<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Dekisugi.net</title>
	<atom:link href="http://dekisugi.net/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dekisugi.net</link>
	<description>a Little Blog for Economics and Business Strategy</description>
	<lastBuildDate>Tue, 22 Dec 2009 04:33:06 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='dekisugi.net' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/538b7abae10778a6029e07895ec658f6?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Dekisugi.net</title>
		<link>http://dekisugi.net</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://dekisugi.net/osd.xml" title="Dekisugi.net" />
		<item>
		<title>0230: บังคับใช้กฏหมายดี ชาติเจริญ</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/12/21/0230/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/12/21/0230/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2009 11:44:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Economics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3687</guid>
		<description><![CDATA[ธุรกิจบ้านเราที่ทำแล้วดี ส่วนใหญ่จะหนีไม่พ้น ธุรกิจที่ทำอะไรบางอย่างที่ผิดกฏหมาย&#8230;
เทปผีซีดีเถื่อน ต้นทุนแผ่นละ 5 บาท แต่ขาย 100 บาท กำไร 20 เท่าตัว ได้เพราะอะไร? ก็เพราะขโมยผลผลิตทางปัญญาของคนอื่นมานั่นเอง Oracle Enterpise Database เขาใช้วิศวกรเป็นพันคน พัฒนาขึ้นมา ไลเซ้นท์หนึ่งราคาหลายล้านบาท พี่เอามาปั้มขายข้างถนนแค่แผ่นละร้อยเดียว แถมมีครบชุดอีกต่างหาก
คนที่จะทำธุรกิจปั้มแผ่นได้ ส่วนใหญ่แล้ว ก็ต้องมีอิทธิพลด้วยกันทั้งนั้น การที่เรามีกฏหมาย แต่ในทางปฏิบัติ เราไม่สามารถบังคับใช้กฏหมายกับผู้มีอิทธิพลได้ กฏหมายก็กลายเป็นเสมือน Barrier to Entry ที่ช่วยสกัดคู่แข่งให้กับผู้มีอิทธิพลนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจของผู้มีอิทธิพล จึงมีกำไรสูง
บ้านเราบริษัทพัฒนาเกม สื่อมัลติมีเดีย ซอฟต์แวร์ อยู่ไม่ได้ เพราะถึงพัฒนาได้เก่งเป็นที่ต้องการของผู้ใช้มากแค่ไหน แต่ก็เก็บเงินไม่ได้อยู่ดี เพราะบ้านเราซอฟต์แวร์ทุกอย่างใช้ฟรีทั้งหมด บริษัทไอทีบ้านเราเลยทำได้แต่รับงานโปรเจ็คเท่านั้น
พูดถึงเรื่องการบังคับใช้กฏหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพแล้ว ก็ทำให้นึกถึงธุรกิจผิดกฏหมายที่กำไรดีๆ ได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขายยาบ้า ธุรกิจอ่าง ผับ บาร์ที่เปิดเกินเวลาต่างๆ ธุรกิจเหล่านี้มีกฏหมายเป็น Barrier to Entry ทั้งสิ้น
ถ้าเป็นธุรกิจธรรมดาๆ ที่ถูกกฏหมายหมดทุกอย่าง กำไรจะบางเฉียบเลย ลองนึกถึงพวกที่ไปเช่าที่เปิดท้ายขายสินค้าเล็กๆ น้อยๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=3687&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/12/21/0230/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>52</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0247: แล้วชีวิตก็ถือกำเนิดขึ้น #3</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/12/13/0247/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/12/13/0247/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Dec 2009 07:04:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3197</guid>
		<description><![CDATA[
เริ่มจากจุดเล็กๆ ในขวด กลายเป็นต้นกล้า บัดนี้กลายมาเป็นกระถางแล้ว
หวังว่า พวกมันจะออกดอกได้ในที่สุด รอดูกันต่อไปครับ
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=3197&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/12/13/0247/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://1001ii.files.wordpress.com/2009/11/orchid.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">orchid</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0246: พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/12/09/0246/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/12/09/0246/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Dec 2009 01:33:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[post 2475]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3193</guid>
