Skip to content

494: งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา

หลังจากชั่งใจอยู่นาน ในที่สุดวันนี้เราก็โทรไปบอกโบรกเกอร์ให้หยุดซื้อหุ้นตามโปรแกรมออมหุ้น (7TLG) ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป

ใจหายเหมือนกันที่อยู่ดีๆ ก็เลิกทำอะไรที่ทำติดต่อกันมา 12 ปี

ส่วนหุ้นที่ยังค้างอยู่ในพอร์ตตอนนี้ ก็คิดว่าจะค่อยๆ ขายออกไปจนหมด เร็วๆ นี้ เช่นกัน เร็วกว่าที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ที่จะค่อยๆ ออกปีละตัว

หน้าตาของพอร์ตในวันสุดท้าย (3 พย 2564)

สรุปผลงานของ 12 ปีที่ผ่านมา

(1) เงินปันผลสะสม                    433,715.84 บาท

(2) กำไรจากการขายหุ้นไปก่อนหน้านี้  366,521.35 บาท

(3) กำไรจากการขายหุ้นหากขายหุ้นที่เหลืออยู่วันนี้ 646,490.44 บาท

รวมเป็นผลตอบแทน    1,166,758.54 บาท

(จากเงินลงทุนเดือนละ 21,000 บาท ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่สามารถนับรวมกันและคิดผลตอบแทนเป็นเปอร์เซนต์ได้ เพราะเป็นการทยอยลงทุน ไม่ได้ลงทุนทั้งก้อนตั้งแต่วันแรก)

มุมมองการลงทุนของผมค่อยๆ เปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ และช่วงหนึ่งปีให้หลังนี้มันก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงมากขึ้นแบบเร่งตัว แทบจะกลับหลังหันแบบ 180 องศาเลยก็ว่าได้ ตอนนี้ เราไม่เชื่อในหุ้นที่เราเคยเชื่อ เราไม่เชื่อใน old economy อีกแล้ว เราจึงมองไม่เห็นเหตุผลที่จะถือหุ้นเหล่านี้ต่อไปอีกทำไม ที่ผ่านมา เราไม่กล้าตัดสินใจมากพอที่จะเปลี่ยนแปลง

ตอนนี้เราเชื่อในหุ้น new economy แบบเต็มตัว มันกลายเป็นเหมือนลัทธิใหม่ของเรา ไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่ขัดแย้งกับความเชื่อของเราต่อไปอีกทำไม ต่อไปนี้ เราจะเดิมพันเงินทุกบาททุกสตางค์ของเรากับฝั่ง disruptors เท่านั้น ไม่แทงกั๊กอีกต่อไป เราขอเลือกข้างแบบชัดเจน

ขอโทษหลายๆ คนด้วยที่อาจจะติดตาม 7TLG กันมาตั้งแต่ต้นด้วยความเชื่อแบบเดียวกันตั้งแต่เมื่อสิบสองปีที่แล้ว แล้วพอมาวันนี้ ผมก็กลายไปเป็นคนที่เปลี่ยนความเชื่อเหล่านั้นไป คิดไม่ถึงเหมือนกันว่า เหตุผลที่จะทำให้ไม่ลงทุนต่อ จะกลายเป็นเหตุผลเรื่องความเชื่อ แต่ผมจำเป็นต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ในเมื่อความคิดของเราได้เปลี่ยนไปแล้ว เราก็ควรจะบอกคนอื่นตรงๆ ว่าเราเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่หลอกว่ายังคิดเหมือนเดิมต่อไป เพียงเพื่อไม่อยากให้คนอื่นผิดหวัง เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องในระยะยาว

ต่อไปนี้ถ้าใครอยากถามคำถามผมเรื่องการลงทุนในแง่วิชาการ (งบการเงินดูยังไง DCF ทำยังไง ฯลฯ) ผมยังตอบอยู่ และยังยินดีตอบให้ แต่ถ้าจะถามเรื่องหุ้นไทย ต้องขอออกตัวก่อนว่า ทุกวันนี้ผมแทบไม่ได้ตามข่าวเลย ถ้าจะให้ตอบก็คงต้องตอบมั่ว แต่ถ้าใครสนใจเรื่อง new economy ขอเชิญได้เลยที่ช่องยูทิวบ์ของผม ทุกวันนี้ผมอุทิศตัวให้กับการหาความรู้เรื่องนี้อยู่นะครับ

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน (ทั้ง new และ old economy)

(ป.ล.วันหนึ่งผมอาจจะกลับมาสนใจตลาดหุ้นไทยอีกก็ได้ ถ้าหากตลาดหุ้นไทยเริ่มมีหุ้น new economy จำนวนที่มากพอ แต่ถ้าจะมีวันนั้นก็คงอีกนานมากกกก)

