
เธอสร้างบริษัทตัวคนเดียวหลังเรียนจบเมื่อปี 2000 เธอทุกสิ่งทุกอย่างอย่างหนักตลอดสี่ปี วันหนึ่งก็มีคนเสนอว่าทำไมไม่เปิดร้านอาหาร เพื่อที่จะได้ทดลองสิ่งที่ออกแบบไปด้วย เธอออกแบบทุกอย่างในร้านด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งร้านหรือแม้แต่ผ้ากันเปื้อน ลูกค้าจะได้ทานอาหารที่เหมาะกับราศีของเขา ตามแนวคิดธาตุสี่อย่างของเทวนิยม สองชม.แรกมีแต่ลูกค้าธาตุลมและดินเข้ามา ทำให้อาหารสำหรับไฟและน้ำเหลือ ตอนหลังลูกค้าไฟและน้ำก็ทยอยมา มาเจอตอนหลังในตำราว่า คนไฟและน้ำมักมีนิสัยมาสาย


งานคริสมาร์ตไม่จำเป็นต้องมีต้นคริสมาร์ตเสมอไป ประเด็นคือการได้แชร์อาหารร่วมกันเท่านั้น งานเลี้ยงคริสมาร์ตที่เธอออกแบบก็เลยเป็นอย่างนี้ ทุกคนไม่รู้จักกันมาก่อน จานแบ่งออกเป็นสองข้าง เพื่อให้คนมีเรื่องคุยกัน ทุกคนรู้จักที่จะแบ่งอาหารกันเองโดยไม่ต้องบอก
ชั้นวางอาหารน่าจะอยู่ในระดับจมูกเพื่อให้คนได้กลิ่น

งานศิลปะที่เธอทำให้พิพิษธภัณฑ์แวนโก๊ะ สีแดงๆ คือเนื้อแฮมที่สามารถทานได้ มีฉลากเขียนด้วยว่าทำจากเนื้ออะไร

Food Tatoo เขียนไว้ว่ามีสรรพคุณเช่นไร

ไส้กรอกทำให้เป็นรูปสัตว์เพื่อเตือนให้คนเห็นว่าไส้กรอกเหล่านี้มาจากไหน ในห้องแสดงจะต้องติดแอร์ทั้งห้อง
เธอคิดว่าอาหารยังเป็นสิ่งที่มีอะไรให้ทำอีกมากมายมหาศาลเกี่ยวกับการออกแบบ สิ่งเฉพาะที่อาหารมีก็คือ Senses, Chemistry, Culture, Technique, Grow, Psychology, the action of food, Society
Q&A คุณทานอาหารอะไร
- ฉันชอบอาหารไทย ชอบอาหารเผ็ด ไม่ชอบอาหารที่ซับซ้อน ชอบอะไรที่แท้ๆ
ถ้าต้องออกแบบอาหารเพื่องานนี้จะทำไง
-ฉันชอบ street food ของที่นี่มาก ฉันอยากทำให้คนไทย aware ถึงความน่าสนใจเหล่านี้แต่จะต้องทำในรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย
คุณให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาดมากแค่ไหน
-ฉันทำงานกับ chef มาก และเขาก็เป็นผู้ทำหน้าที่ในเรื่องรสชาด ฉันต้องแน่ใจว่าฉันได้ร่วมงานกับ chef ที่ทำอาหารได้อร่อยด้วย มิฉะนั้นทุกอย่างก็หมดท่า