		<description><![CDATA[ 
ตั้งแต่สมัยอยุธยามาแล้ว พระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงมีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว เหมือนอย่างชื่อระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่อำนาจมักตกอยู่ในมือตระกูลขุนนางชั้นผู้ใหญ่มากกว่า อาจเป็นเพราะสมัยก่อนยังไม่มี control systems ที่ดีพอ ทำให้เมื่ออาณาจักรใหญ่ขึ้น เป็นเรื่องยากที่คนหนึ่งคนจะรวมอำนาจทั้งหมดไว้ได้จริง
แม้แต่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ร1-ร4) อำนาจรัฐฯ ก็ยังดึงกันไปดึงมาระหว่าง วังหลวง วังหน้า และขุนนางตระกูลบุนนาค จนกระทั้ง ร.5 ใช้กุศโลบาย ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้า ยกเลิกระบบจตุสดมภ์เปลี่ยนมาใช้กระทรวงทบวงกรมเพื่อดึงอำนาจกลับมา ตั้งสภาขึ้นมาเพื่อโอนย้ายอำนาจ แล้วหลังจากนั้นก็ดึงอำนาจกลับมาจากสภาอีกที ทรงมีพระโอรสมากๆ เพื่อให้พระโอรสรั้งตำแหน่งสำคัญต่างๆ เอาไว้ให้หมด ภายในเวลา 25 ปี พระองค์ก็สามารถรวมอำนาจไว้ได้ทั้งหมดอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย  อย่างไรก็ตาม หลังจาก ร.5 มา สถานภาพของพระมหากษัตริย์ก็ค่อยๆ กลับไปเป็นแบบอย่างเดิมอีก อำนาจเริ่มกระจายตัวออกไปใหม่ คราวนี้ไปยังทั้งตระกูลขุนนาง และบรรดาพระบรมวงศ์สานุวงศ์ต่างๆซึ่งมีอยู่อย่างมากมายด้วย 
แต่เดิมเจ้าฟ้าประชาธิปก ไม่ได้ทรงถูกคาดหมายว่าจะต้องขึ้นครองราชย์ เพราะทรงเป็นพระโอรสลำดับที่เจ็ด ในสมเด็จพระศรีพัชรินทรา ซึ่งมีพระเชษฐาถัดจากรัชกาลที่ 6 อยู่อีกถึงสามพระองค์  
แต่ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระเชษฐาทั้งสามพระองค์ กลับสิ้นพระชนม์ทั้งที่พระชนมายุยังไม่มากในเวลาไล่เลี่ยกัน เริ่มด้วยเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ สิ้นพระชนม์ด้วยโรคปอดบวมขณะเสด็จประพาสสิงคโปร์ อีกสามปีต่อมา เจ้าฟ้ากรมขุนเพชรบูรณ์ก็สิ้นพระชนม์ด้วยโรคไตพิการ และปีถัดมา เจ้าฟ้ากรมหลวงนครราชสีมาทรงสิ้นพระชนม์ด้วยโรคไตอีก 
เมื่อรัชกาลที่ 6 สวรรคตทรงยังไม่มีพระโอรส มีแต่พระนางเจ้าสุวัทนาที่ทรงตั้งพระครรภ์อยู่เท่านั้น แต่ก็ทรงประสูติเป็นพระธิดาอีกหลังจากวันที่รัชกาลที่ 6 สวรรคตเพียงแค่หนึ่งวัน 
เจ้าฟ้าประชาธิปกจึงเสด็จขึ้นครองราชย์ในฐานะเจ้านายลำดับถัดไปแบบ &#8220;ม้ามืด&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=3193&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/12/09/0246/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>28</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://1001ii.files.wordpress.com/2009/12/2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">2</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0248: เก็บภาษีดี ชาติเจริญ</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/12/02/0248/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/12/02/0248/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Dec 2009 01:00:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Economics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3230</guid>
		<description><![CDATA[เห็นชื่อหัวข้อแล้ว อย่านึกว่า ผมจะบอกว่า ถ้ารัฐบาลเก็บภาษีได้สูงๆ แล้วจะมีเงินมาพัฒนาประเทศ เช่น สร้างถนน มาก ทำให้ประเทศเจริญนะครับ ถ้าใครอ่านบล็อกผมมานาน จะรู้ดีว่า ผมไม่มีทางคิดอย่างนั้นเด็ดขาด อิอิ
แต่สิ่งที่ผมกำลังจะสื่อคือ ทุกวันนี้ การเก็บภาษีที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร คือปัญหาใหญ่ที่ถ่วงความเจริญของประเทศอยู่ บริษัทที่เสียภาษีถูกต้องจริงๆ ยังมีอยู่น้อยมาก เมื่อเทียบบริษัทส่วนใหญ่ที่ยังเสียภาษีแบบมั่วนิ่ม
แล้วมันส่งผลยังไง?
เมื่อแต่ละบริษัทเสียภาษีไม่เท่ากันจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางธุรกิจ ภายใต้สภาวะแวดล้อมเดียวกัน บริษัทที่เสียภาษีน้อยกว่าจะมีกำไรมากกว่า 10-20% บริษัทจะมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาผลิตภาพหรือใช้เทคโนโลยีน้อยลง เพราะปกติแล้ววิธีการเหล่านั้นจะสร้างความได้เปรียบจากคู่แข่งได้อย่างมากก็แค่ในระดับ 2-3% เท่านั้น บริษัทจะหันมาแข่งกันหลบภาษีมากกว่าเพราะเอาชนะคู่แข่งได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่า เมื่อบริษัทขาดแรงจูงใจที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ประเทศก็จะไม่พัฒนา
การจัดเก็บภาษีที่ไร้ประสิทธิภาพ นอกจากจะถ่วงการพัฒนาแล้ว ยังเป็นการลงโทษคนที่เสียภาษีถูกต้อง และให้รางวัลคนที่หลบภาษีอีกด้วย บริษัทไหนมีจริยธรรมเสียภาษีถูกต้องก็เป็นไอ้โง่ไปเรื่อยๆ ส่วนบริษัทไหนเจ้าของชอบหลบภาษี ก็ได้กำไรมากกว่า แถมยังได้เปรียบคู่แข่งอีกต่างหาก ถ้าปล่อยไว้ ในที่สุดทุกคนก็จะหันมาหลบภาษีกันหมด เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ
ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีที่มั่วง่ายที่สุด เพราะทำบัญชีมั่วได้ง่าย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งไม่คุ้มที่กรมสรรพากรจะเข้าไปตรวจละเอียด ในขณะที่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีที่มั่วได้ยากกว่า เพราะสามารถ cross-check ระหว่างบริษัทได้ด้วยใบกำกับภาษี ภาษีอะไรก็ตามที่หลบได้ง่ายควรเก็บในอัตราที่ต่ำเข้าไว้ เพื่อมิให้คนที่หลบภาษีได้เปรียบคนที่เสียภาษีถูกต้องมากเกินไป ส่วนภาษีอะไรที่หลบยากก็ควรเก็บให้มาก (ถ้าจำเป็น)
สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีบทลงโทษการหลบภาษีที่รุนแรงมากถึงขั้นติดคุก กรมสรรพากรของเขาสามารถอายัติเงินในบัญชีส่วนตัวของเจ้าของบริษัทได้เลย จากการสำรวจพบว่า คนอเมริกันกลัวการถูกตามล่าโดย IRS มากที่สุดเป็นอันดับสอง ประเทศที่พัฒนาแล้วมีคนที่ต้องติดคุกเพราะโกงภาษีเป็นจำนวนมาก แต่ผมแทบไม่เคยได้ยินในไทย
เมื่อ SME ในสหรัฐฯ แข่งขันด้วยการหลบภาษีได้น้อย พวกเขาก็เลยต้องแข่งกันที่การทำธุรกิจแทน ทำให้ SME ของเขาเป็นแหล่งกำเนิดที่สำคัญของนวัตกรรม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=3230&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/12/02/0248/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>27</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0245: Social Enterprise Business Plan Competition</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/27/0245-social-enterprise-business-plan-competition/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/11/27/0245-social-enterprise-business-plan-competition/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Nov 2009 13:20:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=3189</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ สำหรับผู้ที่สนใจเข้าฟังฟรีครับ (ผมเองก็ไปฟังด้วย)

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   และ บริติช เคานซิล โดยความร่วมมือของเครือข่าย TYPN สถาบัน Change Fusion และสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย   เตรียมจัดงานแถลงข่าว “ โครงการประกวดแผนธุรกิจกิจการเพื่อสังคม ” หรือ Social Enterprise Business Plan Competition ขึ้น ในวันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม 2552 เวลา 13.00 &#8211; 16.30 น.ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรชัย ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (รายละเอียดดังเอกสารแนบ) 
ในงานนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดตัวโครงการฯแล้ว ยังมีช่วงโชว์เคสของ Social Enterprise ต้นแบบ 4 กรณีศึกษาที่น่าสนใจ ซึ่ง คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่จะเรียนรู้งานกิจการเพื่อสังคม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=3189&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/11/27/0245-social-enterprise-business-plan-competition/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://1001ii.files.wordpress.com/2009/11/sebp_poster-final.jpg?w=212" medium="image">
			<media:title type="html">SEBP_Poster-FINAL</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0226: มองประวัติศาสตร์จีน</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/19/0226/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/11/19/0226/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Nov 2009 08:16:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2976</guid>
		<description><![CDATA[
ถ้าใครอ่านประวัติศาสตร์จีนมากๆ จะเห็นอะไรบางอย่างที่ซ้ำๆ กัน อาณาจักรที่รุ่งเรืองขึ้นมาได้ หลายยุคหลายสมัย มักมาจากเหตุผลหนึ่งที่คล้ายกัน..
รัฐฉินแต่เดิมเป็นเพียงรัฐขนาดเล็ก ไกลปืนเที่ยง แต่ ฉินมู่กง เจ้ารัฐฉิน รู้จักหว่านล้อมดึงดูดคนเก่งจากทุกแคว้นให้มาช่วยงานโดยไม่เกี่ยงว่าคนเหล่านั้นจะมีบ้านเกิดอยู่ที่รัฐใด รัฐฉินจึงเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วกลายเป็นรัฐขนาดใหญ่ในที่สุด 
ครั้งหนึ่ง เจ้ารัฐฉีเดินทางไปรัฐหลู่ เมื่อทราบว่า ขงจื้อ มหาปราชญ์อยู่ที่รัฐนี้ จึงถือโอกาสไปขอคำแนะนำ เจ้ารัฐฉี ถามขงจื้อว่า เหตุใดรัฐฉินถึงได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอย่างนี้ ขงจื้อตอบว่า เป็นเพราะรัฐฉินใช้คนตามความสามารถโดยไม่แบ่งแยก เจ้ารัฐฉีฟังแล้วไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไร และเปลี่ยนใจไม่ชวนขงจื้อมาช่วยงานที่รัฐฉี (ขงจื้อตกสัมภาษณ์นะครับ แซว อิอิ)
เมื่อรัฐอื่นเห็นรัฐฉินเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดรัฐอื่นๆ ก็หันมาเลียนแบบวิธีการของรัฐฉินบ้าง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ในที่สุดรัฐฉินก็สามารถยึดครองรัฐอื่นๆ ได้ทั้งหมด รวมทั้งรัฐฉีซึ่งเคยเป็นรัฐที่ยิ่งใหญ่ที่สุดด้วย รัฐฉินจึงเป็นรัฐแรกที่สามารถรวมจีนได้ทั้งหมดแล้วสถาปนาจักรวรรดิ์จีนขึ้นมาในสมัยของ ฉินสือหวง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ นั่นเอง
ในสมัยถัง จักรวรรดิจีนถือว่ามั่งคั่งถึงขีดสุด เรียกว่าเป็นยุคทองของจีน เลยทีเดียว ฮ่องเต้ถังไท้จง ทรงเป็นฮ่องเต้ที่มีพระปรีชาสามารถและอัจฉริยภาพสูงมาก
ครั้งหนึ่งถังไท้จงถามคำถามหนึ่งกับขุนนางชื่อเว่ยเจิ้ง เว่ยเจิ้งตอบถังไท้จงแบบขวานผ่าซากโดยไม่เกรงกลัวพระราชอาญา ถังไท้จงเห็นว่า เว่ยเจิ้งคนนี้เป็นคนตรงไปตรงมาดี จึงแต่งตั้งให้เป็นขุนนางจอมทัดทานประจำราชสำนัก
ถังไท้จงเคยถามเว่ยเจิ้งว่า เหตุใดฮ่องเต้สุยหยางตี้ผู้ปรีชาจึงพบกับหายนะ เว่ยเจิ้ง ตอบว่า ฮ่องเต้ปรีชาอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องรู้จักรับฟังความคิดเห็นด้วย สุยหยางตี้เก่งจริงแต่ฟังแต่คำสอพลอของเจี้ยโจ้ว ไม่ฟังคำซื่อของเหยาซุ่น จึงต้องพบกับหายนะ ถังไท้จงได้ฟังดังนั้นก็รับสั่งให้ขุนนางทั้งหลายกล้าทัดทานตนให้มากๆ เว่ยเจิ้งกล่าวว่า เป็นบุญของพสกนิกรแท้ๆ ที่ได้ฮ่องเต้อย่างถังไท้จง 
ในท้องพระโรง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2976&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/11/19/0226/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>21</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://1001ii.files.wordpress.com/2009/11/emperor_tang_taizong.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Emperor_Tang_Taizong</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0243: Growth vs. Value (Results)</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/18/0243/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/11/18/0243/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Nov 2009 11:43:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Investing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2957</guid>
		<description><![CDATA[สามปีผ่านไปไวเหมือนโกหก&#8230;
ในที่สุดก็ครบกำหนดของการทดลอง Growth vs. Value ที่ได้ริเริ่มเอาไว้เมื่อสามปีก่อน (บล็อกนี้อยู่มานานแล้วเหมือนกันนะเนี่ย) 



 
ต้นทุน
ปันผล
ราคาปัจจุบัน
คิดเป็นผลตอบแทน


TF
444
54.66
660
61%


WG
46
10.14
48.75
28%


RATCH
42.25
6.5
37
3%


MINT
11
0.656
10.6
2.3%


BGH
30
1.6
24.6
-13%


ERAWAN
4.38
0.12
2.46
-41%



หมายเหตุ

ผลตอบแทนของหุ้นแต่ละตัวคิดจากสูตร (ราคาปัจจุบัน+ เงินปันผล)/ต้นทุน แล้วทำให้เป็นร้อยละ 
MINT มีปันผลเป็นหุ้นด้วยหนึ่งครั้ง ในอัตรา 10ต่อ1 ดังนั้นเงินปันผลหลังจากนั้นจึงได้นำไปคูณ 1.1

ผลตอบแทนเฉลี่ยของพอร์ต Value Stocks =30.7% คิดเป็น IRR 9.3% ต่อปี 
ผลตอบแทนเฉลี่ยของพอร์ต Growth Stocks =-17.2% คิดเป็น IRR -6.1% ต่อปี 
สรุปว่า จากที่ Growth เคยนำอยู่เมื่อผ่านไปหนึ่งปี เมื่อครบสามปี ปรากฏว่า Value พลิกเอาชนะไปนะครับ คงเดาได้ไม่ยากว่าเพราะอะไร เมื่อปีที่แล้วเราเจอวิกฤตที่แรงที่สุดในรอบสิบปีพอดี หุ้นพีอีสูงซึ่งมูลค่ามักจะขึ้นอยู่กับความคาดหวังในอนาคตเป็นหลัก ย่อมได้รับผลกระทบรุนแรงเมื่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง
อนึ่ง ขอย้ำแนวคิดของผมที่เคยเขียนไว้เมื่อสามปีก่อนอีกครั้งว่า ผมเห็นว่าทั้งสองวิธีเป็นวิธีที่การลงทุนที่ไม่ถูกต้อง พอร์ต Value มองแต่ราคา (พีอี) โดยไม่สนใจ Value ส่วนพอร์ต Growth มองแต่สตอรี่ (คุณค่า) โดยไม่เกี่ยงราคา
