<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Dekisugi.net &#187; tcdc</title>
	<atom:link href="http://dekisugi.net/tag/tcdc/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://dekisugi.net</link>
	<description>a little blog of Economics and Strategy</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Mar 2010 08:51:17 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>0149: Jaime Salm</title>
		<link>http://dekisugi.net/2008/10/0149-jaime-salm/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2008/10/0149-jaime-salm/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Oct 2008 07:10:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[MIO]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[tcdc]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://1001ii.wordpress.com/?p=859</guid>
		<description><![CDATA[ 
Speaker: Jaime Salm, Designer
Time: Oct 5, 2008, 1400-1515
Venue: TCDC, Emporium
เขาเปิดบริษัทออกแบบชื่อ MIO กับน้องชายสองคน เขาเป็นนักออกแบบ น้องชายเป็นผู้จัดการธุรกิจ ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
การออกแบบจะคิดถึง พฤติกรรมและวัฒนธรรมก่อน ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีที่มี เพื่อให้เกิดเป็นโอกาสในการออกแบบ เขาคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลาที่อยู่บนท้องถนน
ปรัชญา : responsible desire คือ ไม่ใช่ซื้อเพราะต้องรักษาโลกอย่างเดียว แต่ซื้อเพราะมันสวยดีด้วย


คนต้องการของแต่บ้านเยอะมากๆ หลายอย่างทำด้วยแก้ว ซึ่งทำให้โลกร้อนมาก (behavior/culture)
ขนแกะเป็นวัตถุดิบที่ไม่ทำให้โลกร้อน (Material/ Process/Technology)
ผลที่ได้คือบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากขนแกะ

วัสดุก่อสร้างใหม่ที่ไม่ทำให้โลกร้อน

กลยุทธ์

Design Aikido (Aikido คือ เอาพลังงานของคู่ต่อสู้มาใช้เป็นอาวุธในการต่อกรกับคู่ต่อสู้) ยางรอพื้นรถสามารถเป็นเก้าอี้ได้
Producation (Product + Educate) คนชินกับเฟอร์ที่เป็นไม้หนักๆ เราสามารถเอาบอร์ดอัดมาทำเป็นเฟอร์หนักๆ ได้



Customization/Eco-centric Design โคมอันนี้มีวัสดุส่วนที่ต้องตัดทิ้งน้อยมากๆ
Active sustainable product

Q&#38;A
อะไรยากที่สุด : การสื่อสารให้คนเข้าใจในตอนแรกครับ
My comment
ผมว่านักออกแบบคนนี้เหมือนนักขายมากครับ เชียร์เก่งมาก เป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากสำหรับคนที่สามารถออกแบบได้ด้วย ขายไอเดียได้ด้วย นี่อาจเป็นเหตุผลที่สำคัญอันหนึ่งที่ทำให้บริษัทสองคนของเขาประสบความสำเร็จก็ได้ครับ
นักออกแบบให้ความสำคัญกับการติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ เรื่องวัตถุ เพื่อหาโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากนวัตกรรมด้านวัสดุที่กำลังเกิดขึ้น
 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ <p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3120/2913706861_cb64212544.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<li>Speaker: Jaime Salm, Designer</li>
<li>Time: Oct 5, 2008, 1400-1515</li>
<li>Venue: TCDC, Emporium</li>
<p>เขาเปิดบริษัทออกแบบชื่อ MIO กับน้องชายสองคน เขาเป็นนักออกแบบ น้องชายเป็นผู้จัดการธุรกิจ ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย</p>
<p>การออกแบบจะคิดถึง พฤติกรรมและวัฒนธรรมก่อน ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีที่มี เพื่อให้เกิดเป็นโอกาสในการออกแบบ เขาคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลาที่อยู่บนท้องถนน</p>
<p>ปรัชญา : responsible desire คือ ไม่ใช่ซื้อเพราะต้องรักษาโลกอย่างเดียว แต่ซื้อเพราะมันสวยดีด้วย</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3236/2913706929_443b451ac2.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<ul>
<li>คนต้องการของแต่บ้านเยอะมากๆ หลายอย่างทำด้วยแก้ว ซึ่งทำให้โลกร้อนมาก (behavior/culture)</li>
<li>ขนแกะเป็นวัตถุดิบที่ไม่ทำให้โลกร้อน (Material/ Process/Technology)</li>
<li>ผลที่ได้คือบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากขนแกะ</li>
</ul>
<p>วัสดุก่อสร้างใหม่ที่ไม่ทำให้โลกร้อน</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3050/2913706991_f79f083b7d_m.jpg" alt="" width="240" height="160" /></p>
<p>กลยุทธ์</p>
<ul>
<li>Design Aikido (Aikido คือ เอาพลังงานของคู่ต่อสู้มาใช้เป็นอาวุธในการต่อกรกับคู่ต่อสู้) ยางรอพื้นรถสามารถเป็นเก้าอี้ได้</li>
<li>Producation (Product + Educate) คนชินกับเฟอร์ที่เป็นไม้หนักๆ เราสามารถเอาบอร์ดอัดมาทำเป็นเฟอร์หนักๆ ได้</li>
</ul>
<p style="text-align:center;"><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3002/2914550542_d026393c69.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<ul>
<li>Customization/Eco-centric Design โคมอันนี้มีวัสดุส่วนที่ต้องตัดทิ้งน้อยมากๆ</li>
<li>Active sustainable product</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration:underline;">Q&amp;A</span></p>
<p>อะไรยากที่สุด : การสื่อสารให้คนเข้าใจในตอนแรกครับ</p>
<p><span style="text-decoration:underline;">My comment</span></p>
<p>ผมว่านักออกแบบคนนี้เหมือนนักขายมากครับ เชียร์เก่งมาก เป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากสำหรับคนที่สามารถออกแบบได้ด้วย ขายไอเดียได้ด้วย นี่อาจเป็นเหตุผลที่สำคัญอันหนึ่งที่ทำให้บริษัทสองคนของเขาประสบความสำเร็จก็ได้ครับ</p>
<p>นักออกแบบให้ความสำคัญกับการติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ เรื่องวัตถุ เพื่อหาโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากนวัตกรรมด้านวัสดุที่กำลังเกิดขึ้น</p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2008/10/0149-jaime-salm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>0146: Marije Vogelzang</title>
		<link>http://dekisugi.net/2008/10/0146-marije-vogelzang/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2008/10/0146-marije-vogelzang/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Oct 2008 04:09:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[eating]]></category>
		<category><![CDATA[eating design nordterdam]]></category>
		<category><![CDATA[holland]]></category>
		<category><![CDATA[nordterdam]]></category>
		<category><![CDATA[tcdc]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://1001ii.wordpress.com/?p=827</guid>
		<description><![CDATA[ Speaker: Marije Vogelzang, นักออกแบบประสบการณ์การทานอาหาร
Time: Oct 5, 2008, 1100-1215
Venue: TCDC, Emporium 

