid>
		<description>เห็นด้วยเรื่องนิสัยคนญี่ปุ่น 

ลองสังเกตป้ายราคาในร้านค้าของญี่ปุ่นสิครับ ขนาดร้านห้องแถว แค่ป้ายบอกราคา ยังต้องพรินสี่สีสวยงาม บนกระดาษมันแวบ ทั้งที่จริงๆ แล้วเดี๋ยวกันฉีกทิ้งไปแล้ว

ถ้าเป็นบ้านเรา เอาถุงกล้วยแขกมาใบนึง เอาเมจิกเขียนราคาลงไป เอาสก็อตเทปแปะ ก็จบ

ไม่ได้บอกว่าอันไหนดีกว่าอันไหนนะครับ เพราะทั้งสองแบบก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เห็นด้วยเรื่องนิสัยคนญี่ปุ่น </p>
<p>ลองสังเกตป้ายราคาในร้านค้าของญี่ปุ่นสิครับ ขนาดร้านห้องแถว แค่ป้ายบอกราคา ยังต้องพรินสี่สีสวยงาม บนกระดาษมันแวบ ทั้งที่จริงๆ แล้วเดี๋ยวกันฉีกทิ้งไปแล้ว</p>
<p>ถ้าเป็นบ้านเรา เอาถุงกล้วยแขกมาใบนึง เอาเมจิกเขียนราคาลงไป เอาสก็อตเทปแปะ ก็จบ</p>
<p>ไม่ได้บอกว่าอันไหนดีกว่าอันไหนนะครับ เพราะทั้งสองแบบก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0221: อะไรทำให้ประเทศเจริญ โดย McDull</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/#comment-3905</link>
		<dc:creator>McDull</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 06:43:56 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2354#comment-3905</guid>
		<description>แหะๆ ขออภัยครับท่านแม่ทัพ ทำบล็อกเลอะเทอะ ย่อหน้ามันเพี้ยนไปหมด จะปรับปรุงงวดหน้าครับผม</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>แหะๆ ขออภัยครับท่านแม่ทัพ ทำบล็อกเลอะเทอะ ย่อหน้ามันเพี้ยนไปหมด จะปรับปรุงงวดหน้าครับผม</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0221: อะไรทำให้ประเทศเจริญ โดย McDull</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/#comment-3904</link>
		<dc:creator>McDull</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 06:33:08 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2354#comment-3904</guid>
		<description>ผมว่าญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีความเป็น Perfectionist สูงมากๆ ทำอะไรแล้วถ้ายังไม่ได้เต็มร้อยก็จะ
กัดไม่ปล่อยครับ ไม่รู้ว่ามาจากแนวคิด Kaizen หรือ Zero-Defect จำพวกนั้นรึเปล่า