ที่จริงแล้ว นักลงทุนต้องสนใจทั้งคุณค่าและราคาประกอบกัน ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Value Stocks หรือ Growth Stock อยู่ในโลกนี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2957&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/11/18/0243/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0244: มนุษย์เศรษฐกิจ 2.0 สัปดาห์นี้ย้ายมาวันอังคาร</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/16/0244-%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-2-0-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/11/16/0244-%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-2-0-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Nov 2009 09:20:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2967</guid>
		<description><![CDATA[คอล้มน์มนุษย์เศรษฐกิจ 2.0 ในกรุงเทพธุรกิจ สัปดาห์นี้ย้ายมาวันอังคาร (วันพรุ่งนี้) นะครับ
เฉพาะสัปดาห์นี้เท่านั้น
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2967&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/11/16/0244-%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88-2-0-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0242: ทำไมการปฏิวัิติอุตสาหกรรมจึงเริ่มที่อังกฤษ</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/13/0242/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/11/13/0242/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Nov 2009 09:11:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2938</guid>
		<description><![CDATA[ปรากฏการณ์ที่ถือว่าช่วยเพิ่มความกินดีอยู่ดีให้กับมนุษยชาติมากที่สุดในรอบห้าร้อยปีที่ผ่านมา ไม่มีอะไรเกิน การปฏิวัติอุตสาหกรรม (industrial revolution) มันทำให้มนุษย์รู้จักใช้เครื่องจักรทำงานแทนคนอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเป็นครั้งแรก และทำให้ความกินดีอยู่ดีขึ้นมนุษย์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
อังกฤษเป็นประเทศที่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก และนั่นก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อังกฤษการเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งได้ในเวลาต่อมา
แต่ว่าอะไรล่ะที่ทำให้อังกฤษปฏิวัติอุตสาหกรรมได้ก่อนประเทศอื่น? เพราะคนอังกฤษเก่งกว่าคนยุโรปชาติอื่นอย่างนั้นหรือ?
หนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดย Robert Allen นักเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ชื่อ The British Industrial Revolution in Global Perspective (New Approaches to Economic and Social History) ได้เขียนถึงเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว
อังกฤษไม่ใช่เป็นประเทศแรกที่ค้นคว้าเกี่ยวกับ กลจักรไอน้ำ ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอุตสาหกรรม แต่อิตาลีและเยอรมันต่างหากที่ค้นคว้าเรื่องนี้มาก่อน คนอังกฤษไม่ได้เก่งเรื่องเครื่องกลมากกว่าคนเยอรมัน
ความเป็นทุนนิยมของอังกฤษในเวลานั้นก็สู้ฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้นำเรื่อง property right ในเวลานั้นไม่ได้ ฮอลันดาในเวลานั้นก็มีความเป็นสังคมเมืองที่ทันสมัยกว่าอังกฤษ อังกฤษจึงไม่ได้เปรียบประเทศอื่นในยุโรปในด้านเหล่านี้อย่างโดดเด่นเลยแม้แต่ด้านเดียว
ในเวลานั้นสิ่งที่อังกฤษมีไม่เหมือนประเทศอื่นและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นที่อังกฤษได้ก่อนก็คือ อังกฤษมีข้อเสียเปรียบประเทศอื่นในยุโรปมากในเรื่องค่าแรงที่แพงเกินไป ในขณะที่ค่าพลังงานถูกมาก (เพราะเกาะอังกฤษเต็มไปด้วยถ่านหิน) 
ประเทศที่ค่าแรงแพงเกินไป ได้ทำให้ การนำเครื่องจักรมาใช้ทำงานแทนคนในอังกฤษจะสร้างมูลค่าเพิ่ม (ผลกำไร) ได้ชัดเจนกว่าประเทศอื่น อีกทั้งค่าพลังงานที่ถูกยังทำให้การเดินเครื่องจักรไอน้ำที่อังกฤษมีต้นทุนต่ำที่สุดในยุโรป
สภาวะแวดล้อมที่อาจเป็นข้อเสียเปรียบหรือได้เปรียบก็ได้ แต่บังเอิญเหมาะเจาะกับเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นพอดีมากกว่าประเทศอื่น ทำให้อังกฤษปฏิวัติอุตสาหกรรมได้สำเร็จก่อนประเทศใดในยุโรป