เธอสร้างบริษัทตัวคนเดียวหลังเรียนจบเมื่อปี 2000 เธอทุกสิ่งทุกอย่างอย่างหนักตลอดสี่ปี วันหนึ่งก็มีคนเสนอว่าทำไมไม่เปิดร้านอาหาร เพื่อที่จะได้ทดลองสิ่งที่ออกแบบไปด้วย เธอออกแบบทุกอย่างในร้านด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งร้านหรือแม้แต่ผ้ากันเปื้อน ลูกค้าจะได้ทานอาหารที่เหมาะกับราศีของเขา ตามแนวคิดธาตุสี่อย่างของเทวนิยม สองชม.แรกมีแต่ลูกค้าธาตุลมและดินเข้ามา ทำให้อาหารสำหรับไฟและน้ำเหลือ ตอนหลังลูกค้าไฟและน้ำก็ทยอยมา มาเจอตอนหลังในตำราว่า คนไฟและน้ำมักมีนิสัยมาสาย

งานคริสมาร์ตไม่จำเป็นต้องมีต้นคริสมาร์ตเสมอไป ประเด็นคือการได้แชร์อาหารร่วมกันเท่านั้น งานเลี้ยงคริสมาร์ตที่เธอออกแบบก็เลยเป็นอย่างนี้ ทุกคนไม่รู้จักกันมาก่อน จานแบ่งออกเป็นสองข้าง เพื่อให้คนมีเรื่องคุยกัน ทุกคนรู้จักที่จะแบ่งอาหารกันเองโดยไม่ต้องบอก
ชั้นวางอาหารน่าจะอยู่ในระดับจมูกเพื่อให้คนได้กลิ่น

งานศิลปะที่เธอทำให้พิพิษธภัณฑ์แวนโก๊ะ สีแดงๆ คือเนื้อแฮมที่สามารถทานได้ มีฉลากเขียนด้วยว่าทำจากเนื้ออะไร

