<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Dekisugi.net &#187; จัดการ</title>
	<atom:link href="http://dekisugi.net/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dekisugi.net</link>
	<description>a little blog of Economics and Strategy</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Mar 2010 16:06:44 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>0084: the Thaibert Principle</title>
		<link>http://dekisugi.net/2007/11/0084-the-thaibert-principle/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2007/11/0084-the-thaibert-principle/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Nov 2007 16:42:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[Entrepreneurship]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบราชการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://1001ii.wordpress.com/2007/11/27/0084-the-thaibert-principle/</guid>
		<description><![CDATA[ทราบหรือไม่ว่าประเทศไทยเราเป็นต้นตำรับหลักบริหารจัดการหลักอันหนึ่งของโลก เราไม่ได้เลียนแบบใครที่ไหน บ้านเราคิดกันได้เอง หลักบริหารจัดการที่ว่านี้มีชื่อสุดเก๋ไก๋ว่า &#8220;ระบบราชการไทย&#8221; ซึ่งสามารถสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
1. Non-subjective Reward System ถ้าเป็นระบบสากลจะยึดหลัก Pay-by-performance คือขึ้นเงินเดือนตามผลงานซึ่งวิธีนี้มีข้อเสียอยู่ตรงที่ว่า ผู้บังคับบัญชาย่อมหนีไม่พ้นที่จะลำเอียง ตรงนี้ทั่วโลกยังหาวิธีแก้ไขไม่ได้ แต่ระบบราชการไทยเราแก้ไขได้นานแล้ว เพราะเราใช้วิธีขึ้นเงินเดือนตาม &#8220;อายุงาน&#8221; แทน อายุงานดิ้นไม่ได้จึงไม่มีทางลำเอียง อยู่ไปเรื่อยๆ (เปื่อยๆ) เงินเดือนก็ขึ้นไปได้เองทุกคน
2. Clear-cut Business Processes ระบบราชการไทยมีการนิยามหน้าที่ของแต่ละส่วนงานไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรในกฏกระทรวงทำให้เกิดความชัดเจนในหน้าที่ หน้าที่ที่กฏหมายไม่ได้เขียนไว้ ข้าราชการไทยจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างยึดตามตัวอักษรหมด การเลือกตั้งที่รู้ว่าถ้าจัดแล้วก็จะเป็นโฆฆะเสียเงินเปล่าสองพันล้านบาทก็ยังเคยจัดมาแล้วเพราะทำตามตัวอักษร ปัญหาเฉพาะหน้าใดๆ ที่กฏหมายไม่ได้เขียนไว้ก็จะมีระบบเตะถ่วงเข้ามาจัดการแทนโดยการผลักงานนั้นออกไปให้ส่วนงานอื่น ดันกันไปดันกันมาสักหกเดือน ปัญหาก็จะหมดไปด้วยตัวของมันเอง เพราะทุกปัญหามีทางออกของมัน
3. Transparent Authority การจัดซื้อจัดจ้างใดๆ มักเกิดปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสได้ง่าย ดังนั้นการจัดซื้อควรตัดสินใจโดยคณะกรรมการจัดซื้อที่ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ซึ่งคนที่เหมาะสมที่สุดคือคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นมากที่สุด (ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกหัวโขน) พอตั้งขึ้นมาแล้วก็ต้องตัดสินใจกันแบบไม่รู้เรื่อง จะตัดสินใจผิดพลาดไปบ้างก็ไม่เป็นไรยังดีกว่าให้คนที่รู้เรื่องมาทำเพราะจะไม่โปร่งใส  
4. Precise Capital Budgeting ปัญหาของการจัดทำงบประมาณก็คืองบประมาณเป็นเรื่องของอนาคตทำให้ประมาณล่วงหน้าได้ยากมาก ระบบราชการไทยมีวิธีทำให้งบประมาณลงตัวทุกครั้งได้ง่ายๆ ด้วยการออกกฏว่าส่วนงานไหนของบประมาณไปแล้วใช้ไม่หมดในปีนั้น ในปีต่อไปจะถูกตัดงบประมาณเพื่อเป็นการลงโทษ ดังนั้นเมื่อถึงปลายปี หน่วยงานที่ใช้งบประมาณอย่างประหยัดจนทำให้เหลือเงินอยู่ จะต้องเร่งเทกระจาดเงินที่เหลืออยู่ออกไปให้หมดให้เร็วที่สุดเพื่อมิให้ถูกตัดงบในปีถัดไป  แค่นี้ก็จะสามารถจัดทำงบประมาณลงตัวได้ทุกปีแล้ว
5. Compromised Lean Management ปกติแล้วองค์กรใดๆ ก็ตามที่อยู่มานาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทราบหรือไม่ว่าประเทศไทยเราเป็นต้นตำรับหลักบริหารจัดการหลักอันหนึ่งของโลก เราไม่ได้เลียนแบบใครที่ไหน บ้านเราคิดกันได้เอง หลักบริหารจัดการที่ว่านี้มีชื่อสุดเก๋ไก๋ว่า &#8220;ระบบราชการไทย&#8221; ซึ่งสามารถสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้</p>