หากสืบค้นต่อไปอีกว่า แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ค่าแรงที่อังกฤษแพง ก็พบว่าเป็นเพราะ ช่วงก่อนหน้านั้น อังกฤษเกิดภาวะโรคระบาดทำให้มีคนตายมาก ทำให้ค่าแรงแพงขึ้น อีกทั้งยังทำให้อังกฤษจำเป็นต้องค้าขายกับประเทศอื่นให้มากขึ้นด้วย การค้าต่างประเทศที่มากขึ้นดึงกำลังคนส่วนหนึ่งออกจากกำลังการผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศ ทำให้ค่าแรงในอังกฤษยืนอยู่ในระดับสูง
ได้อ่านเรื่องนี้ทำให้ผมยิ่งเชื่อขึ้นอีกแล้วกว่าการมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยากปรับตัวมากกว่าชาติอื่น มักเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายในอดีตรุ่งเรืองขึ้นมาได้ (บ่อยครั้งสภาพแวดล้อมเหล่านั้นเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ) คนเราทำอะไรไปตามแรงจูงใจครับ
   [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2938&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/11/13/0242/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.assoc-amazon.com/e/ir?t=enneagramforthai&#38;l=as2&#38;o=1&#38;a=0521687853" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>0221: อะไรทำให้ประเทศเจริญ (ทางวัตถุ)</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Nov 2009 04:19:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Economics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2354</guid>
		<description><![CDATA[เคยสงสัยกันใช่หรือไม่ครับว่า ที่จริงแล้วอะไรกันแน่ทำให้ประเทศหนึ่งกลายเป็นประเทศที่เจริญขึ้นมา
หลายคนบอกว่า การศึกษา แต่โดยประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่า มีหลายประเทศที่คนเรียนสูงมากๆ แล้วไม่มีงานให้ทำ อินเดียกับฟิลิปปินส์มีมหาวิทยาลัยดีๆ เยอะมาก แต่จบออกมาแล้วก็หางานที่เหมาะกับวุฒิการศึกษาในประเทศตัวเองไม่ได้ ต้องออกไปหางานโปรแกรมเมอร์หรือบุรุษพยาบาลในต่างประเทศแทน  เพื่อนผมไปเที่ยวเทือกเขาหิมาลัยในเนปาล พบว่าลูกหาบหลายคนเป็นนักศึกษาปริญญาเอก พอถามว่าทำไมต้องมาทำงานแบบนี้ เขาบอกว่ามันคือเป็นงานที่ได้เงินเดือนสูงสุดเท่าที่จะหาได้ในประเทศแล้ว 
การศึกษามีประโยชน์แน่ แต่คิดว่าคงยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายครับ
ถ้าถามผมว่าประเทศเจริญได้อย่างไร ผมเชื่อในกฏข้อแรกสุดของวิชาเศรษฐศาสตร์มากที่สุดครับ นั่นคือ &#8220;พฤติกรรมของมนุษย์เป็นไปตามแรงจูงใจ&#8221; ถ้าอยากให้ประเทศเจริญมาก ต้องสร้างแรงจูงใจในการพัฒนามากๆ ครับ แค่นั้นแหละครับ
ถ้าลองสังเกตดูจะพบว่า ประเทศที่เจริญที่สุดในยุโรปคือ เยอรมัน ส่วนประเทศที่เจริญที่สุดในเอเชียคือ ญี่ปุ่น ใช่มั้ยครับ ทั้งสองประเทศนี้มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันเลยก็คือ เคยเป็นประเทศผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่สองทั้งคู่ ประเทศที่แพ้สงครามโลกครั้งที่สองจะถูกผู้ชนะกดให้ทำงานหนักเพื่อชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล การที่ประชาชนถูกกดให้อยู่ในสภาพที่บีบคั้นเช่นนี้เป็นเวลานานได้กลายเป็นแรงผลักดันให้คนในชาติถีบตัวเองอย่างหนักเพื่อทำชีวิตให้ดีขึ้น ในที่สุดทั้งสองประเทศนี้ก็เลยพลิกกลับมาเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดได้ในเวลาต่อมา รวยกว่าประเทศที่ชนะสงครามเสียอีก
เห็นมั้ยครับว่าการมีแรงจูงใจมีผลมากแค่ไหน 
หลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่อาจสนับสนุนแนวคิดนี้ก็คือ ประเทศเขตหนาวมักเจริญมากกว่าประเทศที่มีอากาศอบอุ่นตลอดปี อากาศหนาวทำให้วิถีชีวิตจำเป็นต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาจึงช่วยบ่มเพาะนิสัยในการถีบตัวเองด้วย ถ้าในน้ำมีปลาในนามีข้าว ดินปลูกอะไรก็ขึ้น เป็นสภาวะที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาเท่าไร เพราะไม่รู้จะต้องดิ้นรนไปทำไม แบบเดิมก็สบายอยู่แล้ว
ในทางเศรษฐศาสตร์มีแนวคิดหนึ่งเรียกว่า Dutch Disease แนวคิดนี้บอกว่า ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศนั้นไม่พัฒนาเท่าที่ควร เพราะเมื่อประเทศสามารถขายทรัพยากรกินไปเรื่อยๆ ได้ ย่อมไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนพัฒนาอุตสาหกรรม ทุกวันนี้ประเทศในตะวันออกกลางก็กำลังเป็นโรคนี้อยู่ วันหนึ่งเมื่อน้ำมันหมดลง ประเทศเหล่านี้จะลำบาก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ได้พัฒนาภาคอุตสาหกรรมไว้รองรับเท่าที่ควร โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ มักถูกเลื่อนออกไป เพราะอุตสาหกรรมเหนื่อยกว่า กำไรน้อยกว่า การขายน้ำมัน ไม่มีใครอยากทำ 