Food Tatoo เขียนไว้ว่ามีสรรพคุณเช่นไร

ไส้กรอกทำให้เป็นรูปสัตว์เพื่อเตือนให้คนเห็นว่าไส้กรอกเหล่านี้มาจากไหน ในห้องแสดงจะต้องติดแอร์ทั้งห้อง
เธอคิดว่าอาหารยังเป็นสิ่งที่มีอะไรให้ทำอีกมากมายมหาศาลเกี่ยวกับการออกแบบ สิ่งเฉพาะที่อาหารมีก็คือ Senses, Chemistry, Culture, Technique, Grow, Psychology, the action of food, Society
Q&#38;A คุณทานอาหารอะไร
- ฉันชอบอาหารไทย ชอบอาหารเผ็ด ไม่ชอบอาหารที่ซับซ้อน ชอบอะไรที่แท้ๆ
ถ้าต้องออกแบบอาหารเพื่องานนี้จะทำไง
-ฉันชอบ street food [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ <li>Speaker: Marije Vogelzang, นักออกแบบประสบการณ์การทานอาหาร</li>
<li>Time: Oct 5, 2008, 1100-1215</li>
<li>Venue: TCDC, Emporium </li>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3054/2914281842_c3592f1429.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<p>เธอสร้างบริษัทตัวคนเดียวหลังเรียนจบเมื่อปี 2000 เธอทุกสิ่งทุกอย่างอย่างหนักตลอดสี่ปี วันหนึ่งก็มีคนเสนอว่าทำไมไม่เปิดร้านอาหาร เพื่อที่จะได้ทดลองสิ่งที่ออกแบบไปด้วย เธอออกแบบทุกอย่างในร้านด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งร้านหรือแม้แต่ผ้ากันเปื้อน ลูกค้าจะได้ทานอาหารที่เหมาะกับราศีของเขา ตามแนวคิดธาตุสี่อย่างของเทวนิยม สองชม.แรกมีแต่ลูกค้าธาตุลมและดินเข้ามา ทำให้อาหารสำหรับไฟและน้ำเหลือ ตอนหลังลูกค้าไฟและน้ำก็ทยอยมา มาเจอตอนหลังในตำราว่า คนไฟและน้ำมักมีนิสัยมาสาย</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3045/2913437301_ed07a3a2f9.jpg" alt="" width="500" height="333" /><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3098/2914282066_afee92d160.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>งานคริสมาร์ตไม่จำเป็นต้องมีต้นคริสมาร์ตเสมอไป ประเด็นคือการได้แชร์อาหารร่วมกันเท่านั้น งานเลี้ยงคริสมาร์ตที่เธอออกแบบก็เลยเป็นอย่างนี้ ทุกคนไม่รู้จักกันมาก่อน จานแบ่งออกเป็นสองข้าง เพื่อให้คนมีเรื่องคุยกัน ทุกคนรู้จักที่จะแบ่งอาหารกันเองโดยไม่ต้องบอก</p>
<p>ชั้นวางอาหารน่าจะอยู่ในระดับจมูกเพื่อให้คนได้กลิ่น</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3251/2914282200_0723f96d7d_m.jpg" alt="" width="240" height="160" /></p>
<p>งานศิลปะที่เธอทำให้พิพิษธภัณฑ์แวนโก๊ะ สีแดงๆ คือเนื้อแฮมที่สามารถทานได้ มีฉลากเขียนด้วยว่าทำจากเนื้ออะไร</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3269/2914282312_42322cb691.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>Food Tatoo เขียนไว้ว่ามีสรรพคุณเช่นไร</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3052/2913437747_c9f1380530_m.jpg" alt="" width="240" height="160" /></p>
<p>ไส้กรอกทำให้เป็นรูปสัตว์เพื่อเตือนให้คนเห็นว่าไส้กรอกเหล่านี้มาจากไหน ในห้องแสดงจะต้องติดแอร์ทั้งห้อง</p>
<p>เธอคิดว่าอาหารยังเป็นสิ่งที่มีอะไรให้ทำอีกมากมายมหาศาลเกี่ยวกับการออกแบบ สิ่งเฉพาะที่อาหารมีก็คือ Senses, Chemistry, Culture, Technique, Grow, Psychology, the action of food, Society</p>
<p>Q&amp;A คุณทานอาหารอะไร</p>
<p>- ฉันชอบอาหารไทย ชอบอาหารเผ็ด ไม่ชอบอาหารที่ซับซ้อน ชอบอะไรที่แท้ๆ</p>
<p>ถ้าต้องออกแบบอาหารเพื่องานนี้จะทำไง</p>
<p>-ฉันชอบ street food ของที่นี่มาก ฉันอยากทำให้คนไทย aware ถึงความน่าสนใจเหล่านี้แต่จะต้องทำในรูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย</p>
<p>คุณให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาดมากแค่ไหน</p>
<p>-ฉันทำงานกับ chef มาก และเขาก็เป็นผู้ทำหน้าที่ในเรื่องรสชาด ฉันต้องแน่ใจว่าฉันได้ร่วมงานกับ chef ที่ทำอาหารได้อร่อยด้วย มิฉะนั้นทุกอย่างก็หมดท่า</p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2008/10/0146-marije-vogelzang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>0145: ดวงฤทธิ์ บุนนาค</title>
		<link>http://dekisugi.net/2008/10/0145/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2008/10/0145/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Oct 2008 03:50:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[tcdc]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปนิก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://1001ii.wordpress.com/?p=794</guid>
		<description><![CDATA[ Speaker: ดวงฤทธิ์ บุนนาค
Time: Oct 4, 2008, 1100-1215
Venue: TCDC, Emporium 