เล่าประสบการณ์ที่เจอมากับตัวให้ฟังละกันนะครับ เคยใช้อุปกรณ์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกา 
เวลาเครื่องทำงานไม่ได้ก็จะโทรเรียกเจ้าหน้าที่เค้ามาดูให้ ซึงเค้าจะมาซ่อมฟรีเปลี่ยนอะไหล่ให้ฟรี
เพราะมันยังอยู่ในระยะรับประกัน ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่เค้าก็จะตรวจให้แน่ใจก่อนว่ามันทำงานไม่ได้
เนื่องจากอุปกรณ์เค้ามีปัญหาจริงๆ ถ้าไม่ใช่ เค้าก็จะเทสท์ให้เราดูแล้วก็กลับ ให้เราไปเช็คส่วนอี่น
หาสาเหตุต่อไป ก็เป็นยังงี้มา 4-5 ประเทศ วันดีคืนดีอาการนี้ไปเกิดที่ญี่ปุ่นครับ เค้าก็มาทดสอบให้
เราดู ผมก็พอใจแล้วว่าอุปกรณ์เค้าไม่เสีย ก็บอกเค้าว่างั้นคุณกลับได้แล้วหละ สามทุ่มแล้ว เดี๋ยวเรา
เช็คต่อเอง เค้าบอกว่าเค้าจะอยู่รอจนกว่าจะเห็นว่ามันทำงานได้ครับ เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยแนะนำได้
ด้วย ผมก็อึ้งเลยครับ ประเทศอื่นส่งเจ้าหน้าที่มาคนเดียว คืนนั้นที่ญี่ปุ่นมากันรวดเดียวสามคน 
บริษัทเดียวกันองค์กรเดียวกัน แต่พออยู่คนละประเทศ ทัศนคติก็เปลี่ยนไปตามแต่ละประเทศ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมว่าญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีความเป็น Perfectionist สูงมากๆ ทำอะไรแล้วถ้ายังไม่ได้เต็มร้อยก็จะ<br />
กัดไม่ปล่อยครับ ไม่รู้ว่ามาจากแนวคิด Kaizen หรือ Zero-Defect จำพวกนั้นรึเปล่า</p>
<p>เล่าประสบการณ์ที่เจอมากับตัวให้ฟังละกันนะครับ เคยใช้อุปกรณ์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกา<br />
เวลาเครื่องทำงานไม่ได้ก็จะโทรเรียกเจ้าหน้าที่เค้ามาดูให้ ซึงเค้าจะมาซ่อมฟรีเปลี่ยนอะไหล่ให้ฟรี<br />
เพราะมันยังอยู่ในระยะรับประกัน ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่เค้าก็จะตรวจให้แน่ใจก่อนว่ามันทำงานไม่ได้<br />
เนื่องจากอุปกรณ์เค้ามีปัญหาจริงๆ ถ้าไม่ใช่ เค้าก็จะเทสท์ให้เราดูแล้วก็กลับ ให้เราไปเช็คส่วนอี่น<br />
หาสาเหตุต่อไป ก็เป็นยังงี้มา 4-5 ประเทศ วันดีคืนดีอาการนี้ไปเกิดที่ญี่ปุ่นครับ เค้าก็มาทดสอบให้<br />
เราดู ผมก็พอใจแล้วว่าอุปกรณ์เค้าไม่เสีย ก็บอกเค้าว่างั้นคุณกลับได้แล้วหละ สามทุ่มแล้ว เดี๋ยวเรา<br />
เช็คต่อเอง เค้าบอกว่าเค้าจะอยู่รอจนกว่าจะเห็นว่ามันทำงานได้ครับ เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยแนะนำได้<br />
ด้วย ผมก็อึ้งเลยครับ ประเทศอื่นส่งเจ้าหน้าที่มาคนเดียว คืนนั้นที่ญี่ปุ่นมากันรวดเดียวสามคน<br />
บริษัทเดียวกันองค์กรเดียวกัน แต่พออยู่คนละประเทศ ทัศนคติก็เปลี่ยนไปตามแต่ละประเทศ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0221: อะไรทำให้ประเทศเจริญ โดย richinvest22</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/#comment-3903</link>
		<dc:creator>richinvest22</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2009 05:05:08 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2354#comment-3903</guid>