ผมเชื่อในทฤษฏีเรื่องกบในน้ำอุ่น ที่บอกว่า มีกบอยู่สองบ่อ บ่อแรกเอาน้ำเดือดสาดลงไป กบจะรีบกระโดดออกมาทันทีทำให้รอดตาย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2354&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/11/07/0221/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>79</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0239: God Particles</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/10/28/0239-god-particles/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/10/28/0239-god-particles/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 07:41:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2616</guid>
		<description><![CDATA[แต่เดิมเราเชื่อว่าอนุภาคพื้นฐานที่เล็กที่สุดที่เป็นส่วนประกอบของทุกสิ่งคือ อะตอม (คำว่าอะตอมเป็นภาษากรีกแปลว่า แบ่งแยกไม่ได้)
ต่อมาเราก็เชื่อว่าอะตอมประกอบด้วยอนุภาคพื้นฐานที่สำคัญคือ นิวตรอน โปรตอน และอิเล็กตรอน อะตอมของธาตุแต่ละอย่างมีจำนวนนิวตรอน โปรตอน และอิเล็กตรอนไม่เท่ากัน ทำให้ธาตุมีคุณสมบัติเฉพาะที่ต่างกันไป
ต่อมาเราก็เชื่อว่าที่จริงแล้ว นิวตรอนและโปรตอนไม่ใช่อนุภาคพื้นฐาน แต่ประกอบด้วยอนุภาคพื้นฐานที่เรียกว่า ควากส์ ซึ่งมีสองแบบคือ ขึ้น และ ลง (ตั้งชื่อง่ายไปหน่อยรึเปล่า?) โปรตอนประกอบด้วย ควากส์ขึ้น 2 ตัว กับควาส์กลง 1 ตัว ส่วนนิวตรอนประกอบด้วยควาสก์ลง 2 ตัวกับควากส์ขึ้น 1 ตัว
นั่นทำให้ความเชื่อเรื่องอนุภาคพื้นฐานเปลี่ยนไป เราเชื่อใหม่ว่า อนุภาคพื้นฐานของอะตอมจริงๆ แล้วประกอบด้วย อิเล็กตรอน ควากส์ขึ้น และควาสก์ลง ต่างหาก หลังจากนั้นก็มีคนค้นพบอนุภาคอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ได้มีอิเล็กตรอน ควากส์ขึ้น หรือควากส์ลง เป็นส่วนประกอบ ชื่อว่า นิวตริโน ซึ่งเป็นอนุภาคที่มีอยู่ทั่วไป แต่ตรวจจับยากมากเพราะมีขนาดเล็กว่าอิเล็กตรอนอย่างมาก สรุปแล้ว อนุภาคพื้นฐานที่ประกอบขึ้นเป็นเอกภพมีทั้งสิ้น 4 อย่างเท่านั้น คือ อิเล็กตรอน ควากส์ขึ้น ควากส์ลง และ (อิเล็กตรอน)นิวตริโน
นึกว่าทุกอย่างจะจบแล้ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2616&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/10/28/0239-god-particles/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://1001ii.files.wordpress.com/2009/10/lhc_hall_1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">lhc_hall_1</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://1001ii.files.wordpress.com/2009/10/19019541_w434_h_q80.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">19019541_w434_h_q80</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0240: Capture the moment at B2S Chidlom</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/10/28/0240-capture-the-moment-at-b2s-chidlom/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/10/28/0240-capture-the-moment-at-b2s-chidlom/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 05:20:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2720</guid>
		<description><![CDATA[ประมวลภาพถ่าย (บางส่วน) ของงาน 1001ii live at B2S Chidlom เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา (เอื้อเฟื้อภาพโดย หมอนุ่น)
คลิก เพื่อไปยังอัลบั้มภาพ
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2720&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/10/28/0240-capture-the-moment-at-b2s-chidlom/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0211: อิสรภาพทางการเงิน???</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/10/19/0211/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/10/19/0211/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2009 12:49:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Economics]]></category>
		<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2074</guid>
		<description><![CDATA[ยุคนี้คำว่า อิสรภาพทางการเงิน มาแรงมาก
ผมตั้งข้อสังเกตว่า คำว่า อิสรภาพทางการเงิน โดนใจ Gen Y (คนที่เกิดหลัง 1976) มากที่สุด ส่วนพวก Gen X นั้น เท่าที่ได้สัมผัส ดูจะโดนบ้าง ไม่โดนบ้าง ส่วนถ้าเป็นพวก Babyboomers นั้นแทบจะไม่โดนเลย โลกตอนวัยเด็ก ที่ไม่เหมือนกันส่งผลต่อมุมมองชีวิตของคนแต่ละรุ่น ที่ไม่เหมือนกันด้วย