คุณดวงฤทธิ์ สถาปนิกระดับโลกจะมาคุยประสบการณ์ให้พวกเราฟังครับ
Out of Control เขียนโดย Kelvin Kelly อธิบายถึงหลักเก้าข้อที่ว่าถ้าเขาเป็นพระเจ้าจะทำอะไร
ความหลากหลายทำให้เกิดวิวัฒนาการ
การจะออกนอกกรอบได้จะต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้น วิวัฒนาการเป็นผลผลิตของความผิดพลาด ดังนั้นต้องไม่กล้วความผิดพลาด อาจเรียกว่า วิวัฒนาการคือการจัดการความผิดพลาดอย่างเป็นระบบนั่นเอง
ต้องมีความโลภ มีเป้าหมายหลายๆ อย่าง การออกแบบต้องสร้างเป้าหมายขึ้นมาเพื่อให้มันออกมาจนสำเร็จ
การออกแบบอยู่บนพื้นฐานของความเปลี่ยนแปลง
คนมีกล่องอยู่หลายใบ และพยายามจะยัดทุกสิ่งลงไปในกล่องนั้นให้ได้ เวลาเรามีไอเดียไปเสนอคนอื่น เขาจะพยายามยัดไอเดียของเราใส่กล่องของเขาให้ได้ ถ้าไม่ได้ เราก็ไม่เข้าพวก ทุกคนมีความเป็นปัจเจกมาก การออกแบบต้องทำเพื่อคนหมู่มาก แต่คนมีความหลากหลายมาก แต่มันก็จะขาดเอกลักษณ์ สไตล์ส่วนตัวของคุณดวงฤทธิ์ จะใช้กรอบใบเล็กๆ
นักการตลาดชอบสนองตลาด แต่นักออกแบบจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะคนจะพยายามฟิตตัวเองเขากับกรอบที่เขาชอบมากกว่า คุณดวงฤทธิ์เชื่อว่านักออกแบบน่าจะทำกรอบขึ้นมาหลายๆ กรอบมากกว่า ถ้าหากต้องการจะได้ตลาด
การพยายามยำข้อดีทุกอย่างเข้าไปในผลิตภัณฑ์เดียวก็ไม่ถูกต้อง
การออกแบบเป็นเรื่องของ purpose ตราบใดที่มี purpose เป็นใช้ได้ ไม่ว่า purpose จะเป็น ฟังกชั่น หรือความงาม ก็แล้วแต่ การขึ้นเขาต้องเห็นยอดเขาก่อนถึงจะไปถึงได้ การออกแบบไม่ใช่กระบวนการ แต่เป็นเป้าหมาย
ความคิดสร้างสรรค์เกิดจากกรอบ กรอบทำให้เบื่อ เราต้องการออกจากกรอบ ความคิดสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้น
สมองเป็นเรื่องของ pattern [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ <li>Speaker: ดวงฤทธิ์ บุนนาค</li>
<li>Time: Oct 4, 2008, 1100-1215</li>
<li>Venue: TCDC, Emporium </li>
<p style="text-align:center;"><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3044/2911410051_958442c705.jpg" alt="" width="500" height="136" /></p>
<ul>
<li>คุณดวงฤทธิ์ สถาปนิกระดับโลกจะมาคุยประสบการณ์ให้พวกเราฟังครับ</li>
<li>Out of Control เขียนโดย Kelvin Kelly อธิบายถึงหลักเก้าข้อที่ว่าถ้าเขาเป็นพระเจ้าจะทำอะไร</li>
<li>ความหลากหลายทำให้เกิดวิวัฒนาการ</li>
<li>การจะออกนอกกรอบได้จะต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้น วิวัฒนาการเป็นผลผลิตของความผิดพลาด ดังนั้นต้องไม่กล้วความผิดพลาด อาจเรียกว่า วิวัฒนาการคือการจัดการความผิดพลาดอย่างเป็นระบบนั่นเอง</li>
<li>ต้องมีความโลภ มีเป้าหมายหลายๆ อย่าง การออกแบบต้องสร้างเป้าหมายขึ้นมาเพื่อให้มันออกมาจนสำเร็จ</li>
<li>การออกแบบอยู่บนพื้นฐานของความเปลี่ยนแปลง</li>
<li>คนมีกล่องอยู่หลายใบ และพยายามจะยัดทุกสิ่งลงไปในกล่องนั้นให้ได้ เวลาเรามีไอเดียไปเสนอคนอื่น เขาจะพยายามยัดไอเดียของเราใส่กล่องของเขาให้ได้ ถ้าไม่ได้ เราก็ไม่เข้าพวก ทุกคนมีความเป็นปัจเจกมาก การออกแบบต้องทำเพื่อคนหมู่มาก แต่คนมีความหลากหลายมาก แต่มันก็จะขาดเอกลักษณ์ สไตล์ส่วนตัวของคุณดวงฤทธิ์ จะใช้กรอบใบเล็กๆ</li>
<li>นักการตลาดชอบสนองตลาด แต่นักออกแบบจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะคนจะพยายามฟิตตัวเองเขากับกรอบที่เขาชอบมากกว่า คุณดวงฤทธิ์เชื่อว่านักออกแบบน่าจะทำกรอบขึ้นมาหลายๆ กรอบมากกว่า ถ้าหากต้องการจะได้ตลาด</li>
<li>การพยายามยำข้อดีทุกอย่างเข้าไปในผลิตภัณฑ์เดียวก็ไม่ถูกต้อง</li>
<li>การออกแบบเป็นเรื่องของ purpose ตราบใดที่มี purpose เป็นใช้ได้ ไม่ว่า purpose จะเป็น ฟังกชั่น หรือความงาม ก็แล้วแต่ การขึ้นเขาต้องเห็นยอดเขาก่อนถึงจะไปถึงได้ การออกแบบไม่ใช่กระบวนการ แต่เป็นเป้าหมาย</li>
<li>ความคิดสร้างสรรค์เกิดจากกรอบ กรอบทำให้เบื่อ เราต้องการออกจากกรอบ ความคิดสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้น</li>
<li>สมองเป็นเรื่องของ pattern คนจึงพยายามเอาสิ่งที่เห็นใส่กล่องให้ได้ ถึงจุดอิ่มตัวสมองจะดันคุณออกจากกล่อง ทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ดังนั้น ใครๆ ก็คิดสร้างสรรค์ได้ การคิดไม่ออกเป็นเพราะเรายังรู้ไม่พอ ถ้ารู้พอ สมองจะดันคุณออกจากสิ่งที่คุณรู้เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ได้เอง</li>
<li>อยากคิดอะไรให้ออก หนึ่ง รวบรวมความรู้ให้มากพอ รับความรู้นั้นเข้าไปในแบบขนาน เสร็จแล้วความคิดสร้างสรรค์จะออกมาเอง ทำได้ทุกคนครับ</li>
<li>ความใหม่ เกิดจากแรงภายนอกสับลงบนแรงภายในเกิดสิ่งใหม่ เหมือนการเกิดใหม่ของตัวไฮดร้า</li>
<li>Grafting (เอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับงานเลยใส่ลงไปในงาน) ใช้สำหรับการสร้างสิ่งใหม่</li>
<li>ความจริงแบบสัมบูรณ์ไม่มีอยู่แล้วในโลก</li>
<li>หมากรุกกติกาซับซ้อนและเล่นแล้วไม่ซับซ้อน หมากล้อมกติกาง่ายมากแต่เกมซับซ้อนมาก Simplicity กับ Complexity กลายเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก</li>