		<description>ผมว่า เรื่องคุณภาพของคนในประเทศ อย่างเช่นว่า การรู้จักหน้าที่ของตัวเองว่า ควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร เป็นส่วนสำคัญที่ผมคิดว่าทำให้ประเทศนั้นๆเจริญได้เช่นกันครับ สิ่งนี้ผมว่า การศึกษาก็มีส่วนในแง่การสร้างจิตสำนึกที่ดี ให้กับเยาวชนของชาติ ตั้งแต่ยังเด็กครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมว่า เรื่องคุณภาพของคนในประเทศ อย่างเช่นว่า การรู้จักหน้าที่ของตัวเองว่า ควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร เป็นส่วนสำคัญที่ผมคิดว่าทำให้ประเทศนั้นๆเจริญได้เช่นกันครับ สิ่งนี้ผมว่า การศึกษาก็มีส่วนในแง่การสร้างจิตสำนึกที่ดี ให้กับเยาวชนของชาติ ตั้งแต่ยังเด็กครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0211: อิสรภาพทางการเงิน??? โดย อินทรีย์เขมราฐ</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/10/19/0211/#comment-3902</link>
		<dc:creator>อินทรีย์เขมราฐ</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Nov 2009 17:41:39 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2074#comment-3902</guid>
		<description>ขอมาแอบบ่นหน่อยครับท่านซือหม่า
ผมคนนึงเหมือนกันที่เกิดในยุคgen x  และตามที่ท่านซือหม่าว่าเอาไว้ดังนี้
&quot; ส่วนคนที่ทำงานที่ตัวเองชอบแล้วแต่รับผิดชอบตัวเองเรื่องการเงินไม่ได้ ผมถือว่ายังเป็นคนที่ล้มเหลวอยู่ ในขณะที่คนที่ได้รายได้สูงมากๆ แต่เป็นงานที่ไม่ชอบ ต่อให้ได้รายได้สูงแค่ไหน ผมก็ยังถือว่า ไม่ประสบความสำเร็จครับ &quot;
ในกรณีแรกผมคงไม่มีโอกาสได้ทำมันในชีวิตนี้  ในกรณีที่สองผมก็คงไม่มีวันประสบความสำเร็จในชีวิตนี้เหมือนกัน   เพราะอะไรน่ะหรือครับ  ตามมาสิครับจะเล่าให้ฟัง  จากประสบการณ์การศึกษาธุรกิจของท่านซือหม่าเชื่อแน่ว่าคงจะเคยเห็น ครอบครัวคนจีนที่มีอาชีพค้าขาย เปิดร้านแต่เช้ามืดปิดร้านหลังพระอาทิตย์ตกดิน  ชีวิตทั้งชีวิตรู้จักแต่คำว่า ซื้อ-ขาย การปิดร้านไปเที่ยวถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยของชีวิต ซึ่งนั้นก็เป็นแนวปฏิบัติของคนยุคเบบี้บูมเมอร์ อีกนัยหนึ่งก็คือคนรุ่นพ่อรุ่นแม่เรานี่เอง คุณคงเคยเห็นอาแปะกะอาซิ่มที่นั่งขายของเฝ้าร้านทั้งวัน  ผมว่าคุณคงจะเคยนึกเล่นๆกันว่า&quot;ถ้าให้ตรูต้องมานั่งอย่างนี้ เบื่อตายแน่ ไม่เอาหรอก&quot; ผมเองก็เคยนึกครับ ทุกๆวันนี้ก็ยังนึกอยู่ แต่สิ่งที่เราเบื่อหน่ายมันคือวิถีแห่งการดำรงอยู่ที่ขาดไม่ได้ของพ่อแม่  ใช่ครับผมต้องทนนั่งเฝ้าร้านทุกๆวันอาจจะไม่ยาวนานนับสิบชั่วโมง   แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เราไม่มีอิสระในการดำเนินชีวิต  ในด้านการเงินผมถือว่าผมค่อนข้างโอเคจากธุรกิจใหม่ที่ปั้นมากับพี่ชาย จนอยู่ตัว  ด้วยรายได้ที่อย่างน้อยสามารถไปอาบน้ำนอกบ้านอาทิตย์ละครั้งอย่างสบาย(แค่เชิงเปรียบเทียบนะครับ เห็นภาพชัดดี) ทุกวันนี้ผมยังต้องทำงานสัปดาห์ละเจ็ดวัน(โดยไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ) เพื่อให้คนยุคเบบี้บูมเมอร์มีความสุข หรือว่ามันคือหน้าที่ของgen x ที่ต้องตอบโจทย์ของคนรุ่นก่อนที่มักจะบ่นว่า &quot;ไม่รู้จะทำอะไร ถ้าไม่ได้ค้าขาย&quot; 