12 thoughts on “494: งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา”

  1. ขอบคุณมากๆครับ ที่แชร์ความรู้ที่มีประโยชน์มาตลอด ผมเก็บหนังสือของพี่ทุกเล่มเลยครับ

  2. คนผ่านทาง

    อันนี้คือ 12 ปี กำไร 24%
    ถูกมั้ยครับ เฉลี่ย เกือบ 2% ทบต้น ถูกมั้ยครับ

  3. คุณสุมาอี้จะสร้รงพอร์ต 7 Disruptor Stock แล้วใช้ practice เดียวกันในการเติมเงินเข้าไปทุกเดือนมั๊ยครับ จะได้ maintain original concept ในการเก็บข้อมูลเป็นความรู้ หรือค่า commission อาจจะไม่คุ้มในการเติมเงินทุกเดือน
    ฝากพิจารณาครับ

    1. สำหรับหุ้น disruptor ผมคิดว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิดด้วย ซึ่งผมได้แชร์แนวคิดไว้ในช่องยูทิวบ์ของผมครับ

      https://youtu.be/XWKcWzXQGlA

  4. แอบมาอาลัยด้วยคนครับ ติดตาม (และซื้อตามบางตัว) มา 6-7 ปี ถือเป็นพอร์ตครอบครัวที่ได้แรงบันดาลใจ (เกิน 50%) จากแนวคิดนี้ครับ (ไม่ได้ DCA แต่ซื้อเมื่อมีตังค์ฮะ) เข้าใจพี่โจ๊กนะครับ เพราะส่วนตัวก็หยุดซื้อหุ้นไทยแล้วเหมือนกัน รวมทั้งไปตามหุ้นนอกพี่โจ๊ก ด้วยการสมัครสมาชิกรายเดือนด้วย ยังไงก็ขอขอบคุณความรู้ที่แบ่งปันมา 10 กว่าปีครับ รวมทั้งกำไรพอสมควร ทั้งที่ realized และ unrealized ด้วยครับผม

  5. ไม่ได้เข้ามานานหลายปีค่ะ วันนี้เข้ามารู้สึกใจหายเหมือนกัน ทำตามไอเดีย dcaได้5-6ปี ทิ้งไว้เฉยๆ 3ปีกว่าผลตอบแทนดีมาก แต่ไม่ถึง12ปีตังค์หมดอิอิ.. ขอบคุณที่แชร์ความรู้การลงทุนนะคะ นำไปต่อยอดได้เองสร้างพอร์ตใหม่ด้วยสไตล์ส่วนตัว3ปีแล้ว ส่วนใหญ่ได้พื้นฐานจากบล็อกนี้ ^^

  6. ติดตามมานานเหมือนกันครับ ยินดีที่ได้เห็นการแชร์ประสบการณ์ต่างๆครับ

  7. ขอบคุณ สำหรับความรู้ที่ทรงคุณค่า ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ในการลงทุนครับ

  8. ไม่ได้เข้ามานาน ทำตามคุณโจ๊กมาเรื่อยๆ เห็นข้อความนี้แล้วใจหายเหมือนกันค่ะ ขอบคุณที่ให้ความรู้มาตลอดนะคะ จะติดตาม New Economy ค่ะ ส่วนตัวยังลงทุนอยู่ คิดว่าตั้งเป้าต่ออีก 3 ปีค่ะ

  9. อ้าวเพิ่งเห็น ของผมปรับไปเป็นเพิ่มสัดส่วนหุ้นที่ปันผลสูง มาประมาณสองปีแล้ว ดึงยิลด์ของเงินลงทุนใหม่ให้เกิน 4% เงินปันผลที่ผ่านมาก็เอากลับไปรีอินเวสท์ตลอด เลยไม่รู้ว่าจะคำณวนผลตอบแทนอย่างไร แต่พอร์ตแดงน้อยๆเกือบตลอดเวลา
    ส่วนตัวก็ยังเชื่อว่าเป็นวิธีเก็บเงินสำหรับคนทั่วไป ถึงจะพอร์ตแดงตลอด ก็ยังดีกว่าการฝากเงินธนาคาร เมื่อได้เงินปันผลบวกกับเครดิทภาษี และที่สำคัญสำหรับคนที่เก็บเงินไม่เป็น มูลค่าพอร์ตสะสมก็เป็นก้อนใหญ่ ที่คนเก็บเงินไม่เป็นไม่เคยคิดว่าจะมีเงินก้อนขนาดนี้มาก่อน

Leave a Reply to Chayapong Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *