<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Dekisugi.net &#187; สถาปนิก</title>
	<atom:link href="http://dekisugi.net/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dekisugi.net</link>
	<description>a little blog of Economics and Strategy</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Mar 2010 08:51:17 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>0145: ดวงฤทธิ์ บุนนาค</title>
		<link>http://dekisugi.net/2008/10/0145/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2008/10/0145/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2008 03:50:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[tcdc]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปนิก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://1001ii.wordpress.com/?p=794</guid>
		<description><![CDATA[ Speaker: ดวงฤทธิ์ บุนนาค
Time: Oct 4, 2008, 1100-1215
Venue: TCDC, Emporium 


คุณดวงฤทธิ์ สถาปนิกระดับโลกจะมาคุยประสบการณ์ให้พวกเราฟังครับ
Out of Control เขียนโดย Kelvin Kelly อธิบายถึงหลักเก้าข้อที่ว่าถ้าเขาเป็นพระเจ้าจะทำอะไร
ความหลากหลายทำให้เกิดวิวัฒนาการ
การจะออกนอกกรอบได้จะต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้น วิวัฒนาการเป็นผลผลิตของความผิดพลาด ดังนั้นต้องไม่กล้วความผิดพลาด อาจเรียกว่า วิวัฒนาการคือการจัดการความผิดพลาดอย่างเป็นระบบนั่นเอง
ต้องมีความโลภ มีเป้าหมายหลายๆ อย่าง การออกแบบต้องสร้างเป้าหมายขึ้นมาเพื่อให้มันออกมาจนสำเร็จ
การออกแบบอยู่บนพื้นฐานของความเปลี่ยนแปลง
คนมีกล่องอยู่หลายใบ และพยายามจะยัดทุกสิ่งลงไปในกล่องนั้นให้ได้ เวลาเรามีไอเดียไปเสนอคนอื่น เขาจะพยายามยัดไอเดียของเราใส่กล่องของเขาให้ได้ ถ้าไม่ได้ เราก็ไม่เข้าพวก ทุกคนมีความเป็นปัจเจกมาก การออกแบบต้องทำเพื่อคนหมู่มาก แต่คนมีความหลากหลายมาก แต่มันก็จะขาดเอกลักษณ์ สไตล์ส่วนตัวของคุณดวงฤทธิ์ จะใช้กรอบใบเล็กๆ
นักการตลาดชอบสนองตลาด แต่นักออกแบบจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะคนจะพยายามฟิตตัวเองเขากับกรอบที่เขาชอบมากกว่า คุณดวงฤทธิ์เชื่อว่านักออกแบบน่าจะทำกรอบขึ้นมาหลายๆ กรอบมากกว่า ถ้าหากต้องการจะได้ตลาด
การพยายามยำข้อดีทุกอย่างเข้าไปในผลิตภัณฑ์เดียวก็ไม่ถูกต้อง
การออกแบบเป็นเรื่องของ purpose ตราบใดที่มี purpose เป็นใช้ได้ ไม่ว่า purpose จะเป็น ฟังกชั่น หรือความงาม ก็แล้วแต่ การขึ้นเขาต้องเห็นยอดเขาก่อนถึงจะไปถึงได้ การออกแบบไม่ใช่กระบวนการ แต่เป็นเป้าหมาย
ความคิดสร้างสรรค์เกิดจากกรอบ กรอบทำให้เบื่อ เราต้องการออกจากกรอบ ความคิดสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้น
สมองเป็นเรื่องของ pattern [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ <li>Speaker: ดวงฤทธิ์ บุนนาค</li>
<li>Time: Oct 4, 2008, 1100-1215</li>
<li>Venue: TCDC, Emporium </li>
<p style="text-align:center;"><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3044/2911410051_958442c705.jpg" alt="" width="500" height="136" /></p>
<ul>
<li>คุณดวงฤทธิ์ สถาปนิกระดับโลกจะมาคุยประสบการณ์ให้พวกเราฟังครับ</li>
<li>Out of Control เขียนโดย Kelvin Kelly อธิบายถึงหลักเก้าข้อที่ว่าถ้าเขาเป็นพระเจ้าจะทำอะไร</li>