ผมเคยนึกว่าบางครั้งตัวเองก็โชคดี บางทีก็โชคร้าย ขึ้นอยู่ว่าเราเปรียบเทียบกับใคร  ด้อยกว่าหรือมีโอกาสกว่า   แต่ลึกที่สุด เรารู้สึกถึงโอกาสของสิทธิในการเลือกทางเดิน ทำไมมันน้อยจังวะ  แล้วเราก็รู้แล้วว่าตัวเราเป็นคนมีบ่วง &quot;บ่วงที่มองไม่เห็น&quot;invisible-buang
ต้องขอโทษท่านซือหม่าที่บ่นเสียยกใหญ่   เรื่องราวที่ท่านซือหม่านำเสนอนี่เยี่ยมมากครับ ทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาอีกหลายเลย  ใจจริงอยากไปร่วมงานที่b2sมากกก แต่ด้วยinvisible-buangทำให้ไม่สามารถ   ไม่ทราบว่ามีไฟล์วีดีโอมั้ยครับหรือว่าลงยูทูบ์ก็ดีครับ   
อ้อ ผมได้เจอท่านซือหม่าตัวเป็นๆในวันประชุม ผถห.รพ.กรุงเทพฯปีนี้ด้วย หวังว่าคงยังไม่ได้ขาย  ถือเป็นเพื่อนกันนะครับ  
ตอนนี้ท่านซือหม่าเป็นอีกหนึ่งนักเขียนที่ผมชื่นชอบ  จุดเด่นของท่านซือหม่าก็คือ สาระความรู้ครับ มันมากมายเหลือเกิน บวกกับการนำเสนอที่อ่านเข้าใจง่าย  ทำให้ไม่ยากที่จะกลายเป็นแฟนตัวหนังสือของท่านซือหม่า เห็นชื่นชอบมากมายก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อตินะครับ  แต่เอาไว้ให้ท่านซือหม่าพลิกกลับไปกลับมาหลายๆรอบ ถือว่าเป็นการทบทวนผลงานตัวเองดีกว่า &quot; ร้อยครูไม่สู้หนึ่งรู้เอง&quot; ใช่มั้ยครับ   สำหรับผมมีนักเขียนในดวงใจอยู่แล้วครับ คุณภาณุ มณีวัฒนกุล ครับ  ชอบที่สุดก็ตรง งานเขียนของแกมี อารมณ์ ครับ เวลาอ่านรู้สึกถึงอารมณ์ที่ส่งออกมาจากงานเขียนของแก  
โอ้! บ้าน้ำลายมากไปแระ  ขอบคุณสำหรับผลงานดีๆครับท่านซือหม่า</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอมาแอบบ่นหน่อยครับท่านซือหม่า<br />
ผมคนนึงเหมือนกันที่เกิดในยุคgen x  และตามที่ท่านซือหม่าว่าเอาไว้ดังนี้<br />
&#8221; ส่วนคนที่ทำงานที่ตัวเองชอบแล้วแต่รับผิดชอบตัวเองเรื่องการเงินไม่ได้ ผมถือว่ายังเป็นคนที่ล้มเหลวอยู่ ในขณะที่คนที่ได้รายได้สูงมากๆ แต่เป็นงานที่ไม่ชอบ ต่อให้ได้รายได้สูงแค่ไหน ผมก็ยังถือว่า ไม่ประสบความสำเร็จครับ &#8221;<br />
ในกรณีแรกผมคงไม่มีโอกาสได้ทำมันในชีวิตนี้  ในกรณีที่สองผมก็คงไม่มีวันประสบความสำเร็จในชีวิตนี้เหมือนกัน   เพราะอะไรน่ะหรือครับ  ตามมาสิครับจะเล่าให้ฟัง  จากประสบการณ์การศึกษาธุรกิจของท่านซือหม่าเชื่อแน่ว่าคงจะเคยเห็น ครอบครัวคนจีนที่มีอาชีพค้าขาย เปิดร้านแต่เช้ามืดปิดร้านหลังพระอาทิตย์ตกดิน  ชีวิตทั้งชีวิตรู้จักแต่คำว่า ซื้อ-ขาย การปิดร้านไปเที่ยวถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยของชีวิต ซึ่งนั้นก็เป็นแนวปฏิบัติของคนยุคเบบี้บูมเมอร์ อีกนัยหนึ่งก็คือคนรุ่นพ่อรุ่นแม่เรานี่เอง คุณคงเคยเห็นอาแปะกะอาซิ่มที่นั่งขายของเฝ้าร้านทั้งวัน  ผมว่าคุณคงจะเคยนึกเล่นๆกันว่า&#8221;ถ้าให้ตรูต้องมานั่งอย่างนี้ เบื่อตายแน่ ไม่เอาหรอก&#8221; ผมเองก็เคยนึกครับ ทุกๆวันนี้ก็ยังนึกอยู่ แต่สิ่งที่เราเบื่อหน่ายมันคือวิถีแห่งการดำรงอยู่ที่ขาดไม่ได้ของพ่อแม่  ใช่ครับผมต้องทนนั่งเฝ้าร้านทุกๆวันอาจจะไม่ยาวนานนับสิบชั่วโมง   แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เราไม่มีอิสระในการดำเนินชีวิต  ในด้านการเงินผมถือว่าผมค่อนข้างโอเคจากธุรกิจใหม่ที่ปั้นมากับพี่ชาย จนอยู่ตัว  ด้วยรายได้ที่อย่างน้อยสามารถไปอาบน้ำนอกบ้านอาทิตย์ละครั้งอย่างสบาย(แค่เชิงเปรียบเทียบนะครับ เห็นภาพชัดดี) ทุกวันนี้ผมยังต้องทำงานสัปดาห์ละเจ็ดวัน(โดยไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ) เพื่อให้คนยุคเบบี้บูมเมอร์มีความสุข หรือว่ามันคือหน้าที่ของgen x ที่ต้องตอบโจทย์ของคนรุ่นก่อนที่มักจะบ่นว่า &#8220;ไม่รู้จะทำอะไร ถ้าไม่ได้ค้าขาย&#8221;<br />
ผมเคยนึกว่าบางครั้งตัวเองก็โชคดี บางทีก็โชคร้าย ขึ้นอยู่ว่าเราเปรียบเทียบกับใคร  ด้อยกว่าหรือมีโอกาสกว่า   แต่ลึกที่สุด เรารู้สึกถึงโอกาสของสิทธิในการเลือกทางเดิน ทำไมมันน้อยจังวะ  แล้วเราก็รู้แล้วว่าตัวเราเป็นคนมีบ่วง &#8220;บ่วงที่มองไม่เห็น&#8221;invisible-buang<br />
ต้องขอโทษท่านซือหม่าที่บ่นเสียยกใหญ่   เรื่องราวที่ท่านซือหม่านำเสนอนี่เยี่ยมมากครับ ทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาอีกหลายเลย  ใจจริงอยากไปร่วมงานที่b2sมากกก แต่ด้วยinvisible-buangทำให้ไม่สามารถ   ไม่ทราบว่ามีไฟล์วีดีโอมั้ยครับหรือว่าลงยูทูบ์ก็ดีครับ<br />
อ้อ ผมได้เจอท่านซือหม่าตัวเป็นๆในวันประชุม ผถห.รพ.กรุงเทพฯปีนี้ด้วย หวังว่าคงยังไม่ได้ขาย  ถือเป็นเพื่อนกันนะครับ<br />
ตอนนี้ท่านซือหม่าเป็นอีกหนึ่งนักเขียนที่ผมชื่นชอบ  จุดเด่นของท่านซือหม่าก็คือ สาระความรู้ครับ มันมากมายเหลือเกิน บวกกับการนำเสนอที่อ่านเข้าใจง่าย  ทำให้ไม่ยากที่จะกลายเป็นแฟนตัวหนังสือของท่านซือหม่า เห็นชื่นชอบมากมายก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อตินะครับ  แต่เอาไว้ให้ท่านซือหม่าพลิกกลับไปกลับมาหลายๆรอบ ถือว่าเป็นการทบทวนผลงานตัวเองดีกว่า &#8221; ร้อยครูไม่สู้หนึ่งรู้เอง&#8221; ใช่มั้ยครับ   สำหรับผมมีนักเขียนในดวงใจอยู่แล้วครับ คุณภาณุ มณีวัฒนกุล ครับ  ชอบที่สุดก็ตรง งานเขียนของแกมี อารมณ์ ครับ เวลาอ่านรู้สึกถึงอารมณ์ที่ส่งออกมาจากงานเขียนของแก<br />
โอ้! บ้าน้ำลายมากไปแระ  ขอบคุณสำหรับผลงานดีๆครับท่านซือหม่า</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0221: อะไรทำให้ประเทศเจริญ โดย megrim</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/#comment-3901</link>
		<dc:creator>megrim</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Nov 2009 15:01:02 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2354#comment-3901</guid>
		<description>ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ ใช่ไหมครับ

แต่Reward systemบ้านเรามันผิดเพี้ยนไปหมด เพราะพวกMoral Hazard</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ ใช่ไหมครับ</p>
<p>แต่Reward systemบ้านเรามันผิดเพี้ยนไปหมด เพราะพวกMoral Hazard</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0026: Growth vs. Value (Revisited 1) โดย Verapong</title>
		<link>http://dekisugi.net/2007/11/05/0026-growth-vs-value-revisited-1/#comment-3900</link>
		<dc:creator>Verapong</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Nov 2009 13:34:49 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://1001ii.wordpress.com/2007/11/05/0026-growth-vs-value-revisited-1/#comment-3900</guid>
		<description>ตามมาจากหลาย link รวมถึงเรื่องเดือนวาด ถกกันถึงลูกถึงคนจริง ๆ

ผลลัพท์ปีนี้ หลังจากมีวิกฤต คงได้ผลอีกแบบนึง

การลงทุนเป็นอะไรที่ซับซ้อน สถานการณ์หนึ่ง ๆ ทำให้วิธีหนึ่ง ๆ ได้ผลดี 

จนบอก ๆกันต่อ และเป็น talk of the town ในช่วงเวลาหนึ่ง

แต่ผลลัพท์จีรัง และยั่งยืนแค่ไหน รวมถึงคนใช้ นำไปใช้ได้ดีแค่ไหน

ก็ทางใครทางมันล่ะไอ้ศร :)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ตามมาจากหลาย link รวมถึงเรื่องเดือนวาด ถกกันถึงลูกถึงคนจริง ๆ</p>
<p>ผลลัพท์ปีนี้ หลังจากมีวิกฤต คงได้ผลอีกแบบนึง</p>
<p>การลงทุนเป็นอะไรที่ซับซ้อน สถานการณ์หนึ่ง ๆ ทำให้วิธีหนึ่ง ๆ ได้ผลดี </p>
<p>จนบอก ๆกันต่อ และเป็น talk of the town ในช่วงเวลาหนึ่ง</p>
<p>แต่ผลลัพท์จีรัง และยั่งยืนแค่ไหน รวมถึงคนใช้ นำไปใช้ได้ดีแค่ไหน</p>
<p>ก็ทางใครทางมันล่ะไอ้ศร <img src='http://s.wordpress.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 7thLTG โดย Dekisugi</title>
		<link>http://dekisugi.net/7thltg/#comment-3899</link>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Nov 2009 12:34:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?page_id=2290#comment-3899</guid>
		<description>คือจะทำแบบนั้นมันก็ได้อยู่แล้วน่ะครับ