<p><strong>1. Non-subjective Reward System</strong> ถ้าเป็นระบบสากลจะยึดหลัก Pay-by-performance คือขึ้นเงินเดือนตามผลงานซึ่งวิธีนี้มีข้อเสียอยู่ตรงที่ว่า ผู้บังคับบัญชาย่อมหนีไม่พ้นที่จะลำเอียง ตรงนี้ทั่วโลกยังหาวิธีแก้ไขไม่ได้ แต่ระบบราชการไทยเราแก้ไขได้นานแล้ว เพราะเราใช้วิธีขึ้นเงินเดือนตาม &#8220;อายุงาน&#8221; แทน อายุงานดิ้นไม่ได้จึงไม่มีทางลำเอียง อยู่ไปเรื่อยๆ (เปื่อยๆ) เงินเดือนก็ขึ้นไปได้เองทุกคน</p>
<p><strong>2. Clear-cut Business Processes</strong> ระบบราชการไทยมีการนิยามหน้าที่ของแต่ละส่วนงานไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรในกฏกระทรวงทำให้เกิดความชัดเจนในหน้าที่ หน้าที่ที่กฏหมายไม่ได้เขียนไว้ ข้าราชการไทยจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างยึดตามตัวอักษรหมด การเลือกตั้งที่รู้ว่าถ้าจัดแล้วก็จะเป็นโฆฆะเสียเงินเปล่าสองพันล้านบาทก็ยังเคยจัดมาแล้วเพราะทำตามตัวอักษร ปัญหาเฉพาะหน้าใดๆ ที่กฏหมายไม่ได้เขียนไว้ก็จะมีระบบเตะถ่วงเข้ามาจัดการแทนโดยการผลักงานนั้นออกไปให้ส่วนงานอื่น ดันกันไปดันกันมาสักหกเดือน ปัญหาก็จะหมดไปด้วยตัวของมันเอง เพราะทุกปัญหามีทางออกของมัน</p>
<p><strong>3. Transparent Authority</strong> การจัดซื้อจัดจ้างใดๆ มักเกิดปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสได้ง่าย ดังนั้นการจัดซื้อควรตัดสินใจโดยคณะกรรมการจัดซื้อที่ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ซึ่งคนที่เหมาะสมที่สุดคือคนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นมากที่สุด (ส่วนใหญ่แล้วเป็นพวกหัวโขน) พอตั้งขึ้นมาแล้วก็ต้องตัดสินใจกันแบบไม่รู้เรื่อง จะตัดสินใจผิดพลาดไปบ้างก็ไม่เป็นไรยังดีกว่าให้คนที่รู้เรื่องมาทำเพราะจะไม่โปร่งใส  </p>
<p><strong>4. Precise Capital Budgeting</strong> ปัญหาของการจัดทำงบประมาณก็คืองบประมาณเป็นเรื่องของอนาคตทำให้ประมาณล่วงหน้าได้ยากมาก ระบบราชการไทยมีวิธีทำให้งบประมาณลงตัวทุกครั้งได้ง่ายๆ ด้วยการออกกฏว่าส่วนงานไหนของบประมาณไปแล้วใช้ไม่หมดในปีนั้น ในปีต่อไปจะถูกตัดงบประมาณเพื่อเป็นการลงโทษ ดังนั้นเมื่อถึงปลายปี หน่วยงานที่ใช้งบประมาณอย่างประหยัดจนทำให้เหลือเงินอยู่ จะต้องเร่งเทกระจาดเงินที่เหลืออยู่ออกไปให้หมดให้เร็วที่สุดเพื่อมิให้ถูกตัดงบในปีถัดไป  แค่นี้ก็จะสามารถจัดทำงบประมาณลงตัวได้ทุกปีแล้ว</p>
<p><strong>5. Compromised Lean Management</strong> ปกติแล้วองค์กรใดๆ ก็ตามที่อยู่มานาน การเมืองภายในสำนักงานจะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วจะเล่นเกมการเมืองขัดแข่งขัดขากันเสียกันองค์กรไม่สามารถสร้างผลิตผลใดๆ ออกมาได้เลย ปัญหานี้ระบบราชการมีวิธีการแก้ปัญหาแบบไม่ทำให้กระทบพนักงาน กล่าวคือ ถ้ากรมไหนเป็นอัมพาตไปแล้วเพราะการเมืองภายในกรม ก็ให้จัดตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาใหม่ ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกัน แต่รับคนใหม่มาทำทั้งหมด โดยที่ไม่ไล่คนเก่าออก จ้างให้อยู่เฉยๆอย่างนั้นเพื่อไม่ให้กระทบอัตราการว่างงานของประเทศ สักพักหนึ่งถ้าองค์กรอิสระเองเกิดปัญหาการเมืองมากขึ้นเสียจนทำงานไม่ได้อีก ก็ให้ตั้งองค์กรมหาชนขึ้นมาทำหน้าที่แทนใหม่แต่เลี้ยงองค์กรอิสระเดิมไว้เฉยๆ แบบเดิมอีก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ งานก็จะสามารถเดินอยู่เรื่อยๆ ต่อไปได้โดยที่ไม่มีใครตกงานเลย</p>
<p>อยากให้ Scott Adams มา &#8220;ดูงาน&#8221; ที่เมืองไทยจัง แกคงเขียนการ์ตูนขำๆ ออกมาให้พวกเราได้อ่านกันอีกเพียบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2007/11/0084-the-thaibert-principle/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