<li>ความหลากหลายทำให้เกิดวิวัฒนาการ</li>
<li>การจะออกนอกกรอบได้จะต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้น วิวัฒนาการเป็นผลผลิตของความผิดพลาด ดังนั้นต้องไม่กล้วความผิดพลาด อาจเรียกว่า วิวัฒนาการคือการจัดการความผิดพลาดอย่างเป็นระบบนั่นเอง</li>
<li>ต้องมีความโลภ มีเป้าหมายหลายๆ อย่าง การออกแบบต้องสร้างเป้าหมายขึ้นมาเพื่อให้มันออกมาจนสำเร็จ</li>
<li>การออกแบบอยู่บนพื้นฐานของความเปลี่ยนแปลง</li>
<li>คนมีกล่องอยู่หลายใบ และพยายามจะยัดทุกสิ่งลงไปในกล่องนั้นให้ได้ เวลาเรามีไอเดียไปเสนอคนอื่น เขาจะพยายามยัดไอเดียของเราใส่กล่องของเขาให้ได้ ถ้าไม่ได้ เราก็ไม่เข้าพวก ทุกคนมีความเป็นปัจเจกมาก การออกแบบต้องทำเพื่อคนหมู่มาก แต่คนมีความหลากหลายมาก แต่มันก็จะขาดเอกลักษณ์ สไตล์ส่วนตัวของคุณดวงฤทธิ์ จะใช้กรอบใบเล็กๆ</li>
<li>นักการตลาดชอบสนองตลาด แต่นักออกแบบจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะคนจะพยายามฟิตตัวเองเขากับกรอบที่เขาชอบมากกว่า คุณดวงฤทธิ์เชื่อว่านักออกแบบน่าจะทำกรอบขึ้นมาหลายๆ กรอบมากกว่า ถ้าหากต้องการจะได้ตลาด</li>
<li>การพยายามยำข้อดีทุกอย่างเข้าไปในผลิตภัณฑ์เดียวก็ไม่ถูกต้อง</li>
<li>การออกแบบเป็นเรื่องของ purpose ตราบใดที่มี purpose เป็นใช้ได้ ไม่ว่า purpose จะเป็น ฟังกชั่น หรือความงาม ก็แล้วแต่ การขึ้นเขาต้องเห็นยอดเขาก่อนถึงจะไปถึงได้ การออกแบบไม่ใช่กระบวนการ แต่เป็นเป้าหมาย</li>
<li>ความคิดสร้างสรรค์เกิดจากกรอบ กรอบทำให้เบื่อ เราต้องการออกจากกรอบ ความคิดสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้น</li>
<li>สมองเป็นเรื่องของ pattern คนจึงพยายามเอาสิ่งที่เห็นใส่กล่องให้ได้ ถึงจุดอิ่มตัวสมองจะดันคุณออกจากกล่อง ทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ดังนั้น ใครๆ ก็คิดสร้างสรรค์ได้ การคิดไม่ออกเป็นเพราะเรายังรู้ไม่พอ ถ้ารู้พอ สมองจะดันคุณออกจากสิ่งที่คุณรู้เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ได้เอง</li>
<li>อยากคิดอะไรให้ออก หนึ่ง รวบรวมความรู้ให้มากพอ รับความรู้นั้นเข้าไปในแบบขนาน เสร็จแล้วความคิดสร้างสรรค์จะออกมาเอง ทำได้ทุกคนครับ</li>
<li>ความใหม่ เกิดจากแรงภายนอกสับลงบนแรงภายในเกิดสิ่งใหม่ เหมือนการเกิดใหม่ของตัวไฮดร้า</li>
<li>Grafting (เอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับงานเลยใส่ลงไปในงาน) ใช้สำหรับการสร้างสิ่งใหม่</li>
<li>ความจริงแบบสัมบูรณ์ไม่มีอยู่แล้วในโลก</li>
<li>หมากรุกกติกาซับซ้อนและเล่นแล้วไม่ซับซ้อน หมากล้อมกติกาง่ายมากแต่เกมซับซ้อนมาก Simplicity กับ Complexity กลายเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก</li>
<li>คุณสมบัติ Multiplicity ของธรรมชาติ ต้นไม้ขาดใบทุกใบไม่เป็นต้นไม้ ขาดแค่ใบเดียวยังเป็นต้นไม้ได้ การออกแบบทำอย่างไรให้เอาบางอย่างออกไปแล้วยังคงเป็นสิ่งนั้นอยู่</li>
<li>การทำอะไรให้ช้าลง อาจทำให้ทำได้ดีขึ้น การเดินทางมีค่ามากกว่าจุดหมาย</li>
<li>ความธรรมดา เป็นเรื่องยาก ออกแบบเก้าอี้ให้ธรรมดายากมาก เพราะความธรรมดาต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก</li>
<li>โรงแรมแรกที่ออกแบบ ทำเพราะอยากทำเฉยๆ ปรากฏว่า กลายเป็นสิ่งที่ฝรั่งชอบ แล้วมันก็แพร่หลายมากขึ้นเรือยๆ ๆๆ จนได้เป็นสมาชิกของ Design Hotel ตัวโรงแรมก็ธุรกิจดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้ ไม่ได้ทำ marketing research เลยแท้ๆ</li>