<li>คุณสมบัติ Multiplicity ของธรรมชาติ ต้นไม้ขาดใบทุกใบไม่เป็นต้นไม้ ขาดแค่ใบเดียวยังเป็นต้นไม้ได้ การออกแบบทำอย่างไรให้เอาบางอย่างออกไปแล้วยังคงเป็นสิ่งนั้นอยู่</li>
<li>การทำอะไรให้ช้าลง อาจทำให้ทำได้ดีขึ้น การเดินทางมีค่ามากกว่าจุดหมาย</li>
<li>ความธรรมดา เป็นเรื่องยาก ออกแบบเก้าอี้ให้ธรรมดายากมาก เพราะความธรรมดาต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก</li>
<li>โรงแรมแรกที่ออกแบบ ทำเพราะอยากทำเฉยๆ ปรากฏว่า กลายเป็นสิ่งที่ฝรั่งชอบ แล้วมันก็แพร่หลายมากขึ้นเรือยๆ ๆๆ จนได้เป็นสมาชิกของ Design Hotel ตัวโรงแรมก็ธุรกิจดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้ ไม่ได้ทำ marketing research เลยแท้ๆ</li>
<li>เชนชอบให้ทำโรงแรม 200 ห้องเพราะเขาได้เงินเยอะ แต่ทำให้ห้องว่างมาก เฉลี่ยแค่ 30% จำนวนห้องน้อย ค่าห้องจะได้มากกว่า การลงทุนน้อยกว่า เต็มกว่า สุดท้ายแล้ว 20-100 ห้องเป็นจุด optimal มากกว่า</li>
<li>H1 ช่วยเปลี่ยนภาพของทองหล่อไป กลายเป็นซอยที่ตึกมีต้นไม้มากๆ ได้</li>
<li>งานออกแบบต้องอาศัยการจัดการที่ดีด้วย ถึงจะเกิดได้</li>
<li>การออกแบบนำธุรกิจไม่ใช่ธุรกิจนำการออกแบบ</li>
</ul>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3248/2912259248_83e9ddb131.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<ul>
<li>anyroom เกิดจากการสร้างเฟอร์นิเจอร์จากหน่วยเล็กๆ ที่ง่ายๆ จากนั้นก็พัฒนาไปด้วยการมองเมืองว่ามีจุดเล็กๆ อะไรที่น่าสนใจมาทำเป็น motif ในการออกแบบ anyroom บ้าง เอาความคิบๆ ของกทม. ไปทำโต๊ะที่ขายญี่ปุ่นได้เก้าหมืนบาท (ต้นทุนเจ็ดพัน)</li>
<li>การออกแบบควรสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่ได้ใช้</li>
<li>การออกแบบเกิดจากการออกแบบก่อนหน้านี้</li>
<li>การออกแบบสร้างตัวสถาปนิก</li>
<li>X2 ที่กุยบุรี นักการตลาดบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ไกล ที่ไม่เหมาะทำ 24 ห้อง คุณดวงฤทธิ์พยายามใช้การออกแบบทำให้ได้ 24 ห้องได้ เน้นความสงบ ให้กับลูกค้าที่เขามองไว้ ทุกวันนี้ห้องเต็มตลอด การมีแต่ห้องอาหารและห้องพักทำให้ประหยัดต้นทุน</li>
<li>วงการสถาปัตย์อยู่ได้ด้วยสื่อ ตัวนักออกแบบเองก็ทำให้ประสบความสำเร็จการตลาดด้วย</li>
<li>คิดแล้วต้องทำ</li>
<li>ไม่ทำให้โต แต่ทำให้น้อย แต่ดีสุดๆ แต่คิดแพงๆ ด้วย รายได้เพิ่มขึ้น แต่งานเท่าเดิม ไม่เครียด</li>
</ul>
<p>Q&amp;A</p>
<p>- การออกแบบไม่ใช่กบฏกับฟังก์ชั่น แต่ต้องเจ้าเล่ห์พอที่จะไม่ทำให้ฟังก์ชั่นมาทำร้ายเรา</p>
<p>- การออกแบบของคุณดวงฤทธิ์ ธรรมชาตินำสถาปัตย์ ธรรมชาติกลืนการออกแบบ</p>
<p>- อยากออกแบบกทม.ให้มี 17 ศูนย์กลาง ประชากรตอนนี้มันมากเกินกว่าที่ได้ออกไว้แต่แรกแล้ว การจราจรจะลดลง</p>
<p>- การจัดการในออฟฟิศจะไม่ควบคุมคน ปล่อยให้กบฏ ปล่อยให้คิดต่างกัน มิฉะนั้นความคิดสร้างสรรค์จะไม่ออกมา แบ่งคนเป็นเจ็ดกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีหัวหน้ากลุ่ม คุยกับห้วหน้ากลุ่มเป็นหลัก ฟังเหตุผลกัน ยกเว้นว่าเขาคิดตามไม่ทันก็อาจจะนำเขา คนที่จะทำงานได้ทันจะต้องคิดอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>- อย่าคล้ายตามฝ่ายการตลาด นำเขาให้ได้ นักออกแบบต้องเห็นอนาคต นักการตลาดส่วนใหญ่ไม่มีวิสัยทัศน์เพราะมองแต่ข้อมูล แต่นักออกแบบต้องรู้จริงต้วยจึงจะนำนักการตลาดได้</p>
<p>- ถ้าให้ออกแบบสลัม คิดว่ากทม.ขาดสลัมไม่ได้เพราะคนทำงานของเมืองอาศัยในสลัมมาก ขอบังคับให้คนสร้างตึกในกทม.ต้องหักเงินส่วนหนึ่งไปสร้างห้องสมุดในสลัม</p>
<p>- การทำบริษัทออกแบบยากมาก ทำให้ไม่เจ๊งยากสุดแล้ว ต้องคุมตัวเองให้ได้ คุมลูกน้องให้ได้ คุมลูกค้าให้ได้ ทำให้มันยากที่สุด มันเป็นเครื่องจักรที่ไม่วิ่งตามระบบแต่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตลอด</p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2008/10/0145/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>0144: ประภาส ชลศรานนท์</title>
		<link>http://dekisugi.net/2008/10/014/</link>
		<comments>http://dekisugi.net/2008/10/014/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Oct 2008 10:11:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Dekisugi</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัพเพเหระ]]></category>
		<category><![CDATA[tcdc]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ตีหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประภาส]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างสรรค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://1001ii.wordpress.com/?p=780</guid>
		<description><![CDATA[ 
Speaker: ประภาศ ชลศรานนท์
Time: Oct 3, 2008, 1645-1800
Venue: TCDC, Emporium 
Session นี้ฟังเพลินจนต้องเอากลับมา Blog ที่บ้าน เหอๆ