แต่ว่าพอทำแบบนั้น มันก็จะกลายเป็น วิธีการลงทุนที่พึ่งพาความสามารถของผู้ลงทุนในการประเมินราคาหุ้น ทันที 

หุ้นที่ลงมาแรงๆ เราอาจคิดว่าถูกแล้ว แต่ที่จริงแล้ว มันก็อาจจะยังแพงอยู่มากเมื่อเทียบกับคุณค่าของมันก็ได้ ดังนั้นการทำอย่างนั้นอาจให้ผลตอบแทนที่มากขึ้น หรือว่าน้อยลงก็ได้เหมือนกัน

ถ้าเรามั่นใจว่าเราทำ valuation เก่ง และการทำ valuation เป็นจุดเด่นของเรา ก็ควรทำอย่างที่ว่ามา

แต่ถ้าเราไม่มั่นใจว่าเราจะเป็นคนทำ valuation เก่ง การซื้อไปเรื่อยๆ ตามระเบียบอะไรสักอย่างหนึ่ง จะเป็นวิธีที่ดีกว่า 

สรุปคือขึ้นอยู่กับ assumption เกี่ยวกับทักษะส่วนตัวของเรานะครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>คือจะทำแบบนั้นมันก็ได้อยู่แล้วน่ะครับ</p>
<p>แต่ว่าพอทำแบบนั้น มันก็จะกลายเป็น วิธีการลงทุนที่พึ่งพาความสามารถของผู้ลงทุนในการประเมินราคาหุ้น ทันที </p>
<p>หุ้นที่ลงมาแรงๆ เราอาจคิดว่าถูกแล้ว แต่ที่จริงแล้ว มันก็อาจจะยังแพงอยู่มากเมื่อเทียบกับคุณค่าของมันก็ได้ ดังนั้นการทำอย่างนั้นอาจให้ผลตอบแทนที่มากขึ้น หรือว่าน้อยลงก็ได้เหมือนกัน</p>
<p>ถ้าเรามั่นใจว่าเราทำ valuation เก่ง และการทำ valuation เป็นจุดเด่นของเรา ก็ควรทำอย่างที่ว่ามา</p>
<p>แต่ถ้าเราไม่มั่นใจว่าเราจะเป็นคนทำ valuation เก่ง การซื้อไปเรื่อยๆ ตามระเบียบอะไรสักอย่างหนึ่ง จะเป็นวิธีที่ดีกว่า </p>
<p>สรุปคือขึ้นอยู่กับ assumption เกี่ยวกับทักษะส่วนตัวของเรานะครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0026: Growth vs. Value (Revisited 1) โดย Dekisugi</title>
		<link>http://dekisugi.net/2007/11/05/0026-growth-vs-value-revisited-1/#comment-3898</link>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Nov 2009 12:29:29 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://1001ii.wordpress.com/2007/11/05/0026-growth-vs-value-revisited-1/#comment-3898</guid>
		<description>ผมไม่ได้เชียร์วิธีไหนมากกว่ากันนะครับ ผมเขียนเอาไว้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มการทดลองว่า ทั้งสองวิธี ล้วนมีข้อบกพร่องทั้งคู่ วิธีหนึ่งมองแต่ราคา อีกวิธีหนึ่งมองแต่คุณค่า เป็นการมองอะไรด้านเดียวทั้งสองวิธี