<li>เชนชอบให้ทำโรงแรม 200 ห้องเพราะเขาได้เงินเยอะ แต่ทำให้ห้องว่างมาก เฉลี่ยแค่ 30% จำนวนห้องน้อย ค่าห้องจะได้มากกว่า การลงทุนน้อยกว่า เต็มกว่า สุดท้ายแล้ว 20-100 ห้องเป็นจุด optimal มากกว่า</li>
<li>H1 ช่วยเปลี่ยนภาพของทองหล่อไป กลายเป็นซอยที่ตึกมีต้นไม้มากๆ ได้</li>
<li>งานออกแบบต้องอาศัยการจัดการที่ดีด้วย ถึงจะเกิดได้</li>
<li>การออกแบบนำธุรกิจไม่ใช่ธุรกิจนำการออกแบบ</li>
</ul>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3248/2912259248_83e9ddb131.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<ul>
<li>anyroom เกิดจากการสร้างเฟอร์นิเจอร์จากหน่วยเล็กๆ ที่ง่ายๆ จากนั้นก็พัฒนาไปด้วยการมองเมืองว่ามีจุดเล็กๆ อะไรที่น่าสนใจมาทำเป็น motif ในการออกแบบ anyroom บ้าง เอาความคิบๆ ของกทม. ไปทำโต๊ะที่ขายญี่ปุ่นได้เก้าหมืนบาท (ต้นทุนเจ็ดพัน)</li>
<li>การออกแบบควรสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่ได้ใช้</li>
<li>การออกแบบเกิดจากการออกแบบก่อนหน้านี้</li>
<li>การออกแบบสร้างตัวสถาปนิก</li>
<li>X2 ที่กุยบุรี นักการตลาดบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ไกล ที่ไม่เหมาะทำ 24 ห้อง คุณดวงฤทธิ์พยายามใช้การออกแบบทำให้ได้ 24 ห้องได้ เน้นความสงบ ให้กับลูกค้าที่เขามองไว้ ทุกวันนี้ห้องเต็มตลอด การมีแต่ห้องอาหารและห้องพักทำให้ประหยัดต้นทุน</li>
<li>วงการสถาปัตย์อยู่ได้ด้วยสื่อ ตัวนักออกแบบเองก็ทำให้ประสบความสำเร็จการตลาดด้วย</li>
<li>คิดแล้วต้องทำ</li>
<li>ไม่ทำให้โต แต่ทำให้น้อย แต่ดีสุดๆ แต่คิดแพงๆ ด้วย รายได้เพิ่มขึ้น แต่งานเท่าเดิม ไม่เครียด</li>
</ul>
<p>Q&amp;A</p>
<p>- การออกแบบไม่ใช่กบฏกับฟังก์ชั่น แต่ต้องเจ้าเล่ห์พอที่จะไม่ทำให้ฟังก์ชั่นมาทำร้ายเรา</p>
<p>- การออกแบบของคุณดวงฤทธิ์ ธรรมชาตินำสถาปัตย์ ธรรมชาติกลืนการออกแบบ</p>
<p>- อยากออกแบบกทม.ให้มี 17 ศูนย์กลาง ประชากรตอนนี้มันมากเกินกว่าที่ได้ออกไว้แต่แรกแล้ว การจราจรจะลดลง</p>
<p>- การจัดการในออฟฟิศจะไม่ควบคุมคน ปล่อยให้กบฏ ปล่อยให้คิดต่างกัน มิฉะนั้นความคิดสร้างสรรค์จะไม่ออกมา แบ่งคนเป็นเจ็ดกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีหัวหน้ากลุ่ม คุยกับห้วหน้ากลุ่มเป็นหลัก ฟังเหตุผลกัน ยกเว้นว่าเขาคิดตามไม่ทันก็อาจจะนำเขา คนที่จะทำงานได้ทันจะต้องคิดอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>- อย่าคล้ายตามฝ่ายการตลาด นำเขาให้ได้ นักออกแบบต้องเห็นอนาคต นักการตลาดส่วนใหญ่ไม่มีวิสัยทัศน์เพราะมองแต่ข้อมูล แต่นักออกแบบต้องรู้จริงต้วยจึงจะนำนักการตลาดได้</p>
<p>- ถ้าให้ออกแบบสลัม คิดว่ากทม.ขาดสลัมไม่ได้เพราะคนทำงานของเมืองอาศัยในสลัมมาก ขอบังคับให้คนสร้างตึกในกทม.ต้องหักเงินส่วนหนึ่งไปสร้างห้องสมุดในสลัม</p>
<p>- การทำบริษัทออกแบบยากมาก ทำให้ไม่เจ๊งยากสุดแล้ว ต้องคุมตัวเองให้ได้ คุมลูกน้องให้ได้ คุมลูกค้าให้ได้ ทำให้มันยากที่สุด มันเป็นเครื่องจักรที่ไม่วิ่งตามระบบแต่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตลอด</p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2008/10/0145/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