วันนี้พี่จิกขอออกตัวก่อนว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายนะครับ อึม ขนาดไม่สบายนะเนี่ย สะกดคนฟังซะ พี่จิกมี Anecdotes มาเล่าให้พวกเราฟังเพียบเลย ผมจดมาไม่หมด เลยขอหยิบมาเล่าแค่บางส่วนให้พอได้บรรยากาศ ผมเห็นแววตาของผู้ชมหลายๆ คนแล้วบอกได้เลยว่า พี่จิกคือฮีโร่ของพวกเขาจริงๆ
หัวข้อที่ทีมงานบอกพี่จิกไปก็คืออยากให้พี่จิกพูดเกี่ยวกับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ พี่จิกเปิดประเด็นด้วยการตั้งข้อสังเกตว่า คนเราทุกคนคิดตลอดเวลา ความคิดของคนเราแบ่งออกได้เป็น  3 ชนิด

คิดแบบเป๊ะๆ เช่น การบวกเลข (พี่จิกขอย้ำว่า &#8220;คิดแบบเป๊ะๆ&#8221; นี่เป็นคำศัพท์ทางวิชาการเชียวนะครับ อิอิ)
คิดแบบกะๆ เช่น เวลาตักข้าวเราจะตักพอประมาณ แค่กะๆ เอา ไม่ต้องตวง (&#8220;คิดแบบกะๆ&#8221; ก็ด้วย)
คิดแบบทางเลือก เช่น เมื่อวานฝนตก วันนี้คิดว่าจะเอาร่มไป