สำหรับตัวผมเอง คำว่า อิสรภาพทางการเงิน ไม่ค่อยโดนเท่าไร (ผมเกิด 1975) เกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ ผมชอบวิธีคิดแบบบัฟเฟตมากกว่า ปู่บัฟ บอกว่า คนที่โชคดีที่สุดคือ คนที่ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ
ผมรู้จักคนใกล้ชิดคนหนึ่งที่รวยมาก รวยจนไม่ต้องทำงานเลย คุณรู้มั้ยว่า ความทุกข์ของเขาคืออะไร ความทุกข์ของเขาคือ การตื่นขึ้นมาทุกเช้าแล้วต้องคิดให้ออกว่า วันนี้จะทำอะไรดี เพื่อจะได้ไม่ต้องทนเบื่อ มันเป็นสภาวะที่อึดอัดมาก คุณลองไปเดินห้างฯ ทุกวันสิครับ สองสามวันแรก คุณอาจรู้สึกดี แต่ลองไปทุกวัน สักสามเดือนสิครับ คุณจะพบว่า มันน่าเบื่อที่สุด จะให้ไปเที่ยวต่างประเทศแทนหรือครับ เหอๆ คนนี้เขาไปมาหมดแล้ว ประเทศละหลายรอบแล้วด้วย ผมว่าถ้ามีทัวร์ไปดวงจันทร์เมื่อไร เขาคงจะรีบสมัครทันที เพราะเป็นที่ที่เขายังไม่เคยไป มันคงช่วยทำให้เขาหายเบื่อไปได้อีกระยะหนึ่ง 
ผมว่างานเป็นด้านหนึ่งของชีวิตมนุษย์ที่ขาดไม่ได้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2074&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/10/19/0211/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>53</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0237: มนุษย์เศรษฐกิจ 2.0 (พอกเก็ตบุ้ค)</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/10/18/0237/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/10/18/0237/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Oct 2009 05:35:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Economics]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2515</guid>
		<description><![CDATA[
หนังสือเล่มใหม่ของผม เป็นการรวมเล่มคอลัมน์ มนุษย์เศรษฐกิจ 2.0 ที่ผมเขียนลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ทุกวันพุธเว้นพุธ เล่มนี้เป็นเหมือนหนังสือการเงินส่วนบุคคลในสไตล์ของผมเอง จัดทำโดย เนชั่นบุ้คส์ ครับ
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2515&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/10/18/0237/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>19</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://1001ii.files.wordpress.com/2009/10/econman2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">econman2</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>0236: หัวข้อสัมมนา 1001ii @ B2S Chidlom</title>
		<link>http://dekisugi.net/2009/10/06/0236-2/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2009/10/06/0236-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 06:45:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://dekisugi.net/?p=2564</guid>
		<description><![CDATA[
Title :  ออกแบบสไตล์การลงทุนของคุณ
Synopsis : ครั้งที่แล้วผมได้เล่าให้ฟังถึงสไตล์การลงทุนของตัวผมเองไปแล้ว ในครั้งนี้ผมจะพูดถึงการเลือกสไตล์การลงทุนสำหรับแต่ละบุคคลบ้างว่ามีหลักการอย่างไร มีอะไรที่ต้องคำนึงถึงบ้าง เพื่อให้คุณสามารถกำหนดสไตล์การลงทุนที่เหมาะสมกับตัวคุณเองมากที่สุด
Subtopics :

ความแตกต่างระหว่างคำว่า &#8220;หลักการลงทุน&#8221; กับ &#8220;สไตล์การลงทุน&#8221;
อะไรคือสิ่งที่ทำให้สไตล์การลงทุนหนึ่งเป็นสไตล์การลงทุนที่ดี
The 7 aspects of an Investment Style
วิเคราะห์สไตล์การลงทุนของวอเรน บัฟเฟต
เลือกสไตล์การลงทุนของคุณเอง และทำให้มันเป็นสไตล์การลงทุนที่ดี
คุยกันเรื่องภาวะตลาดในช่วงต่อไป

Venue : ร้านบีทูเอส เซ็นทรัลชิดลม วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ศกนี้ เวลา 1400-1600 น
ป.ล. ท่านที่ซื้อหนังสือของผมในวันงาน (มนุษย์เศรษฐกิจ 2.0 หรือเล่มอื่นๆ ก็ได้) จะได้รับลายเซ็น พร้อมของขวัญจากผมด้วย (ของขวัญมีจำนวนจำกัดนะครับ)
       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=dekisugi.net&blog=431851&post=2564&subd=1001ii&ref=&feed=1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2009/10/06/0236-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>52</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/789925c73f74228955ff245fb1a2509c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F1.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">Dekisugi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://1001ii.files.wordpress.com/2009/09/chidlom.jpg?w=385&#38;h=514" medium="image">
			<media:title type="html">chidlom</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>