http://dekisugi.net/2006/11/18/0018/</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมไม่ได้เชียร์วิธีไหนมากกว่ากันนะครับ ผมเขียนเอาไว้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มการทดลองว่า ทั้งสองวิธี ล้วนมีข้อบกพร่องทั้งคู่ วิธีหนึ่งมองแต่ราคา อีกวิธีหนึ่งมองแต่คุณค่า เป็นการมองอะไรด้านเดียวทั้งสองวิธี</p>
<p><a href="http://dekisugi.net/2006/11/18/0018/" rel="nofollow">http://dekisugi.net/2006/11/18/0018/</a></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 7thLTG โดย naniti05</title>
		<link>http://dekisugi.net/7thltg/#comment-3897</link>
		<dc:creator>naniti05</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Nov 2009 09:56:31 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?page_id=2290#comment-3897</guid>
		<description>ขอถามท่านหน่อยครับ

ถ้าเจ็ดตัวนี้ ผมลงทุนแบบ 
ซื้อ มากน้อย แต่แบ่ง Scale ที่จะซื้อ
ไปตามภาวะตลาด ในช่วงของเดือน นั้น

สมมุติ เช่น ถ้า พ.ย. นี้ pttep ราคาต่ำก็ซื้อเยอะ
แต่ถ้า ธ.ค. pttep แพง ก็ซื้อน้อยลง 

แต่ก็ดูตัวอื่นในเดือน ธ.ค. ถ้า cpall ได้ราคาต่ำ
ก็ซื้อ cpall มากขึ้น น่ะครับ 

ตามงบประมาณที่เรามีอยู่ 24000 ต่อเดือน

ผมเชื่อว่า สรุป ออกมาแล้ว จะได้ผมตอบ
แทนที่มากกว่า ถ้าเรามีเวลาดู port นิดหน่อย</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอถามท่านหน่อยครับ</p>
<p>ถ้าเจ็ดตัวนี้ ผมลงทุนแบบ<br />
ซื้อ มากน้อย แต่แบ่ง Scale ที่จะซื้อ<br />
ไปตามภาวะตลาด ในช่วงของเดือน นั้น</p>
<p>สมมุติ เช่น ถ้า พ.ย. นี้ pttep ราคาต่ำก็ซื้อเยอะ<br />
แต่ถ้า ธ.ค. pttep แพง ก็ซื้อน้อยลง </p>
<p>แต่ก็ดูตัวอื่นในเดือน ธ.ค. ถ้า cpall ได้ราคาต่ำ<br />
ก็ซื้อ cpall มากขึ้น น่ะครับ </p>
<p>ตามงบประมาณที่เรามีอยู่ 24000 ต่อเดือน</p>
<p>ผมเชื่อว่า สรุป ออกมาแล้ว จะได้ผมตอบ<br />
แทนที่มากกว่า ถ้าเรามีเวลาดู port นิดหน่อย</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0026: Growth vs. Value (Revisited 1) โดย ืหมอนุ่น</title>
		<link>http://dekisugi.net/2007/11/05/0026-growth-vs-value-revisited-1/#comment-3896</link>
		<dc:creator>ืหมอนุ่น</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Nov 2009 09:54:54 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://1001ii.wordpress.com/2007/11/05/0026-growth-vs-value-revisited-1/#comment-3896</guid>
		<description>ถ้าลองถือตั้งแต่วันนี้ ไปถึงปลายปีหน้า ผมว่า น่าจะโอเคนะครับคุณ เหลียง ครับ ^^

มีความสุขกับการลงทุนนะครับผม</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าลองถือตั้งแต่วันนี้ ไปถึงปลายปีหน้า ผมว่า น่าจะโอเคนะครับคุณ เหลียง ครับ ^^</p>
<p>มีความสุขกับการลงทุนนะครับผม</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน 0221: อะไรทำให้ประเทศเจริญ โดย xyz</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/#comment-3895</link>
		<dc:creator>xyz</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Nov 2009 09:52:34 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2354#comment-3895</guid>
		<description>ลองสมมุติประเทศขึ้นมาสักประเทศก็ได้ครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ลองสมมุติประเทศขึ้นมาสักประเทศก็ได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