พี่จิกเชื่อว่า ความคิดแบบที่สามนี่แหละที่เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์แล้ว ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของการมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งทาง นอกจากนี้ ความคิดสองอย่างแรกนั้นเปรียบได้กับเชื้อเพลิง ส่วนความคิดอย่างที่สามเปรียบได้กับประกายไฟ ประกายไฟเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดสิ่งใหม่ให้เชื้อเพลิงนำไปทำต่อ ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็น original จริงๆนั้นไม่มี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[ <p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3241/2910052290_700441c367.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<li>Speaker: ประภาศ ชลศรานนท์</li>
<li>Time: Oct 3, 2008, 1645-1800</li>
<li>Venue: TCDC, Emporium </li>
<p>Session นี้ฟังเพลินจนต้องเอากลับมา Blog ที่บ้าน เหอๆ</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3224/2910135300_7fc54a9880_m.jpg" alt="" width="160" height="240" /></p>
<p>วันนี้พี่จิกขอออกตัวก่อนว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายนะครับ อึม ขนาดไม่สบายนะเนี่ย สะกดคนฟังซะ พี่จิกมี Anecdotes มาเล่าให้พวกเราฟังเพียบเลย ผมจดมาไม่หมด เลยขอหยิบมาเล่าแค่บางส่วนให้พอได้บรรยากาศ ผมเห็นแววตาของผู้ชมหลายๆ คนแล้วบอกได้เลยว่า พี่จิกคือฮีโร่ของพวกเขาจริงๆ</p>
<p>หัวข้อที่ทีมงานบอกพี่จิกไปก็คืออยากให้พี่จิกพูดเกี่ยวกับเรื่องความคิดสร้างสรรค์ พี่จิกเปิดประเด็นด้วยการตั้งข้อสังเกตว่า คนเราทุกคนคิดตลอดเวลา ความคิดของคนเราแบ่งออกได้เป็น  3 ชนิด</p>
<ol>
<li>คิดแบบเป๊ะๆ เช่น การบวกเลข (พี่จิกขอย้ำว่า &#8220;คิดแบบเป๊ะๆ&#8221; นี่เป็นคำศัพท์ทางวิชาการเชียวนะครับ อิอิ)</li>
<li>คิดแบบกะๆ เช่น เวลาตักข้าวเราจะตักพอประมาณ แค่กะๆ เอา ไม่ต้องตวง (&#8220;คิดแบบกะๆ&#8221; ก็ด้วย)</li>
<li>คิดแบบทางเลือก เช่น เมื่อวานฝนตก วันนี้คิดว่าจะเอาร่มไป</li>
</ol>
<p>พี่จิกเชื่อว่า ความคิดแบบที่สามนี่แหละที่เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์แล้ว ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของการมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งทาง นอกจากนี้ ความคิดสองอย่างแรกนั้นเปรียบได้กับเชื้อเพลิง ส่วนความคิดอย่างที่สามเปรียบได้กับประกายไฟ ประกายไฟเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดสิ่งใหม่ให้เชื้อเพลิงนำไปทำต่อ ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็น original จริงๆนั้นไม่มี ทุกความคิดต้องต่อยอดมาจากความคิดเดิมทั้งสิ้น จะคิดว่าโลกกลมได้ ก็เพราะมึความคิดว่าโลกแบนอยู่ก่อนแล้ว</p>
<p>พี่จิกพยายามทำให้เราเข้าใจง่ายๆ ต่อไปว่าความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นมาได้อย่างไรด้วยการเสนอว่า รูปแบบที่เป็นไปได้ของความคิดสร้างสรรค์นั้นมี 7 รูปแบบ เรียกว่า วิธีตีหินเจ็ดอย่าง</p>
<p>1.ทำลายกรอบลวงตา พี่จิกบอกว่าที่จริงความคิดของเราไม่มีกรอบอยู่แล้ว แต่เราเองที่สร้างกรอบขึ้นมา แค่หลุดออกจากกรอบลวงให้ได้ก็จะได้ความคิดสร้างสรรค์แล้ว ตัวอย่างเช่น จุด 9 จุดนี้จะลางเส้นเชื่อมถึงกันหมดโดยไม่ยกปากกาเลยได้อย่างไร คนเราจะคิดว่าการลากเส้นจะต้องลากให้เกิดมุมเฉพาะที่จุดทั้ง 9 เท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว ไม่ได้มีกฏอย่างนั้น เราคิดไปเองว่ามี เราสามารถลากเส้นได้ง่ายๆ ด้วยการสร้างมุมที่ไม่ได้อยู่บนจุดทั้ง 9 นั้น นี่ไง เราทำลายกรอบลวงตาได้แล้ว (อึม คมจริงๆ คิดได้ไงเนี่ย)</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3054/2909205475_294272d519.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>2. มองย้อนศร จากสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า พยายามมองย้อนกลับไปถึงที่มาของมันให้ได้ ก็จะได้ไอเดียใหม่ อย่างเพลงหลายๆ เพลงที่พี่จิกแต่งก็มีคอนเซปท์มาจากการมองย้อนศร</p>
<p>3.หนามยอกเอาหนามบ่ง ปัญหาบางอย่างใช้เป็นตัวแก้ปัญหาได้ เช่น เอสกิโมใช้น้ำแข็งสร้างเป็น igloo เพื่อป้องกันความหนาวของน้ำแข็งอีกที หรือตอนที่ 3 เอ็มคิดกาวตราช้าง กาวที่ประดิษฐ์ขึ้นมาไม่แน่นเอาซะเลย เลยเอากาวที่ประดิษฐ์ได้ไปทำกาวแบบใหม่ที่ไม่ทำให้ฝาผนังเป็นรอยแทน เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส</p>
<p>4. จับคู่ผสมพันธ์ เช่น ก๋วยเตี๋ยว + ต้มยำ กลายเป็น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ</p>
<p>5.อะไรหว่า ข้อนี้จำไม่ได้แล้ว</p>
<p>6.สมมตินะสมมติ เช่น สมมติเล่นๆว่า ถ้าเทวดาลงมาเกิดเป็นมนุษย์บ้างจะเป็นอย่างไร ทำให้เกิดพล็อตเรื่อง เทวดาตกสวรรค์ หนังหลายๆ เรื่อง เช่น  Wall E ก็เกิดมาจากการนั่งคิดว่า &#8220;ถ้า&#8221;อย่างโน้น &#8220;ถ้า&#8221;อย่างนี้ ทั้งนั้น</p>
<p>7. ขีดๆ เขียนๆ ไปก่อน เดี๋ยวได้เอง เช่น เพลงเจ้าภาพจงเจริญตอนแรกพี่จิกแต่งว่า เจ้าหนี้จงเจริญ นั่งเขียนไปเขียนมาฟังดูไม่ได้ ก็เลยแก้เป็นเจ้าภาพจงเจริญ ถ้าคิดอะไรไม่ออก ขีดๆ เขียนๆ ไปก่อน เดี๋ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ได้เอง</p>
<p>มีเกร็ดน่ารู้อยู่อันหนึ่ง วันหนึ่งพี่จิกนั่งฟังคอบอลสองคนคุยกันว่าเขารู้ว่าฤดูกาลที่แล้วนักฟุตบอลของลิเวอร์พูลใช้เท้าซ้ายยิงประตูไปทั้งหมดกี่ครั้ง พี่จิกได้ยินแล้วก็ปิ๊งไอเดียว่า ถ้าใครได้ยินสองคนนี้คุยกันจะรู้สึกว่า &#8220;ไอ้นี่มันจะรู้เรื่องพวกนี้ไปทำไมว่ะ&#8221; ไอเดียนี้ทำให้เกิดรายการแฟนพันธ์แท้ขึ้นมา</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3091/2910135212_0c9ddbdc57.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>ช่วงถามตอบ มีคำถามนึง ถูกใจผมมาก เขาถามว่า พี่จิกคิดอย่างไรเกี่ยวกับการรักษาวัฒนธรรมดั่งเดิมของไทย พี่จิกตอบได้ตรงใจผมมาก พี่จิกบอกว่า ปัญหาตอนนี้ของบ้านเราคือ มีคนคิดอยู่สองแบบ คือ เชย กับ เอาไว้บนหิ้ง คนที่ไม่ชอบโขนเพราะรู้สึกว่ามันเชย คนที่บอกว่าตัวเองรักษาโขน ก็บอกว่าต้องเอาโขนไว้บนหิ้งเท่านั้นห้ามดัดแปลงเด็ดขาด คิดกันอย่างนี้เลยไปไม่ได้ ตอนเริ่มทำรายการ คุณพระช่วย มีปัญหามาก เพราะคนหัวอนุรักษ์จะบอกว่า โขนจะเอามาทำรายการแบบนี้ได้ไง โขนเล่นสั้นไม่ได้ ก็ห้ามเปลี่ยนแปลงแบบนี้แหละ เด็กๆ เขาถึงได้รู้สึกว่าโขน เชย และไม่อยากดู ที่เกาหลีมีกองทุนวัฒนธรรม คือ บริษัทไหนจะเอาวัฒนธรรมเกาหลีมาสร้างหนัง สร้างละคร สามารถมาขอเงินได้เลย เขาสนับสนุนเต็มที่</p>
 ]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://dekisugi.net/2008/10/014/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
